3,050
VIEWS

Amazon, Walmart เปิดศึกใหญ่ชิงตลาดอีคอมเมิร์ซอินเดียมูลค่า 4.86 ล้านล้านบาท

Sep 25, 2018 P.Patikom

มูลค่ามหาศาลและแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียทำให้ 2 ยักษ์ผู้นำยุทธจักรค้าปลีกของโลก Walmart และ Amazon ต่างก็ทุ่มสรรพกำลังบุกตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียอย่างจริงจัง
 
มีการคาดการณ์กันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ในปี 2022 ตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียจะมีมูลค่าประมาณ 150 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.86 ล้านล้านบาท (ค่าเงินบาทปัจจุบันประมาณ 32.4 บาท : 1 ดอลลาร์สหรัฐ) และในปี 2026 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 200 พันล้านดอลลาร์
 
Walmart รุกตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียด้วยการทุ่มเงินถึง 16 พันล้านดอลลาร์ถือหุ้นใหญ่ 77%  ใน Flipkart ยักษ์อีคอมเมิร์ซของอินเดีย เพื่อชิงครองตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดีย
 
เมื่อพื้นที่ในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซถูกคู่แข่งรุกหมายยึดครอง Amazon ก็โต้กลับเปิดเกมรุกในตลาดอินเดีย แต่ไม่ได้ตีตรงปะทะด้วยกลยุทธ์อีคอมเมิร์ซค้าปลีกออนไลน์ที่ Amazon ถนัด Amazon กลับใช้กลยุทธ์ตีโอบรุกตลาดค้าปลีกออฟไลน์เข้าสู่พื้นที่ที่คู่แข่งถนัด คือ ตลาดค้าปลีกผ่านร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Brick and Mortar) 
 
Amazon เปิดเกมรุกในตลาดอินเดียด้วยการเข้าซื้อหุ้น 49% ของซูเปอร์มาร์เก็ตเชน (Supermarket Chain) ชื่อ More อันเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเชนที่ได้รับความนิยมสูงมากในอินเดีย More มีเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต มากกว่า 540 สาขาทั่วประเทศอินเดีย สำหรับหุ้นใน More อีก 51% เป็นของบริษัท Samara Capital ของอินเดีย
 
สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ตเชน More นั้น เดิมธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่กลุ่ม Aditya Birla ของอินเดีย ที่ต่อมาเพิ่งขาย More ให้กับบริษัทชื่อ Witzig ซึ่งโฆษกของ Amazon ได้บอกกับ CNN ว่า Amazon และ Samara "ตกลงที่จะร่วมลงทุน" ใน Witzig 
 
Amazon และ Samara ได้สร้างกิจการที่ชื่อว่า Witzig Advisory Services Private Limited ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนการถือหุ้นผ่านทางข้อตกลงซึ่งมีมูลค่าประมาณ 585 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานจากสื่อของอินเดีย เนื่องจากมีกฎระเบียบป้องกัน  Amazon จากการเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีหุ้นส่วนที่เป็นบริษัทของอินเดียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
 
สำหรับเหตุผลที่ Amazon เข้าถือหุ้นในธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมในอินเดีย แทนที่จะดำเนินกลยุทธ์ด้านอีคอมเมิร์ซโดยตรงเพราะ Amazon เห็นว่า ธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Brick and Mortar) ที่ค้าปลีกผ่านร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์ในอินเดียนั้น มีศักยภาพในการที่จะดึงดูดลูกค้าใหม่นับล้านๆ รายได้เร็วในตลาดใหญ่ๆ อย่างในอินเดีย ซึ่งในตลาดใหญ่ๆ ทั่วโลกความนิยมซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์กำลังเพิ่มขึ้น นี้เป็นการดำเนินกลยุทธ์เช่นเดียวกับในสหรัฐที่ Amazon ซื้อกิจการ Whole Foods ที่เป็นธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Brick and Mortar) ด้วยวงเงินสูงถึง 16 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
 
ในระยะต่อไป Amazon ก็สามารถดำเนินกลยุทธ์ผสานธุรกิจค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้ในองค์รวมยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Amazon ให้สูงขึ้นทั้งในทางกว้างและทางลึก
 
ศึกระหว่างสองยักษ์ค้าปลีกโลกในสมรภูมิอินเดียคงจะทำให้ยักษ์ค้าปลีกโลกอีกรายอย่าง  Alibaba ต้องจับตามองและตัดสินใจว่าจะรุกเข้าเปิดแนวรบในอินเดียเผชิญหน้า 2 ยักษ์ค้าปลีกโลกนี้หรือไม่ คำตอบน่าจะเป็นในทางบวกเพียงแต่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
 
Cr : CNN Money / TechCrunch / The Company

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.