8,319
VIEWS

เปิดแผน “บิ๊กซี” กับแนวทางสู่ค้าปลีกระดับอาเซียน

Sep 21, 2018 R.Somboon

เป้าหมายสำคัญของการซื้อบิ๊กซีเข้ามาอยู่ในเครือของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี นั้น นอกจาก การเป็นตัวเติมเต็มธุรกิจในเครือให้มีความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำแล้ว บิ๊กซี ยังถูกวางไว้ให้เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการก้าวออกไปทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน

ทำให้ตลอด 2 ปีบีเจซี เข้าไปซื้อบิ๊กซีต่อจากกลุ่มกาสิโน แผนการในเรื่องดังกล่าวถูกวางไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และจะเริ่มเห็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้นในปี 2562 นี้

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจ บอกว่า ในปี 2561 นี้ บิ๊กซีจะเปิดร้านค้าปลีกในรูปแบบของซูเปอร์เซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ประเทศกัมพูชา 1 สาขา และใน สปป.ลาว อีก 1 สาขา ส่วนในปีถัดไป มีแผนที่จะเปิดที่ประเทศมาเลเซีย โดยมองโลเกชั่นในรัฐที่อยู่ใกล้ประเทศไทยก่อน ทำให้ภาพของการรุกขยายสาขาออกไปยังภูมิภาคอาเซียนของบิ๊กซีมีรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น

ก่อนหน้านั้น ผู้บริหารของบิ๊กซี ออกมาพูดถึงแนวทางการขยายสาขาของบิ๊กซีว่า จะให้ความสำคัญในการเชื่อมต่อ (Connectivity) กับพื้นที่การค้าชายแดนเพื่อกระจายสินค้าและบริการสู่ภูมิภาคมากขึ้น โดยจะไม่โฟกัสการเข้าไปลงทุนเป็นประเทศหรือตลาดยุทธศาสตร์อีกต่อไป แต่จะมองภาพเป็นยุทธศาสตร์อาเซียนหนึ่งเดียว

บีเจซี มองเห็นโอกาสทางการตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่เป็นตลาดเกิดใหม่ นอกจากเวียดนามที่แม้สิทธิในการใช้แบรนด์บิ๊กซีจะเป็นของกลุ่มเซ็นทรัล แต่บีเจซีก็มีแบรนด์ค้าปลีกของตัวเองทั้ง เอ็มเอ็ม เมก้า มาร์เก็ต ซึ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่มี 19 แห่ง และร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์บีสมาร์ทที่มีสาขาอยู่ 144 สาขา ตามแผนที่วางไว้จะมีการเปิดเอ็ม เอ็ม เมก้า มาร์เก็ตอีก 5 แห่ง

ส่วนประเทศลาว มีร้านสะดวกซื้อเอ็มพ้อยท์ มาร์ท 23 สาขา เป็นเบอร์ 1 ในเวียงจันท์ และแนวโน้มในการขยายสาขาได้อีกมาก  

Synergy

เพิ่มพลังในการรุก

อัศวิน พูดเสมอว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ ต้องมุ่งมาที่ปลายน้ำอย่างร้านค้าปลีก จากในอดีตที่เริ่มจากต้นน้ำคือการผลิต มาสู่กลางน้ำที่เป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย ซึ่งการมุ่งมาที่ธุรกิจค้าปลีกนั้น เหตุผลสำคัญก็คือ การได้เรื่องของ “บิ๊กดาต้า” ที่เป็นไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของลูกค้าที่สามารถนำมาช่วยในเรื่องของการวางแผนทั้งด้านการผลิต และการขายสินค้าให้กับธุรกิจในเครือของบีเจซีได้เป็นอย่างดี

เรียกได้ว่า เป็นการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าโดยไม่ต้องเสียเวลาไปทำวิจัยให้ยุ่งยาก และซับฐ้อนอีกต่อไป

ร้านค้าปลีก จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจในเครือกับผู้บริโภคที่ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นผู้บริโภคทั้งอาเซียนที่มีอยู่มากกว่า 500 ล้านคน จึงไม่แปลกที่เรื่องของค้าปลีก จะกลายเป็น Priority อันดับต้นๆ ของเสี่ยเจริญ

ปัจจุบัน บีเจซี มีร้านค้าปลีกในเครืออยู่ทั่วอาเซียนมากกว่า 1,200 สาขา โดยแต่ละแห่งที่เข้าไป จะมีธุรกิจในเครือของคุณเจริญรองรับอยู่ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจต้นน้ำในเรื่องของการผลิตที่ในมาเลเซียจะมีทั้งที่เป็นฐานผลิตสินค้าประเภทสแน็ก และขวดแก้ว รองรับ หรือแม้แต่เวียดนามที่มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงธุรกิจจัดจำหน่ายที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเป็นอย่างดี

บีเจซี มีแผนที่จะรวมโลจิสติกส์ของบีเจซีกับค้าปลีกเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านกระจายสินค้า ซึ่งจะทำให้บีเจซีก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 3 ของธุรกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ เป็นอีก 1 แนวทางของการ Synergy ที่เข้ามาช่วยเพิ่มพลังได้เป็นอย่างดี

 

2 ปีในไทยกับการรุกที่ลงตัว

บิ๊กซี ถือกำเนิดในบ้านเราเมื่อ 25 ปีที่แล้ว โดยกลุ่มเซ็นทรัล เมื่อเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 มีกลุ่มกาสิโนจากฝรั่งเศสเข้ามาถือหุ้นข้างมาก ก่อนที่จะขายธุรกิจต่อให้กับคุณเจริญ โดยให้บีเจซีเข้ามาดูแลในส่วนนี้

การทำตลาดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา บีเจซี เริ่มพบจุดที่ลงตัวในการทำตลาดบิ๊กซีในบ้านเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของระบบการสั่งซื้อที่มีการ Synergy ระหว่างบีเจซีและบิ๊กซีมากขึ้น โดยเฉฉพาะกับการใช้สาขาของบีเจซีในต่างประเทศเข้ามาช่วยในเรื่องของการหาสินค้าทั้งในประเทศลาว กัมพูชา  เวียดนาม และเมียนมาร์ รวมถึงตั้งบริษัทเทรดดิ้งในกวางโจว ประเทศจีน เพื่อหาสินค้าในทั้งซอฟท์ไลน์ และฮาร์ดไลน์เข้ามาวางขายในบิ๊กซี โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทเทรดดิ้งในกวางโจวนำเข้าสินค้าเข้ามาทำตลาดกว่า 3,000 รายการ คิดเป็นมูลค่าการขาย 300 – 500 ล้านบาท

เรื่องของการจัดการด้านสินค้า กลายเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะกับการนำสินค้าที่คู่แข่งขันไม่มีเข้ามาทำตลาด เพื่อสร้างความแตกต่าง ซึ่งแนวคิดการจัดการสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงร้านค้าปลีก กลายเป็นแนวทางที่ยักษ์ค้าปลีกในบ้านเรากำลังแข่งกันทำอยู่ในปัจจุบันนี้

อัศวินบอกกับเราว่า รูปธรรมของความสำเร็จที่จับต้องได้ก็คือ บิ๊กซีมีลูกค้าเติบโตขึ้นจาก 10 ล้านคนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็น 16 ล้านคน ในปัจจุบัน การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ยังคงเป็นเรื่องที่บิ๊กซีให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ 

1 ในแนวทางของการขยายฐานเข้าไปหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ก็คือ การสร้างสโตร์ฟอร์แมทใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก การเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต “ฟู้ดเพลส” ที่สามย่านมิตรทาวน์ และเกตเวย์ บางซื่อ ซึ่งเป็นฟอร์แมทที่เน้นขายสินค้าประเภทอาหารทั้งอาหารสด และอาหารพร้อมรับประทาน ในรูปแบบของ Grab & Go เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เร่งรีบ เป็นอีกหนึ่งการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์บิ๊กซีให้เขยิบเข้าไปหากลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ในเมืองมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นฐานลูกค้าของบิ๊กซีจะเป็นกลุ่มแม่บ้าน ระดับแมส เป็นหลัก

“เทรนด์ของตลาดค้าปลีกของบ้านเรากำลังมุ่งมาที่ค้าปลีกไซส์เล็ก และออมนิชะแนล ซึ่งบิ๊กซีกำลังเร่งปรับในส่วนนี้ โดยจากนี้ไปจะได้เห็นฟอร์แมทค้าปลีกที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีทั้งออฟไลน์ และออนไลน์มากขึ้น”  

 

แผนการดำเนินงาน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.