5,870
VIEWS

6 ข้อติดปีกเมื่อสหพัฒน์จับมือ LAZADA

Jul 03, 2017 A.Kanitha

สหพัฒน์เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่มีการปรับตัวสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นเจ้าแรกๆ ผ่านการขายสินค้าทางเว็บไซต์ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา”  ประธานเครือสหพัฒน์ และประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) ก็ยอมรับว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะขนาดทำมามากว่า 10 ปี แต่ยอดขายยังไต่ไม่ถึง 1%  ของรายได้รวมทั้งหมด

เมื่อ 3 ปีก่อน สหพัฒน์จึงเริ่มชิมลาง นำสินค้าไปขายใน LAZADA เมื่อตัวเลขยอดขายกระเตื้องมากขึ้น จึงตัดสินใจลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ในการเพื่อนำสินค้าและบริการของเครือสหพัฒน์เข้าไปทำตลาดผ่านช่องทางขายของลาซาด้าอย่างเป็นทางการ  ที่สำคัญการจับมือกับลาซาดาครั้งนี้ สหพัฒน์ กลับตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์เป็น 10% หรือคิดเป็นยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า เป็นเพราะอะไร มาดูกัน

1.สหพัฒน์คาดการณ์ว่าตลาดชอปปิ้งออนไลน์ของไทยในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเท่ากับตลาดออฟไลน์ นั่นหมายถึงประชากรครึ่งหนึ่งซื้อผ่านช่องทางนี้

2.ขณะเดียวกันสหพัฒน์ก็มีความเชื่อมั่นว่า อีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ประสบการณ์ และเลือกที่จะจับมือกับ LAZADA เพราะเป็น Market Place เบอร์หนึ่งในตลาด SEA

3.LAZADA เป็นผู้เชี่ยวชาญตลาดออนไลน์ทั้งระบบ Ecosystem ตั้งแต่การทำตลาด การเข้าหาลูกค้า โลจิสติกส์ คลังสินค้า และฐานข้อมูลในการนำเสนอสินค้าได้อย่างถูกต้องตามโปรไฟล์ และความต้องการของลูกค้า

4.ด้วยประสบการณ์ของ LAZADA สหพัฒน์จึงต้องการให้ LAZADA เป็นทางลัดในการเปิดตลาดในช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับการลองผิดลองถูกเหมือนอย่างที่ผ่านมา ทั้งยังทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีมากขึ้นด้วย

5.การเซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้ จะเป็นการทำให้บริษัทในเครือสหพัฒน์ที่มีอยู่ประมาณ 200 บริษัท รู้ทิศทางของเครือโดยทันที และไม่ต้องไปชี้แจงนโยบายเป็นรายบริษัท

6.สหพัฒน์มองโอกาสการร่วมมือในการขยายตลาด นำสินค้าและบริการของเครือสหพัฒน์เข้าไปจำหน่ายทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดอาเซียน 6 ประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่ง LAZADA มีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่ รวมถึงจีน ในฐานะที่อาลีบาบาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ LAZADA

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.