6,696
VIEWS

เจาะกลยุทธ์ Alexa ของ Amazon จาก Gadget ชาญฉลาด สู่ เครื่องจักรทำเงินค่ามหาศาล

Aug 30, 2018 M.Pussapol

ตอนที่  Alexa อุปกรณ์ Smart Speaker เปิดตัวเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในนาม  Echo ของ  Amazon ทั้งผู้บริโภค และนักรีวิวสินค้า  ล้วนก็ไม่รู้ว่าจะพูดถึงมันอย่างไร

ต่างจากตอนนี้ ที่มีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย

ลำโพงอัจฉริยะทรงกระบอกสูง  9 นิ้ว มีระบบควบคุมด้วยเสียง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) เพียงแค่ส่งเสียง Echo จะเล่นเพลงจากระบบคลาวด์ ส่งข่าวสารข่าวกีฬา  สภาพอากาศ นาฬิกาจับเวลาทำอาหาร นาฬิกาปลุก และข้อมูลอื่น ๆ ออกมาจากเสียงของ Alexa

ช่วงแรกๆ อุปกรณ์ของ Amazon ถูกใช้กับเรื่องทั่วๆไป เช่น  เล่นเพลง การเก็บ Play List และ     การตอบคำถาม จากนั้นก็ขยายบทบาท  กลายเป็นเครื่องรวมอรรถประโยชน์ของสมาร์ทโฮมที่มีคุณสมบัติมากมาย จนกลายเป็นเครื่องจักรทำเงินต่อเนื่องเครื่องใหญ่เครื่องใหม่  สำหรับบริษัท E-Commerce ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

Alexa เริ่มต้นจากการเป็นอุปกรณ์หนึ่งเดียว  แต่ได้ขยายไปเป็นหลายอุปกรณ์  มีตั้งแต่ Echo Dot แบบ Low-End  ราคาอยู่ที่ 49.99 เหรียญสหรัฐ จนถึง Echo Plus ระดับ  High-End ที่ 149.99 เหรียญสหรัฐ ผลิตภัณฑ์ซึ่งเดิมอยู่ในหมวด Smart Speaker เล็กๆ ขยับขึ้นไปอยู่ในหมวดการขายร้อนแรงที่สุด คือ CE-Consumer Electronics

Amazon ไม่เคยเปิดเผยยอดขายของสายผลิตภัณฑ์ Echo แต่ปี 2017 จดหมายถึงผู้ถือหุ้น Jeff Bezos หัวหน้าผู้บริหารกล่าวว่า  "ประมาณการยอดขาย  Alexa ของปี 2017 ของเราเป็นแง่ดี  และผลที่ได้ก็เกินความคาดหมายมาก  ในอดีตที่ผ่านมา  เราไม่เคยเห็นความประหลาดใจแง่บวกขนาดนี้มากนัก”

Amazon  รายงานว่า ปีที่แล้ว ลูกค้าซื้อ  "Echo" หลายสิบล้านเครื่อง  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มอีกว่าจำนวนอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน Alexa เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือกับผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์รายใหญ่ ๆ

จุดเริ่มต้น  Alexa เพื่อซื้อ Grocery

เมื่อไม่นานมานี้  Amazon แถลงถึงคุณสมบัติใหม่ว่า  Alexa สามารถลิงค์กับเชนของซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ คือ  Whole Foods Market สำหรับบริการ Home Delivery ของสินค้า Grocery ทั้งนี้ ผู้ใช้ Alexa สามารถสั่งซื้อสินค้า พร้อมจัดส่งได้ในหลายสิบเมือง ที่ Amazon มีบริการ Prime Now Food Delivery Services

เพื่อจะหาว่า มีบริการนี้อยู่หรือเปล่า ผู้ใช้สามารถพูดกับ Alexa ว่า  ขอสั่งซื้อของ Whole Foods

ถ้ามีบริการ ผู้ใช้ก็สามารถทำรายการสั่งซื้อได้ในวันถัดมา เช่น บอกว่า  "Alexa ใส่ไข่ นม ลงไปในตะกร้า Whole Foods ของผมด้วย"

เมื่อสั่งของเสร็จ  ผู้ใช้สามารถบอกว่า  "Alexa, checkout."

รายละเอียดในรายการสั่งซื้อจะถูกส่งไปที่สมาร์ทโฟนของผู้ใช้ จากนั้นของที่สั่งจะส่งให้ภายใน 2 ชั่วโมง หรือผู้ซื้ออาจเลือกไปรับของเองก็ได้  นอกจากนั้น สมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวยังสามารถใช้ Alexa

เพิ่มรายการสั่งซื้อได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องไปเข้าแถวรอนานๆที่ร้าน รวมถึงไม่ต้องกังวลว่าจะลืมซื้อของบางอย่างด้วย

สร้างรายได้จาก  Amazon Echo

Amazon กำลังมองหาการสร้างรายได้จาก Alexa จากหลากหลายช่องทาง  เริ่มจากเสนอบริการ Amazon Music Unlimited  ของ Echo โดยเฉพาะ และบอกว่ามีลูกค้าหลายสิบล้านคนเป็นสมาชิกของบริการนี้

Amazon  ยังเป็นพันธมิตรกับโรงแรมด้วย ซึ่งทำให้นักเดินทางสามารถใช้ Alexa ต่อไปขณะกำลังเดินทาง  มีการตั้งค่าเพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าที่มีอยู่ในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของ Amazon นอกจากนี้ยังสามารถติดตามแพ็กเกจของตน และได้รับการแจ้งเตือนเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

Brian Olsavsky ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของ Amazon กล่าวว่า เป้าหมายในปัจจุบันของ Alexa  คือ การขยายบทบาทให้อุปกรณ์ Home Assistant นี้  ไปอยู่ในทุกๆที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้

"เรากำลังพัฒนา  Machine Learning ใหม่ๆ เพื่อช่วยนักพัฒนาซอฟต์แวร์สร้างทักษะของ Alexa ได้ง่ายขึ้น" เขากล่าว  

ช่วงที่ผ่านมา  Amazon ทุ่มงบประมาณหลายล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่น Alexa ซึ่งมีโค้ตเรียกกันภายในว่า ทักษะ หรือ  Skill ซึ่งปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ  45,000 ทักษะ ที่สามารถใช้ได้

Amazon ในฐานะเจ้าตลาด

คำว่า ทักษะ หรือ Skill ที่กล่าวข้างต้น Amazon กำหนดไว้กว้างมาก ตั้งแต่ เกมพื้นฐานดาดๆ การทำสมาธิเบื้องต้น การทำข่าว รายงานสภาพอากาศ รายงานหุ้น ฯลฯ ทั้งหมด สามารถเชื่อมเข้ากับอุปกรณ์ Smart-Home ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทีวี หรือระบบไฟ ทั้งนี้ อุปกรณ์ทุกอย่างสามารถทำหน้าที่เป็นแกนกลางของสิ่งที่เรียกว่าเป็น  Smart-Home Ecosystem

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Consumer Intelligence Research Partners ระบุว่า  Alexa ซึ่งเข้าสู่ตลาด เร็วกว่า Google Home อุปกรณ์ของบริษัท Alphabet ถึง 2 ปี ซึ่งอยู่ในหมวด Smart Speaker เหมือนกัน แต่ส่วนแบ่งตลาดต่างกันมาก

โดยส่วนแบ่งตลาดของ Alexa ในสหรัฐอยู่ที่ 70% ส่วนของ  Google Home อยู่ที่ 24%

มีรายงานว่า  Amazon กำลังขยายไลน์สินค้าในฝรั่งเศส อินเดีย ญี่ปุ่น และเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างเม็กซิโก อิตาลี และสเปน ช่วงปลายปีนี้

อนึ่ง  สถาบันวิจัย Tractica คาดว่า อุปกรณ์ช่วยเหลือแบบดิจิทัลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งที่อยู่ในบ้าน ที่ติดอยู่กับตัวผู้บริโภครายบุคคล  เช่น Smart Watch  Fitness Tracker หรือที่ใช้ในองค์กรเช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ใช้ในรถยนต์  กำลังมีบทบาทมากขึ้น จะมียอดขายรวมถึง 15,800 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 เทียบกับยอดขายเพียง 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.