8,618
VIEWS

ตามให้ทันคน Gen Y ของคุณภาพดี ไม่ต้องมีพรีเซ็นเตอร์ก็ได้

Aug 24, 2018 S.Meenarat

รู้หรือไม่ ความคิดเกี่ยวกับการใช้พรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ในปัจจุบัน เปลี่ยนไปแล้ว....

ย้อนกลับไปในอดีต การใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นวิธีสื่อสารการตลาดวิธีแรกๆ ที่เหล่านักการตลาดนึกถึง นั่นเป็นเพราะว่า ที่ผ่านมาลักษณะการสื่อสารเป็นรูปแบบทางตรง คนรับข่าวสารผ่านสื่อเดิมอย่าง ทีวี วิทยุ และสิ่งพิมพ์  ศิลปิน ดารา จึงเป็นแหล่งรวมความน่าเชื่อถือสำคัญที่สามารถสร้างยอดขายให้แก่แบรนด์ได้

แต่เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างทุกวันนี้ ลักษณะการสื่อสารเป็นแบบ 2 ทาง ผู้บริโภคสามารถพูดคุยโต้ตอบซึ่งกันและกันได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถให้ Feedback กลับไปสู่แบรนด์ได้อีกด้วย

ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ทำให้ผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คนยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเชื่อมั่นในตัวเองมาก จึงมักเชื่อความคิดของตัวเองมากกว่าคำพูดของคนอื่น ทำให้ประสิทธิภาพของการสื่อสารการตลาดโดยพรีเซ็นเตอร์ลดลง

จากพฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ชัดว่า คนเหล่านี้มักเลือกหรือตัดสินใจจับจ่ายจากความพึงพอใจของตัวเองเป็นหลัก ฉะนั้นหากแบรนด์สามารถสร้างสินค้าและบริการที่มีฟังก์ชั่นดี มีคอนเทนท์ตอบโจทย์ และเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นสิ่งที่ซื้อใจผู้บริโภคได้ สามารถสร้างยอดขายได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณด้านสื่อสารการตลาดมากเหมือนอย่างเคย

 

กรณีศึกษาที่น่าสนใจ...

การเปิดตัวของ Samsung Galaxy Note 9 ช่วงที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจคือ ครั้งนี้ซัมซุงปล่อย Samsung Galaxy Note 9 ออกสู่ตลาดโดยไม่ใช้พรีเซ็นเตอร์ คุณวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวถึงเหตุผลของการไม่มีพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ว่า

Positioning ของ Note 9 ค่อนข้างชัดเจน เราจะเน้นพูดในเรื่องของ Achiever ซึ่งโดยธรรมชาติของคนกลุ่มนี้ไม่ได้คลั่งไคล้ดารา แต่เขามักจะชอบในความเป็นตัวเอง คลั่งไคล้ตัวเอง คนกลุ่มนี้จะเป็น Role Model ของตัวเองและคนที่มองเขา ดังนั้นการทำตลาดจึงจะเป็นในเรื่องของ Young Achiever Marcom Strategy เพราะแน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ฉลาดเลือก เราจึงไม่ได้ใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นตัวชูโรง เรามองว่าโน้ต 9 สามารถเป็นพรีเซ็นเตอร์ในตัวมันเองได้ เราต้องการขาย Performance ของมัน สินค้าอะไรก็ตามที่มีอินโนเวชั่น มีฟังก์ชั่นที่ดี มีคุณภาพ จะสามารถสร้างแวลู่และขายตัวเองได้”

เนื่องจากเทรนด์ในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะเป็น “Center of Device” Samsung จึงต้องสร้างโทรศัพท์เพื่อมาตอบโจทย์ในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านความปลอดภัย ไลฟ์สไตล์ และการทำงาน

Samsung Galaxy Note 9 จึงถูกสร้างโดยมีแรงบันดาลใจจาก Insight ของผู้บริโภคยุคใหม่ มีฟังก์ชั่นที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ทั้งในด้านการทำงาน เช่น ปรับปรุง S Pen ให้เป็นรีโมทคอนโทลมากความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น คลิกถ่ายภาพ เปิด-ปิดเพลง คลิกเพื่อเปลี่ยนสไลด์ในพรีเซ็นเตชั่น อีกทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดโดยการเขียนโปรแกรมต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อใช้ร่วมกับ Device อื่นๆ ผ่านการใช้งานโดยระบบบลูทูธ

ด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ฟังก์ชั่นถ่ายภาพที่มี AI ถึง 2 ระบบ ทั้งในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มีโหมดถ่ายภาพอัจฉริยะมากกว่า 20 โหมด สามารถแจ้งเตือนความผิดปกติของภาพได้ รวมไปถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนถูกออกแบบขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานด้านการใช้งานของคนยุคใหม่เป็นหลัก

 

 

ทางด้านของสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนอย่าง Mi จากค่าย Xiaomi ก็มีความคิดไม่ต่างกัน

คุณจอห์น เฉิน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียวหมี่ เล่าถึงแผนการทำตลาดครึ่งปีหลังว่า

“เราต้องการเดินหน้าสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น โดยจากนี้ไปเราจะเริ่มทำการตลาดบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ จัดโรดโชว์เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยทำเพียงออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ส่วนการใช้พรีเซ็นเตอร์นั้น เรามองว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะทำ จากกรณีศึกษาของแบรนด์อื่นๆ ในประเทศจีน การจะใช้ พรีเซ็นเตอร์นั้น ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรกทำธุรกิจมาแล้ว 6-7 ปี และปัจจัยที่สอง คือ มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 10% ซึ่ง Xiaomi เอง ยังคงเชื่อว่าคนรุ่นใหม่จะต้องเลือกสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าราคาและทรงประสิทธิภาพ

สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xiaomi Mi8 จึงถูกอัดแน่นมาด้วยสเปกเครื่องที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาเอื้อมถึงได้ง่าย มีจุดขายอยู่ที่กล้องคู่อัจฉริยะ Dual AI Camera ซึ่งได้รับการการันตีผลการทดสอบจาก DxOMark ผู้ให้คะแนนเรื่องคุณภาพกล้องและเลนส์ที่โด่งดังและนิยมอย่างมากจากสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังหลากหลายรุ่น

ข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นได้ชัดว่า การมีพรีเซ็นเตอร์หรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญในการสื่อสารการตลาดอีกต่อไป สำคัญที่สุด คือ สินค้าต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะขายตัวเองได้

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว แบรนด์จึงต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้าน R&D ที่ต้องสร้างสรรค์งานคุณภาพและมีอินโนเวชั่นใหม่ๆ ออกมาเสมอ อีกทั้งนักการตลาดเอง ก็ต้องคิดอย่างมีอินโนเวชั่น ปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น

โลกยุคปัจจุบัน ที่แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันด้วยวิธีการ แต่แข่งขันกันด้วยนวัตกรรม ฟังก์ชั่น และคุณภาพแบบนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะต่อจากนี้ไป ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะได้รับแต่สินค้าและบริการที่ดี มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเกี่ยวกับการใช้พรีเซ็นเตอร์ดังที่กล่าวมานี้ อาจจะไม่ได้ใช้ได้เสมอไป เพราะปัจจุบันหลายแบรนด์ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้พรีเซ็นเตอร์อยู่ แน่นอนว่าวิธีการและความคิดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ไม่มีถูก ไม่มีผิด ซึ่งก็ต้องแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนด้วยว่าจะเลือกใช้วิธีใด

 

ค่ายมือถือ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.