4,780
VIEWS

โฟร์โมสต์ ปรับทั้ง Value Chain ตอกย้ำภาพลักษณ์ ผู้นำตลาดนมพร้อมดื่มในไทย

Jun 21, 2017 BrandAge Team

อย่างที่เขาว่ากัน… เวลามักจะผ่านไปไวเสมอ เผลอแป๊บเดียว บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทย ก็ฉลองครบรอบ 60 ปี ที่ได้มอบคุณค่าสิ่งดีๆ ให้กับผู้บริโภค และยังเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นหนึ่งในการเป็นผู้นำตลาดนมพร้อมดื่มในประเทศไทย

แต่การครบรอบ 60 ปีนั้นบริษัทก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาให้ตลาดนมพร้อมดื่มในไทยทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ โฟร์โมสต์จึงได้ประกาศวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนใหม่ที่มาพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพน้ำนมจากฟาร์มให้ถึงมือผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนเกษตรกรโคนมไทยให้มีศักยภาพ และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมนมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ดร. โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอัตราการบริโภคนมที่สูงขึ้น อย่างปริมาณความต้องการบริโภคน้ำนมทั่วโลกในปี พ.ศ.2559 ที่มีสูงถึง 182.29 ล้านตัน หรือคิดเป็นการเติบโต 1.6% จากปีก่อนหน้า โดยประเทศอินเดียมีการบริโภคน้ำนมสูงที่สุดคือ 62.75 ล้านตัน รองมาคือสหภาพยุโรป 34 ล้านตัน และสหรัฐอเมริกา 26.52 ล้านตัน

แต่เมื่อเทียบกับส่วนประเทศไทยในปีที่ผ่านมาที่มีการบริโภคนมพร้อมดื่มอยู่ที่ 1.046 ล้านตัน โดยปีนี้คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.087 ล้านตัน หรือเติบโตขึ้นราว 1.67% กล่าวคือ คนไทยดื่มนมเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ลิตร/คน/ปี

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่ประเทศไทยต้องเตรียมตัวรับมือมากที่สุด คือการเข้าสู่เวทีการค้าเสรีในข้อตกลงต่างๆ ซึ่งนับตั้งแต่ในปี 2553 ที่มีการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) สินค้านมพร้อมดื่มมีภาษีนำเข้าและส่งออกเป็น 0% รวมถึงในปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า องค์การการค้าโลก (WTO) ต้องการให้ประเทศสมาชิกที่กำลังพัฒนาเปิดเสรีทางการค้าขึ้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นมยังเป็นสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งจะปลอดภาษีนำเข้าและส่งออกโดยสมบูรณ์ในปี 2568

การเปิดเสรีการค้านี้ เป็นโอกาสสำคัญในการขยายตัวของอุตสาหกรรมนมของประเทศไทย หากมีการเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม อุตสาหกรรมนมไทยจะสามารถมีอำนาจการต่อรองในเชิงธุรกิจกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญในเวทีโลก ซึ่งหากเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้ว อุตสาหกรรมนมไทยมีความได้เปรียบในด้านศักยภาพการผลิตอีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

โดยภาพรวมประเทศไทยได้เปรียบเพราะมีศักยภาพด้านการผลิตมากกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ทั้งในเรื่องของลอจิสติกส์ที่ประเทศไทยอยู่ในจุดศูนย์กลาง ทำให้สามารถติดต่อหรือขนส่งสินค้าได้สะดวกกว่า และในเรื่องของการผลิตน้ำนมดิบที่สามารถผลิตน้ำนมดิบได้ปีละประมาณ 1.20 ล้านตัน ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่สามารถผลิตได้มากที่สุดในอาเซียน อันดับ2 ได้แก่ เวียดนามสามารถผลิตได้ปีละประมาณ 1.17 ล้านตัน และอินโดนีเซียปีละประมาณ 0.85 ล้านตัน รวมถึงเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ปริมาณการส่งออกมีปริมาณ 163,804 ตัน เติบโตขึ้น 13.63% และมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ส่งออก 6,995 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9.88%

โดยทางโฟร์โมสต์เล็งเห็นว่า ปัจจัยที่จะสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมนมเติบโตได้เพิ่มขึ้น นั่นคือการยกระดับอุตสาหกรรมนมทั้ง Value Chain เริ่มจากการพัฒนาในส่วนของต้นน้ำ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทางด้านสุขภาพและโภชนาการที่ดีแก่ผู้บริโภค ประกอบด้วย

A good living for our farmers บริษัทมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเกษตรกรโคนมไทย ภายใต้ โครงการพัฒนาฟาร์มไทยก้าวไกลสู่มาตรฐานโลก (Dairy Development Program) เพื่อยกระดับคุณภาพของน้ำนมดิบอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการให้ผลผลิตของโคนม ส่งเสริมเกษตรกรโคนมชาวไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเพื่อให้ครอบครัวคนไทยทุกคนได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุด

Better nutrition for the world  ผลิตนมคุณภาพมาตรฐานจากเนเธอร์แลนด์เพื่อผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งอยู่ภายใต้ โครงการพัฒนาฟาร์มไทยก้าวไกลสู่มาตรฐานโลก โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ เกษตรกรพบเกษตรกร (Farmers to Farmers)  คือการนำเกษตรกรโคนมที่ได้รับการรับรองจากเนเธอร์แลนด์มาถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านเทคนิคการทำฟาร์มโคนมกับเกษตรกรโคนมชาวไทย โดยหลักการอบรม 7 แนวทางสำคัญ (7 Diamonds) ประกอบด้วย การจัดการอาหารและน้ำ การเลี้ยงลูกโค การรีดนม ความสมบูรณ์พันธุ์ การดูแลกีบ การออกแบบโรงเรือน และการบันทึกข้อมูล

ในปีนี้โฟร์โมสต์ เตรียมใช้งบลงทุนรวมกว่า 15 ล้านบาท ในการสนับสนุนเกษตรกรโคนมไทย โดยกิจกรรมที่บริษัทให้ความสำคัญในปีนี้ คือโครงการ โฟร์โมสต์สานพลังประชารัฐ พัฒนาเกษตรกรโคนมไทย ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยการนำผู้เชี่ยวชาญด้านการทำฟาร์มโคนมจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาถ่ายทอดความรู้ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการทำฟาร์มโคนมมาใช้ในโครงการนำร่องต่างๆ รวมถึงการวางแผนจัดทำระบบการขนส่งน้ำนมดิบเพื่อลดต้นทุนด้านลอจิสติกส์

นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการ หลักสูตรพัฒนาคุณภาพโคนมแห่งชาติ ที่เกิดจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล อบรม ทั้งทางวิชาการและภาคปฏิบัติระหว่างกัน อาทิ การจัดการฟาร์มโคนม การจัดการอาหารโคนม การดูแลระบบสืบพันธุ์และสุขภาพโคนม การป้องกันและควบคุมโรคในฟาร์มโคนม การพัฒนาการผลิตน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐาน รวมถึงการปรับปรุงพันธุ์โคนม เพื่อส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรโคนมไทยทั่วประเทศ และยกระดับมาตรฐานเกษตรกรรมโคนมและคุณภาพน้ำนมดิบ รวมถึงการส่งเสริมอาชีพพระราชทานการเลี้ยงโคนมให้มีความยั่งยืน

และ Now and for generations to come บริษัทสนับสนุนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เพื่อให้ฟาร์มโคนมและสหกรณ์โคนมมีทักษะด้านการบริหารจัดการฟาร์มโคนม อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อยกระดับคุณภาพของน้ำนมดิบอย่างยั่งยืน ส่งเสริมเกษตรกรโคนมชาวไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมให้ครอบครัวคนไทยทุกคนได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุด

รวมถึงในส่วนของการพัฒนากระบวนการผลิต ให้ภาคอุตสาหกรรมมีการพัฒนาและยกระดับการผลิต การขนส่ง จัดจำหน่าย สนับสนุนให้มีการเปิดเสรีด้านกลไกราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้อุตสาหกรรมมีการปรับตัวตามกลไกราคาของตลาดการค้าเสรีและอุตสาหกรรม ในราคาที่แข่งขันได้เพื่อพร้อมรับการเปิดเสรีการค้า และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยมุ่งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร อุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในเชิงบูรณาการ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ จึงนำไปสู่การตอกย้ำวิสัยทัศน์ของโฟร์โมสต์ในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการดำเนินงานในประเทศไทย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort