6,192
VIEWS

เศรษฐกิจหมุนเศรษฐกิจหมุนเวียน การขับเคลื่อนความร่วมมือครั้งสำคัญของ SCG

Aug 02, 2018 S.Worapol

เป็นอีกหนึ่งปีที่ SCG เดินหน้าจัดงาน งานสัมมนาระดับโลกในไทย “SD Symposium 2018” ภายใต้แนวคิด “Circular Economy : The Future We Create” ดึงองค์กรชั้นนำระดับโลก ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ SME สตาร์ทอัพ ชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและต้นแบบความสำเร็จเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่กระบวนการผลิต การบริโภค จนถึงการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบ สู่การเติบโตอย่างสมดุลของธุรกิจ คุณภาพชีวิต และอนาคตโลกที่ยั่งยืน

โดยหลังจากย่อหน้านี้เป็นมุมมองความคิดของ รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ที่มีต่อเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน จะน่าสนใจอย่างไร ลองอ่านกันดูครับ

ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ความต้องการใช้ทรัพยากรเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยคาดว่าในปี ค.ศ.2030 (สองพันสามสิบ) ความต้องการใช้ทรัพยากรของโลกจะสูงถึง 3 เท่าของปริมาณทรัพยากรที่มีอยู่

เนื่องจากจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเดินหน้าพัฒนาประเทศและเพิ่มกำลังผลิตสินค้าเพื่อป้อนตลาดโลก สวนทางกับปริมาณทรัพยากรที่ลดลงเรื่อยๆ จากการถูกทำลายและใช้อย่างไม่รู้คุณค่า ซึ่งความไม่สมดุลนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างมหาศาล

ขณะเดียวกัน เมื่อทรัพยากรถูกนำไปใช้งานแล้ว ก็จะกลายเป็นขยะจำนวนมาก โดยคนไทย 1 คน ปัจจุบันจะสร้างขยะเฉลี่ยถึงวันละ 1.1 กิโลกรัม ซึ่งที่จริงแล้วขยะเหล่านั้นสามารถนำกลับไปใช้เป็นทรัพยากรใหม่ได้มากกว่าร้อยละ 60 แต่ทุกวันนี้เรากลับสามารถนำไปใช้ได้เพียงร้อยละ 31 เท่านั้น จากการที่เราไม่ตระหนักในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้เราเสียโอกาสอีกมากที่จะนำทรัพยากรเหล่านั้นกลับมาทำให้เกิดประโยชน์ต่อไป

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy ที่กำลังจะพูดถึงกันในวันนี้จึงเป็นแนวคิดที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี เพราะจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และไม่มีของเหลือทิ้งในกระบวนการตั้งแต่การผลิต การบริโภค จนถึงการจัดการเมื่อสินค้าหมดอายุ                      

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เอสซีจี ในฐานะภาคธุรกิจจึงขอเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชนได้อย่างแท้จริง

เอสซีจียังได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ โดยมีการขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

Reduced material use หรือเพิ่ม Durability คือ การลดใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต เช่น  กระดาษลูกฟูก Green Carton ที่ใช้การทำบรรจุภัณฑ์ สามารถวัตถุดิบลดลงร้อยละ 25 แต่คงความแข็งแรงเท่าเดิม ทั้งยังทำให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนในการขนส่งมากขึ้น และการลดการผลิตและการขาย single-use plastic ของเอสซีจี จากร้อยละ 46 เหลือร้อยละ 23 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

การช่วยให้ลูกค้าลดการใช้พลังงาน เช่น Active AIRflow System ระบบระบายอากาศที่ทำให้บ้านเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว ประหยัดค่าไฟจากการใช้เครื่องปรับอากาศ และ การเพิ่มความแข็งแรงทนทานของสินค้า เช่น ปูนโครงสร้างทนน้ำทะเลที่มีอายุการใช้งานเพิ่มขึ้น 2 เท่า

Upgrade และ Replace คือ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อทดแทนสินค้าหรือวัตถุดิบชนิดเดิม ด้วยสินค้าหรือวัตถุดิบชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ใช้ทรัพยากรน้อยลงหรือนำไปรีไซเคิลได้มากขึ้น เช่น เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนจากเทคโนโลยีใหม่ของเอสซีจี ที่สามารถนำพลาสติกรีไซเคิลมาผสมได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และ ปูนโครงสร้างเอสซีจีสูตร Hybrid ที่ใช้ทดแทนปูนโครงสร้างสูตรเดิม ทำให้ใช้วัตถุดิบหินปูนที่ต้องเผาน้อยลง

สุดท้าย Reuse และ Recycle คือ การเพิ่มความสามารถในการหมุนเวียนสินค้าที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น โรงอัดกระดาษเพื่อรวบรวมเศษกระดาษกลับมารีไซเคิล การนำขวดแก้วใช้แล้วมาทดแทนทรายธรรมชาติในการผลิตฉนวนกันความร้อน การพัฒนาสินค้า CIERRA ซึ่งเป็น Functional Material ที่ช่วยปรับคุณสมบัติพลาสติกให้สามารถใช้พลาสติกเพียงชนิดเดียว แต่ให้คุณสมบัติที่หลากหลายกับบรรจุภัณฑ์แทนการใช้วัสดุหลายชนิด ซึ่งยากต่อการนำไปรีไซเคิล ทำให้การรีไซเคิลทำได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น และ การนำขยะพลาสติกในทะเลและชุมชนมาเป็นส่วนประกอบสำหรับทำบ้านปลาเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล

นอกจากนี้ เอสซีจีจะร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์ ดังเช่นในช่วงเย็นวันนี้ที่จะมีการจัดวงสนทนาของผู้นำองค์กรธุรกิจต่างๆ เช่น บางจาก / Dow Chemical / Tesco Lotus และ Panasonic เพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้กับทรัพยากรโลกอีกด้วย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.