8,598
VIEWS

ถอดความสำเร็จ “รสดี” สร้างแบรนด์อย่างไรให้ครองใจผู้บริโภค

Jul 31, 2018 R.Somboon

ตลาดเครื่องปรุงรสของบ้านเราถูกยึดครองโดย 2 แบรนด์หลักของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ มาอย่างยาวนาน โดยในตลาดผงชูรสมีแบรนด์อายิโนะโมะโต๊ะ เป็นผู้นำในตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดทิ้งห่างจากคู่แข่งขัน เช่นเดียวกับในตลาดผงปรุงรสที่แบรนด์ในเครืออายิโนะโมะโต๊ะอีกแบรนด์อย่าง “รสดี” สามารถยึดครองความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างเหนียวแน่นมานาน..... 

ความน่าสนใจของผงปรุงรสแบรนด์นี้ก็คือ การที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำอาหารของคนรุ่นใหม่มาตลอดกว่า 30 ปีที่เข้ามาทำตลาด จนกลายเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจถึงเบื้องหลังความสำเร็จของเครื่องปรุงรสแบรนด์นี้

ถอดรหัสความสำเร็จ

ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส  รสดี เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 และอยู่คู่ครัวไทยมานานถึง 30 ปี โดยผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นที่สามารถปรุงรสอาหารได้หลากหลายเมนู ทำให้สามารถครองความเป็นผู้นำในตลาดมาอย่างยาวนานด้วยส่วนแบ่งที่ว่ากันว่ามีมากกว่าครึ่งของตลาดผงปรุงรสที่มีมูลค่า โดยรสชาติที่ได้รับความนิยม ได้แก่ รสหมู รสไก่ รสเนื้อ และรสกระเทียม ตามลำดับ

การเข้าตลาดของรสดีเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว เป็นการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่เจ้าของแบรนด์นี้ คือ อายิโนะโมะโต๊ะ มองเห็นแนวโน้มที่เปลี่ยนไปของการใช้เครื่องปรุงรสจากเดิมที่คนไทยจะใช้เครื่องปรุงรสแบบแยกประเภท แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และการต้องการความสะดวกในการทำอาหารของผู้บริโภค ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สินค้าประเภทนี้ โดยหันมาใช้เครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่รวมเอาทุกอย่างไว้ในซองเดียวกัน

นั่นจึงกลายเป็นโอกาสในการแจ้งเกิด และรสดีเข้ามาช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคก็สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการสร้างตลาดจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดได้สำเร็จ

ส่วนการทำกิจกรรมการตลาดนั้น จะมีทั้งอะโบฟเดอะไลน์ (Above the Line) และบีโลว์เดอะไลน์ (Below the Line) เพื่อตอกย้ำคุณภาพของแบรนด์สู่กลุ่มเป้าหมายหลักซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มแม่บ้าน พร้อมกันนี้ยังได้ขยายฐานไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ อาทิ กลุ่มคนวัยทำงานตอนต้นหรือคู่แต่งงานใหม่ เพื่อรักษาฐานการตลาดและยังเป็นการเพิ่มเป้าหมายใหม่อีกด้วย โดยสื่อสารให้เห็นถึงการที่รสดี เป็นส่วนประกอบหลักของการทำอาหารที่อยู่คู่ครอบครัวไทยมายาวนานกว่า 30 ปี

 

ด้วยโฆษณาที่จำง่าย สื่อสารถึงการเป็นเครื่องมือในการช่วยทำอาหารให้อร่อยของแม่บ้านยุคใหม่ ทำให้โฆษณาของรสดีหลายๆ ชุดติดอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภค ซึ่งหลายคนน่าจะจำได้ถึงหนังโฆษณาชุดหนึ่งที่มีเด็กผู้หญิงน่ารักมาพูดถึง “หมู ฉึก ฉึก” จนติดปากคนไทยในช่วงเวลานั้น

การเป็นแบรนด์แรกๆ ที่มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องทำให้รสดีสามารถเข้าไปสร้างการยอมรับต่อแบรนด์กับครอบครัวรุ่นใหม่ๆ โดยสิ่งที่อายิโนะโมะโต๊ะทำออกมาก็คือการสร้างโอกาสในการใช้ผงปรุงรสให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะถ้าดูตัวเลขจากการทำวิจัยของอายิโนะโมะโต๊ะเองในช่วงก่อนหน้านั้น จะพบว่า มีจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศแค่ 75 - 80% เท่านั้นที่ใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูป ยังมีพื้นที่ว่างให้เจาะเข้าไปเพื่อเพิ่มการใช้อีก 20 - 25% ความต่อเนื่องทางการตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ เราจึงแทบไม่เห็นรสดีหยุดทำตลาดเลยในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากเรื่องของแบรนด์ ตัวผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารแบรนด์แล้ว ในเรื่องของการจัดจำหน่ายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งอายิโนะโมะโต๊ะถือเป็นบริษัทที่มี “เซลส์ฟอร์ซ” หรือระบบจัดจำหน่ายที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยมีการปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ครั้งหนึ่งเมื่อเทคโนโลยีไอทีเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจ อายิโนะโมะโต๊ะก็มีการเพิ่มขีดความสามารถของทีมขายด้วยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แบบพกพาในการสั่งซื้อสินค้า และมีการพัฒนาระบบจนสามารถออนไลน์กับสำนักงานใหญ่สามารถเช็คยอดขายได้ตลอดเวลาจึงสามารถวางแผนการขายตลอดจนมองหาช่องว่างที่ทีมขายยังไม่ได้เจาะเข้าไปได้แบบทันท่วงที

เครื่องปรุงรสเป็นสินค้าที่ต้องเข้าปากลูกค้า เมื่อมีการใช้หรือบริโภคจนคุ้นชินกับรสชาติแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นอีก อย่างไรก็ตาม การสร้างความเชื่อมั่นผ่านแบรนด์เป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของตลาด ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องจะทำให้สินค้ายังคงเป็นที่นิยมแม้จะอยู่ในตลาดมานานก็ตาม.....

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.