Amazon, Toyota, Alcoa ร่วมยักษ์ธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่นๆ ต้าน Trade War ของ Trump

Jul 23, 2018 P.Patikom

บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมากในสหรัฐ เช่น Amazon ยักษ์อีคอมเมิร์ซโลกสายเลือดอเมริกัน, Toyota ยักษ์อุตสาหกรรมยานยนต์โลกสายเลือดญี่ปุ่นที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ในสหรัฐ, Alcoa ยักษ์อุตสาหกรรมโลหะอะลูมิเนียมสายเลือดอเมริกัน และยักษ์ธุรกิจและอุตสาหกรรมสหรัฐอีกหลายราย กำลังทำงานร่วมกันเพื่อต้านนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของประธานาธิบดี Trump ที่กำลังก่อให้เกิด Trade War ระหว่างสหรัฐและจีน ลามไปถึงยุโรปและประเทศอื่นๆ

การก่อสงครามการค้าของ Trump ไม่เพียงแต่สร้างความไม่พอใจให้แก่ภาครัฐบาลของประเทศที่จำต้องเผชิญ Trade War โดยตรงกับสหรัฐอย่างจีน และหลายประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศอื่นๆ เท่านั้น ยังสร้างความไม่พอใจให้กับภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งในภาคธุรกิจส่วนใหญ่ในสหรัฐเอง และในที่สุดภาคเอกชนที่เป็นยักษ์ใหญ่ของโลกที่ดำเนินธุรกิจในสหรัฐ ก็เคลื่อนไหวจับมือกันดำเนินงานต่อต้านนโยบายเก็บภาษีนำเข้าสูงของ Trump อย่างจริงจัง

แม้ว่าหลายบริษัทเหล่านั้นกำลังพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump แต่ก็ต้องการใช้อิทธิพลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อยับยั้ง Trump  จากการฉีกข้อตกลงทางการค้ากับต่างประเทศ หรือการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจำนวนมากในวงกว้าง

Amazon ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังดำเนินธุรกิจ Cloud-Computing ได้รับผล กระทบจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นกับสินค้าจำนวนมากที่ขายผ่านทางออนไลน์ Amazon ได้ระบุรายการสินค้าหลากหลายที่บางรายการมีภาษีสูง และกำลังประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ ผู้บริหาร Amazon ยังกังวลว่าภาษีดังกล่าวจะกระทบผู้ซื้อในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง นอกจากนั้นยังมีความกังวลที่มากขึ้น คือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการนำเข้าสำหรับส่วนประกอบที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลที่จะทำให้กลุ่มธุรกิจคลาวด์ของ Amazon มีการแข่งขันลดลงเนื่องจาก Amazon Web Services เป็นหน่วยงานที่ทำกำไรให้กับ Amazon มากที่สุด

Amazon กำลังคุยกันถึงแคมเปญโฆษณารณรงค์เรื่องนี้หลายแคมเปญในวงการอุตสาหกรรม และการล็อบบี้รัฐบาลในวงกว้างให้มากขึ้น สำนักข่าว REUTERS อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ อย่างไรก็ตาม Amazon ปฏิเสธให้ความเห็น

บริษัท Toyota Motor North America ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Toyota ญี่ปุ่นก็อาจประสบปัญหาเช่นกัน หาก Trump ดำเนินการตามแผนงานที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับยานพาหนะและชิ้นส่วน ได้ส่งคนเข้าพบกับสมาชิกคนสำคัญของสภาคองเกรสในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับภาษีนำเข้า

ผู้บริหารจากบริษัท General Motors กล่าวว่า บริษัทอาจต้องเจ็บปวดเช่นกัน ถ้า Trump ดึงสหรัฐอเมริกาออกจากข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือถ้าเขาเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ GM ได้จัดประชุมกับฝ่ายบริหารของรัฐและสภาคองเกรสตั้งแต่ปีที่แล้ว ยกประเด็นเรื่องการค้า, ภาษีศุลกากรที่จะนำไปสู่ ​​"การลดลงของยอดขายรถยนต์ในประเทศและต่างประเทศ" อ้างอิงข้อมูลจากการกล่าวของผู้บริหาร GM เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

GM ได้จ้างอดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการของ  National Economic Council ของ Trump และยังเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ, Everett Eissenstat เป็นหัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะของ GM อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ซึ่ง GM ปฏิเสธที่จะยืนยันการจ้างงาน 

ยังมีบรรดาบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้า เหล็กและอะลูมิเนียมของ Trump ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็กำลังช่วยกันผลักดันให้เกิดการผ่อนคลายในเรื่องนี้

ประธานคณะผู้บริหารของ Alcoa บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมของสหรัฐ กล่าวกับนักลงทุนในการประชุมทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้ผลิตอะลูมิเนียมยักษ์ใหญ่รายนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยอย่างกระตือรือร้นกับฝ่ายบริหารของ Trump, ฝ่ายการพาณิชย์ และสมาชิกรัฐสภาเพื่อยกเลิกภาษี หรือยกเว้นสำหรับอะลูมิเนียมนำเข้าจากแคนาดา

Alcoa กล่าวว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องเจ็บปวดจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 14 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ส่วนใหญ่มาจากภาษีที่เรียกเก็บจากอะลูมิเนียมที่นำเข้ามาจากแคนาดา ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของบริษัท Alcoa 

นอกเหนือจากภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมแล้ว Trump ได้ขึ้นภาษีนำเข้าอีก 10% สำหรับสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าหลายพันรายการตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึง เราท์เตอร์อินเตอร์เน็ต 

ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี IT ไม่ใช่มีเพียง Amazon เท่านั้นที่มีความกังวลในเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้า Dean Garfield ประธานคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า อีกหลายๆ บริษัทรวมทั้ง Microsoft, Alphabet ที่เป็นบริษัทแม่ของ Google และ Google เองต่างก็เห็นว่าการขึ้นอัตราภาษีนำเข้า ของ Trump ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้เมื่อรวมกับบริษัทในธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่นๆ ดังตัวอย่างข้างต้นแล้ว เป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามว่า การปรับอัตราภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี Trump ที่มุ่งหมายจะใช้เล่นงานประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐมากๆ เช่น ประเทศในยุโรป รวมถึงจีนที่ Trump บอกว่านอกจากจะได้เปรียบดุลยการค้าสหรัฐมหาศาลแล้วยังละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐมากมายนี้ น่าจะไม่ได้เพียงสร้างความเจ็บปวดต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจต่อประเทศเป้าหมายเหล่านั้นเท่านั้น ยังกำลังสร้างความเจ็บปวดอย่างมากต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในสหรัฐเอง และอาจจะกระทบเศรษฐกิจในสหรัฐในระยะต่อไปด้วย


Cr : REUTERS / The Company

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.