30,017
VIEWS

10 เรื่องเกี่ยวกับสตาร์บัคส์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Jun 01, 2017 S.Vutikorn

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นาทีนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักร้านกาแฟชื่อดังระดับโลกอย่างสตาร์บัคส์

สำหรับคนที่เคยมีโอกาสเข้าไปใช้บริการคงจะสังเกตได้ว่าสตาร์บัคส์เป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบได้อย่างลงตัว ความสวยงามของร้านตลอดจนอัธยาศัยของพาร์ทเนอร์ล้วนเป็นแรงดึงดูดให้คนทั่วโลกเป็นลูกค้าของร้าน

แต่เชื่อไหมว่าเบื้องหลังความสำเร็จกว่าจะมาเป็นร้านกาแฟสุด Chic นี้ สตาร์บัคส์มีการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยในหลายด้านมาใช้งานเบื้องหลังโดยที่ผู้บริโภคไม่รู้มาก่อน

อะไรหลายๆ อย่างที่แอบซ่อนอยู่นี้ ล้วนมีส่วนเติมเต็มบรรยากาศให้ลงตัวจนมีลูกค้าประจำมากมาย วันนี้ทีมงานขอรวบรวมเอา 10 เรื่องของสตาร์บัคส์ที่หลายคนยังไม่รู้มาก่อนมานำเสนอให้รับชมกัน

1. Carbon Dioxide Sensor

โดยปกติแล้วคนเราจะหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งสถานที่ใดที่มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากๆ จะทำให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว เพราะฉะนั้นเพื่อความรู้สึกที่สบายของลูกค้าในร้าน สตาร์บัคส์จะมีการติดตั้งเครื่อง Carbon Dioxide Sensor  ที่จะคอยตรวจวัดระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบริเวณร้านว่ามีมากไปหรือไม่ หากเครื่องตรวจพบว่ามีปริมาณก๊าซมากเกินไประบบปรับอากาศภายในจะให้พัดลมระบบ Fresh Air ทำการเติมอากาศใหม่เข้ามาในระบบในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ภายในร้านได้รู้สึกผ่อนคลายและสบายในขณะที่นั่งอยู่ในร้านสตาร์บัคส์

2. กระจกนิรภัย

กระจกรอบร้านสตาร์บัคส์ทุกแห่งทั่วโลกล้วนเป็นกระจกแบบนิรภัยและมีการติดฟิล์มนิรภัยเสริมอีก 1 ชั้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กระจก ลดการระเบิดแตกหรือทนต่อการกระทบของวัสดุ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ภายในร้านทุกท่าน

โดยปกติแล้วกระจกนิรภัยจะมีความแข็งแรงพิเศษกว่ากระจกทั่วไปราว 3-5 เท่า นอกจากนี้การแตกของกระจกนิรภัยจะเป็นการแตกกระจายออกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดข้าวโพดและมีความคมน้อยดังนั้นการใช้กระจกนิรภัยที่มีความแข็งแรงพิเศษเป็นอีกหนึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหนือกว่าร้านกาแฟทั่วไป

ใครที่อยากรู้ว่ากระจกนิภัยมีความแข็งแรงอย่างไร ลองคลิกเข้าไปดูที่ข่าวการประท้วงในสหรัฐอเมริกานี้ได้เลย

https://www.facebook.com/wkbwtv/videos/10154155988151892/

 

3. สตาร์บัคส์มีกากกาแฟแจกฟรีเพื่อใช้ทำปุ๋ย

ลูกค้าสตาร์บัคส์ที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้สามารถติดต่อร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาใกล้บ้านเพื่อขอรับกากกาแฟบรรจุ (หนักกี่ขีดหรือกิโลกรัม) เพื่อนำไปทำสวนและเป็นปุ๋ยหมักได้อย่างดีเพราะกากกาแฟมีแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ อาทิ ไนโตรเจนแมกนีเซียม แคลเซียม โพแทสเซียม เป็นต้น

4. โต๊ะในร้านทำจากกาแฟ

กากกาแฟที่เหลือสามารถเอาไปทำโต๊ะรีโซเคิลมาใช้ในร้านสตาร์บัคส์กว่า 100 สาขา แล้วเวลามาดื่มกาแฟที่ร้านลองมองหาท็อปโต๊ะที่มีสกรีนว่า “This Table is Made From Starbucks Recycle Coffee Grounds”

นอกจากท็อปโต๊ะแล้วในร้านสตาร์บัคส์ยังมีถาดและที่รองแก้วในร้าน Reserve ที่ทำจากกากกาแฟเช่นกัน

5. เครื่องชงสุญญากาศ

สตาร์บัคส์มีนวัตกรรมเครื่องทำกาแฟที่พัฒนามาเป็นของตัวเองชื่อว่า The Clover® ที่ใช้ชงกาแฟได้ทีละ 1 แก้วเพื่อให้ได้รสชาติที่สมดุลนุ่มลึกและคงกลิ่นหอมของกาแฟไว้มากที่สุด ด้วยระบบสุญญากาศ Vacuum-Press™ ที่ควบคุมอุณหภูมิน้ำและเวลาชงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งบาริสต้าสตาร์บัคส์มักเลือกใช้เมล็ดกาแฟหายากอย่างสตาร์บัคส์รีเสิร์ฟมาชงด้วยเครื่องนี้ ปัจจุบันมีเครื่อง The Clover® ที่สตาร์บัคส์เพียง 3 สาขาในประเทศไทย ได้แก่ สาขาเซ็นทรัล เวิลด์ ศูนย์การค้าพารากอน ชั้น 1 และสาขาบ้านสีลม

6. เครื่องชงกาแฟ Hybrid

สุดยอดเครื่องชงกาแฟ Victoria Arduino - VA388 Black Eagle เครื่องชงกาแฟแบบไฮบริด 1 ใน 5 เครื่องของสตาร์บัคส์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและประเทศจีน ซึ่งมีแค่ 3 เครื่องในร้านสตาร์บัคส์ในประเทศไทยที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องให้คงที่พร้อมวัดปริมาณกาแฟและตั้งเวลาอย่างแม่นยำ  เพื่อส่งมอบเครื่องดื่มเอสเพรสโซ่รสชาติดีที่สุดและคุณภาพดีที่สุดสม่ำเสมอในทุกๆ แก้ว เครื่องชงนี้ยังเป็นเครื่องชงสำหรับการแข่งขัน Barista Championship อีกด้วย

7. กาแฟสายพันธุ์ไทย

แม้ว่าสตาร์บัคส์จะเป็นเชนร้านกาแฟจากสหรัฐอเมริกาแต่ในประเทศไทยก็มีกาแฟสตาร์บัคส์เชื้อสายไทยเป็นของตัวเองชื่อว่าสตาร์บัคส์ม่วนใจ๋เบลนด์ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดีจากประเทศไทย และหมู่เกาะอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิกให้รสชาติหนักแน่นนุ่มลึกและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นอายดินธรรมชาติ

ใครที่อยากลิ้มลองกาแฟสัญชาติไทยก็สามารถหาซื้อมาลองได้

8. สตาร์บัคส์ไม่ได้ล้างแก้วแบบวิธีปกติ

น้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญมากต่อการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟของสตาร์บัคส์ทั้งในการชงกาแฟ การล้างแก้ว และการทำน้ำแข็งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 เป็นต้นมา สตาร์บัคส์เริ่มออกแบบการใช้งานของร้านให้เป็นแบบประหยัดน้ำมากที่สุด เช่น การติดตั้งก๊อกน้ำที่ปริมาณน้ำลดลงและเลิกใช้อ่างน้ำสำหรับการสะอาด แบบ Dipper Well เป็นแบบระบบ Hand-Metered Water และ Spray Rinse แทน

คนที่ช่างสังเกตจะเห็นว่า การล้างแก้วกาแฟของสตาร์บัคส์พาร์ทเนอร์จะใช้วิธีการคว่ำแก้วลงบนก๊อกน้ำที่หงายขึ้นแล้วใช้แรงดันน้ำในการทำความสะอาดแก้ว

วิธีการนี้สตาร์บัคส์รับประกันว่าสะอาด 100% แถมยังประหยัดน้ำอีกด้วยโดยในปี 2558 สตาร์บัคส์สามารถช่วยประหยัดน้ำไปมากกว่าร้อยละ 25

9. ร้านสีเขียว

สตาร์บัคส์ประเทศไทย มีร้านที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED (Leadership in Energy and Environmental Design)* ทั้งหมด 47 ร้านโดยสตาร์บัคส์พอร์โตชิโน่ซึ่งเป็นร้าน Drive-Thru สาขาแรกของประเทศไทยได้รับการรับรองเป็นระดับโกลด์สาขาแรกในเอเชีย และสาขา SCG Head Office ในระดับแพลทินัม

*LEED หรือ Leadership in Energy and Environmental Design คือระบบการให้คะแนนประเมินระดับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับอาคารและสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกระบบนี้ได้รับการพัฒนาโดย U.S. Green Building Council โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธภาพการใช้ทรัพยากรของอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีเกณฑ์พิจารณา 7 หัวข้อหลัก ได้แก่ Sustainable Site (SS) การใช้ประโยชน์ที่ตั้งอย่างยั่งยืน Water Efficiency (WE) ประสิทธิภาพการใช้น้ำ  Energy & Atmosphere (EA) การใช้พลังงานและบรรยากาศ Materials & Resources (MR) การเลือกใช้วัสดุและทรัพยากรในการก่อสร้าง Indoor Environmental Quality (IEQ) คุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคารInnovation in Design (ID) นวัตกรรมและกระบวนการออกแบบ Regional Priority (RP) การรับรองเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา

10. ร่วมทำบุญ

ร้านสตาร์บัคส์ที่สาขาหลังสวนรายได้จากทุกๆ 10 บาท ในการจำหน่ายเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ทุกแก้วในร้านจะถูกนำไปรวบรวมเพื่อมอบให้แก่องค์กรพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสานหรือไอทีดีพี (The Integrated Tribal Development Program: ITDP) เพื่อการพัฒนาชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ส่วนลูกค้าทั่วไปที่ใช้บริการในสาขาอื่น ลูกค้าสตาร์บัคส์ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไร่กาแฟอยู่ตลอดเวลา เพราะสตาร์บัคส์รับซื้อเมล็ดกาแฟจากทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าที่ใดก็ตามโดยยึดตามหลักการปฏิบัติในการรับซื้อเมล็ดกาแฟ C.A.F.E. (Coffee and Farmer Equity Practices) ซึ่งเป็นแนวทางในการรับซื้อเมล็ดกาแฟที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.