71,465
VIEWS

ทำความเข้าใจ BCG Matrix โมเดลที่จะทำให้คุณเข้ารู้ว่าสินค้าขององค์กรอยู่ในจุดไหน

Jul 12, 2018 S.Worapol

ก่อนที่เราจะเรียนรู้ว่าโลกเปลี่ยนไปอย่างไรด้วยปัจจัยอะไร ลองมองกลับมาที่องค์กรก่อนดีไหมว่าสินค้าแต่ละตัวของคุณอยู่ในจุดไหน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเดินหน้ากับสินค้านี้อย่างไร

วันนี้ Marketing You Know? จึงถือโอกาสหยิบเอาสิ่งที่จะช่วยให้คุณเข้าใจสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้นผ่านโมเดล BCG Matrix นั่นเอง

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า BCG Matrix คืออะไร BCG ย่อมาจาก Boston Consulting Group เป็นโมเดลที่ช่วยวิเคราะห์สินค้าของว่าอยู่ในจุดไหน โดย Matrix นี้ ถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม สำหรับแกนตั้ง คือ อัตราการเติบโตของตลาด (Market Growth) ส่วนแกนนอน  คือ ส่วนแบ่งตลาด (Market Share)

เมื่อเห็นทั้ง 4 ช่องก็จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ทีนี้เรามาดูแต่ละช่องกันเลยดีกว่าว่าความหมายคืออะไร

ช่องบนซ้าย ชื่อว่า STAR หรือ กลุ่มดาวรุ่ง

กลุ่มนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง และมีส่วนแบ่งการตลาดสูงเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์อยู่ในช่วงกำลังเติบโต มีความต้องการในตลาดมาก ควรรักษาตัวเองให้อยู่ในตลาดต่อไปให้นานที่สุด แน่นอนว่าเติบโตก็ดี ส่วนแบ่งก็เยอะ คู่เเข่งก็จะเข้ามาเรื่อยๆ

ช่องบนขวา Cash Cow 

สินค้ากลุ่มนี้ส่วนแบ่งตลาดสูง แต่มีอัตราการเติบโตต่ำ

พูดง่ายๆ ว่าสินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้กำไรสูงโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากเข้าสู่จุดอิ่มตัว ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มมาก ทำให้อาจจะมีเงินลงทุนเหลือเพื่อที่จะหาน่านน้ำใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ

ช่องล่างซ้าย หรือ Question Marks 

กลุ่มนี้เป็นสินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำ ในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง

ธุรกิจกำไรน้อย ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส เป็นเพราะสินค้าที่เพิ่งจะเข้ามาในตลาดนี้ ที่เป็นตลาดใหม่ขององค์กร

ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ต้องวางแผนดีๆ โดยกำหนดระยะเวลาที่จะจริงจังกับสินค้านี้ให้ชัดเจนว่าจะประเมินผลเมื่อไหร่ เพราะถ้าสำเร็จก็จะขึ้นไปเป็น Star ได้ แต่ถ้าไม่สำเร็จ ก็จะมาอยู่ในช่อง Dog ที่จะอธิบายต่อไปนั้นเอง

ช่องล่างขวา หรือ Dogs 

สินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำ อัตราการเติบโตต่ำ

เป็นธุรกิจกำไรน้อยขาดทุน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าควรตัดทิ้งไป หรือไม่ก็ปรับปรุงใหม่ให้สินค้านี้อยู่รอดต่อไปได้

ดูแบบนี้อาจจะไม่ยาก แต่ที่ยากก็คือความเข้าใจและเปิดใจยอมรับให้ได้ว่าสินค้าของคุณอยู่ในจุดไหน บางครั้งเราอาจจะรักแบรนด์นี้แต่วันหนึ่งที่เดินทางมาถึงจุดที่ไม่ได้ทำกำไรและตลาดก็ไม่ได้เติบโต คุณก็ควรที่จะตัดทิ้งเเม้ว่าจะรักขนาดไหนก็ตาม

ประโยชน์ของ BCG Matrix คือทำให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาดของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี และจะนำไปความแข็งแกร่งขององค์กรต่อไป

นอกเหนือจากการวิเคราะห์ธุรกิจแล้ว ลองใช้ BCG Matrix กับเรื่องอื่นๆ ก็ได้นะครับ อย่างเช่น การประเมินช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ หรือการประเมินพนักงาน บุคลากร

สุดท้ายแล้วถ้าเราเข้าใจว่าอะไรอยู่กลุ่มไหน ก็จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและถูกใจ ได้ครับ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.