12,909
VIEWS

กะทิ “อัมพวา” บทพิสูจน์ความสำเร็จ คว้ารางวัลแบรนด์เติบโตสูงสุด ประจำปี 2561 จาก KWP

Jul 13, 2018 -None-

“อัมพวา” กะทิแท้ 100% ขึ้นแท่นท็อปแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร การันตีด้วยรางวัล Top Risers จากเวที “แบรนด์ยอดนิยมประจำปี 2561 – Brand Footprint Award 2018”

สำหรับรางวัล “แบรนด์ยอดนิยมประจำปี 2561 - Brand Footprint Award 2018”  เป็นการสำรวจโดย บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (Kantar  Worldpanel Thailand : KWP)  ผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเชิงลึกที่มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอัตราการบริโภคสูง (Fast  Moving Consumer Goods : FMCG)  ซึ่งการจัดอันดับแบรนด์ยอดนิยมของ KWP ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชน และบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

โดยงานประกาศรางวัล Brand  Footprint Award ในครั้งนี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 3 ประเภท รวมทั้งสิ้นจำนวน 14 รางวัล ได้แก่ รางวัล Top Winners หรือแบรนด์ที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสูงสุดในแต่ละประเภทสินค้า, รางวัล Top Risers หรือแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดในแต่ละประเภทสินค้า และรางวัล Up And Comers หรือแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดในแต่ละกลุ่มผู้บริโภค โดยแบรนด์ “อัมพวา” ได้รับรางวัล Top Risers หรือแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร โดยการสำรวจวัดผลจากการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค 285 ล้านครั้ง ในปี 2017 ทำการสำรวจทั้งหมด 547 แบรนด์ และ 24.7 ล้านครัวเรือน

นี่คือบทพิสูจน์ความสำเร็จสำหรับแบรนด์กะทิ “อัมพวา” ซึ่งเราจะย้อนไปถึงที่มาที่ไป กลยุทธ์ในการทำตลาด และทิศทางของ “อัมพวา” ว่ามีเคล็ดลับอย่างไรในการผลักดันให้แบรนด์ประสบความสำเร็จด้วยการดำเนินธุรกิจมายาวนานถึง 25 ปี

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ “อัมพวา”

กะทิ “อัมพวา” ดำเนินการภายใต้บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด  บริษัทที่ก่อตั้งมาแล้ว 25 ปี โดยในช่วง 20 ปีแรก “อัมพวา” ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลักจนได้รับการยอมรับไปทั่วโลก  จนกระทั่ง 5 ปีหลังเริ่มหันมาทำตลาดในประเทศไทย  โดยถือเป็นผู้นำและปฏิวัติวงการกะทิแท้ 100% สำเร็จรูปที่บรรจุในขวด PET เป็นรายแรกของโลกเลยก็ว่าได้

ณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์อัมพวา กะทิแท้ 100% คือ การเล็งเห็นความต้องการของตลาด เราจึงมาคิดต่อ ว่าจะใช้นวัตกรรมอะไรที่ทำให้คงความสดใหม่ และเข้มข้น เพื่อให้กะทิอัมพวามีความใกล้เคียงกับกะทิคั้นสดมากที่สุด จาก Pain Point ที่เราพบคือ ปกติกะทิจะเสียเร็ว จึงต้องอาศัยกระบวนการผลิตและ Supply Chain เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงเกิดเป็น Concept กะทิอัมพวา “คั้นทันทีตั้งแต่กะเทาะเปลือก”

ความสำเร็จของแบรนด์ “อัมพวา” เกิดจากแนวคิดที่ครอบคลุมทั้งในเรื่อง ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และ กระบวนการผลิต ดังนี้

ด้านผลิตภัณฑ์ “อัมพวา” ใช้กลยุทธ์เชิงรุกและการคิดนอกกรอบว่า จะทำอย่างไรให้กะทิสำเร็จรูปที่เราผลิตนั้น มีคุณภาพดีที่สุดใกล้เคียงกับกะทิคั้นสด โดย “อัมพวา” เทียบเคียงคุณภาพกับกะทิสด ตั้งแต่การผลิตที่คั้นทันทีตั้งแต่กะเทาะเปลือกจนถึงบรรจุลงขวด โดยใช้เวลาสั้นที่สุดคือประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อเก็บรักษาคุณภาพความสดของกะทิไว้ให้ได้มากที่สุด โดยไม่ปรุงแต่งสี กลิ่น รสชาติ ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาในการทำ R&D 2-3 ปีด้วยกัน

ด้านบรรจุภัณฑ์ “อัมพวา” ใช้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้เป็นขวด PET รายแรกของโลก จึงทำให้พร้อมใช้งาน สะดวกต่อการเก็บรักษา และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกสบายในการทำอาหารด้วยกะทิสำเร็จรูป โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องของคุณภาพในแบบ Best in Class ที่เทียบเคียงธรรมชาติ ซึ่งเป็นความแตกต่างที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุด

ด้านกระบวนการผลิต “อัมพวา” ไม่ได้เน้นแข่งขันกับคู่แข่ง แต่แข่งกับธรรมชาติ โดยเน้นการผลิตที่ใช้เวลาสั้นที่สุดประมาณ 3 ชั่วโมง โดยคั้นทันทีตั้งแต่กะเทาะเปลือก เพื่อเก็บคุณภาพความสดของกะทิไว้ให้มากที่สุดโดยไม่ปรุงแต่ง
จึงคล้ายกับกะทิคั้นเอง เพราะเราต้องการเทียบเคียงคุณภาพกับกะทิสด และจากความสำเร็จของแบรนด์และการเติบโตของตลาดกะทิสำเร็จรูป ทำให้มีผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาในตลาด และออกสินค้าในลักษณะที่คล้ายกัน ซึ่งทาง “อัมพวา” มองว่า
เป็นโอกาสอันดีที่ผู้ผลิตจะยิ่งคิดค้นพัฒนาสินค้าให้คุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตลาดเติบโตแข่งขันกันอย่างเต็มที่ รวมถึงผู้บริโภคก็จะมีโอกาสได้ใช้สินค้ามีคุณภาพดียิ่งขึ้น

กลุ่มเป้าหมายของ กะทิ “อัมพวา” แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มแม่บ้าน  ผู้ทำอาหารมืออาชีพ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการทำอาหาร

“Mindset ในเรื่องของการเลือกใช้กะทิของทั้ง 2 กลุ่มจะแตกต่างกัน ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ ”อัมพวา” จะเป็นกลุ่มแม่บ้าน แต่กลุ่มคนที่ทำอาหารมืออาชีพคือความท้าทายของ “อัมพวา” เพราะสิ่งที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ Switching Brand คือเรื่องคุณภาพ และถ้าเราสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจได้คนกลุ่มนี้จะอยู่กับแบรนด์นาน”

ดังนั้น จุดแข็งของกะทิ “อัมพวา” ก็คือ เป็นกะทิที่มีคุณภาพชั้นเยี่ยม มีต้นแบบมาจากกะทิคั้นสดที่คิดค้นด้วยนวัตกรรม และการผลิตที่ทันสมัยปลอดภัยได้มาตรฐานโลก เพราะส่งออกไปจำหน่ายที่ฝรั่งเศสก็ได้รับการตอบรับทันทีที่วางจำหน่ายได้ไม่นาน และชนะใจเชฟชาวฝรั่งเศส ซึ่งชื่นชอบกะทิ “อัมพวา” อย่างรวดเร็ว จนโหวตให้ได้รับรางวัล และตราพิเศษ  Flavors of the Year Restoration 2018"

ภายใต้แบรนด์ “อัมพวา” เป็นการดำเนินธุรกิจภายใต้ บริษัท  เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ในฐานะผู้ผลิต แปรรูป และส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวรายใหญ่ของประเทศไทย ที่สร้างการยอมรับในต่างประเทศ ด้วยการส่งออกไปยัง
5 ทวีป รวมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และเป็นผู้ปฏิวัติวงการกะทิสำเร็จรูปสัญชาติไทยในขวด PET รายแรกของโลก ภายใต้แบรนด์ “อัมพวา”

บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการถ่ายทอดและแบ่งปันผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก (Sharing Coconut Culture with the World) ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและมาตรฐานสินค้าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยจุดยืนของบริษัท คือ การบริหารจัดการธุรกิจด้วยระบบ Zero Waste Management
ที่ให้ความสำคัญกับการใช้มะพร้าวทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตติดอันดับ 1 ใน 3 ของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวของ
คนไทยสู่เวทีโลก โดยมูลค่าตลาดกะทิสำเร็จรูปอยู่ที่ 6 พันล้านบาท และตลาดกะทิสดอยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านบาท

“ถึงเราจะมีอัตราการเติบโตติด 1 ใน 3 แต่แบรนด์อัมพวาก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ผู้บริโภครู้จักเราในระดับหนึ่ง เราจึงต้องหาวิธีการสื่อสารแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของเราให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคให้ได้ สาเหตุที่เราหันมาทำตลาดในประเทศไทย เรามองว่าการแข่งขันในตลาดเดิมมันเป็นการแข่งขันแบบ Red Ocean ซึ่งไม่ใช่แนวทางการดำเนินธุรกิจของเรา”

ดังนั้น บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ สร้างความแตกต่างและโดดเด่น ด้วยนวัตกรรมการผลิต เป็นผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่สามารถเทียบเคียงคุณภาพกับธรรมชาติได้  เพื่อให้คนไทยได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์สินค้าและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ขยายฐานตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงต่อยอดการวิจัยและพัฒนา (R&D) คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และยังบริหารจัดการเพื่อใช้ทุกส่วนของมะพร้าวให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.