6,398
VIEWS

ไทยพาณิชย์ผนึกสมิติเวช เปิดกลยุทธ์ “กลับหัวตีลังกา” เจาะตลาด Wealth Banking

Jul 04, 2018 R.Somboon

ความหมายของการใช้แนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์กลับหัวตีลังกา (Going Upside Down) เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของการเป็น “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด” (The Most Admired Bank) ของธนาคารไทยพาณิชย์ ตามที่ผู้บริหารคนสำคัญของแบงก์นี้ คือ อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวเอาไว้นั้น ถูกนำเสนอออกมาเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนภาพของการเป็นธนาคารในรูปแบบเดิมๆ ไปสู่การเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Bank as a Platform) ที่สามารถเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเงินที่ดีขึ้น และตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมที่สุด

ล่าสุดกับการร่วมมือกับพันธมิตรอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช คืออีก 1 คำตอบของการดำเนินกลยุทธ์ภายใต้แนวทางดังกล่าว โดยการเข้าไปจับมือกับพันธมิตรอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช ในครั้งนี้ จะมีการพัฒนาความร่วมมือ 3 ด้านในการยกระดับบริการด้านสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “The FIRST Prestige Health & Wealth Experience” ได้แก่ “เดอะ เฟิร์ส เลานจ์ แอนด์ เอสซีบี อินเวสเม้นต์ เซ็นเตอร์” (THE FIRST LOUNGE & SCB INVESTMENT CENTER)พื้นที่รับรองรูปแบบใหม่ที่ถูกออกแบบและตกแต่งในสไตล์กลาสเฮ้าส์แห่งแรกในประเทศไทยชูจุดเด่น“เอสซีบีอินเวสต์เม้นต์ เซ็นเตอร์” (SCBInvestment Center) ศูนย์รวมความรู้และให้คำแนะนำด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่ม FIRST Class ของโรงพยาบาลสมิติเวช และกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งหรือ SCB Wealth ที่เป็นสมาชิก “SCB PRIVATE BANKING” และ “SCB FIRST”

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวระบบ “สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (SamitivejFastPay) ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวเพื่อชำระเงินที่เคาน์เตอร์อีกต่อไป และแอพพลิเคชั่น“สมิติเวช พลัส” (Samitivej Plus)” ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลการให้บริการสุขภาพออนไลน์ครบวงจร ซึ่งดิจิทัล เวนเจอร์ส บริษัทพัฒนานวัตกรรมทางการเงินในเครือของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมพัฒนากับสมิติเวชในส่วนของการออกแบบการใช้งานแอพพลิเคชั่น (User Experience) และการชำระเงินออนไลน์มุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบเดิมสู่ประสบการณ์สุขภาพดิจิทัลเฮลธ์(Digital Health) ที่ล้ำสมัยเชื่อมโยงการบริการทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลแบบ Exclusive VIP One-stopserviceเพื่อตอบสนองทุกความต้องการด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์และการเงินแก่ผู้ใช้บริการคาดว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดให้ไทยพาณิชย์ สามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาด Wealth Banking

ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกแนวทางของการดำเนินกลยุทธ์กลับหัวของไทยพาณิชย์ที่จะมีการทำการตลาดในรูปแบบของการทำ Target Market ที่ไม่ใช่รูปแบบเดิมๆ ของการทำตลาดในส่วนที่เป็น Wealth Management โดยในครั้งนี้จะเป็นการ Collaborate กับพันธมิตรอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนมีรายได้สูงเช่นเดียวกับกลุ่มลูกค้า Wealth Management ของไทยพาณิชย์

Target Market ในที่นี้จะ หมายถึง กระบวนการในการประเมินความน่าสนใจของแต่ละส่วนตลาด และเลือกเข้าสู่ตลาดเพียง1 หรือหลายส่วนตลาด กลุ่มผู้บริโภคหรือส่วนตลาดที่นักการตลาดสนใจและเลือกที่จะเข้าไปดำเนินกิจกรรมทางการตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนั้นๆ โดยจะดูจาก 1. ขนาดและการเจริญเติบโตของส่วนตลาด 2. ความน่าสนใจของส่วนตลาด 3. วัตถุประสงค์และทรัพยากรของบริษัท

ในครั้งนี้ จะเป็นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงที่เป็นฐานลูกค้าเดียวกับลูกค้าของสมิติเวช ซึ่งเป้าหมายส่วนหนึ่งน่าจะมองถึงการเอนเกจลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อต่อยอดไปสู่การใช้บริการกับธนาคารไทยพาณิชย์

อาทิตย์ นันทวิทยา บอกกับเราว่า แผนการดำเนินงานของธนาคารไทยพาณิชย์ต่อจากนี้จะมุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม หรือที่เรียกว่า Digital Experience เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Customer Engagement) ในอนาคต รวมถึงการรุกธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง(Wealth Management) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญธนาคารไทยพาณิชย์

เป้าหมายความร่วมมือในครั้งนี้ ธนาคารต้องการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ รวมถึงดูแลกลุ่มลูกค้าเวลธ์ปัจจุบันซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของไทยพาณิชย์ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่สร้างสรรค์เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์บริการด้านไลฟ์สไตล์การเงินให้แก่ลูกค้าอีกทั้งการร่วมมือกับสมิติเวชยังเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารที่จะไม่เป็นเพียงแค่ธนาคารอีกต่อไปแต่เป็นองค์กรที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนาความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตรทางธุรกิจเสริมขีดความสามารถและโอกาสใหม่ๆให้กับองค์กร ยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และข้อมูลเป็นหลักภายในปี 2563 อย่างแท้จริงและคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ธนาคารก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาด Wealth Banking” อาทิตย์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.