14,655
VIEWS

ทีซีซี กรุ๊ป – ซีพี. ใครกุมช่องทางขาย คนนั้นเป็นผู้ชนะ

Jul 03, 2018 R.Somboon

การมีสินค้าดี นวัตกรรมเด่น การตลาดเยี่ยม ใช่ว่าจะสามารถชนะคู่แข่งได้เสมอไป...เพราะอีกสิ่งสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จได้ คือ ช่องทางจัดจำหน่าย.....

หากสินค้าใดก็ตามสามารถครอบคลุมช่องทางจำหน่ายตามที่กลุ่มเป้าหมายของสินค้าอยู่ ย่อมเท่ากับว่าโอกาสการถูกเลือกจากลูกค้ามีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีการแข่งขันในทุก Category อย่างดุเดือด...

ในเวลาเดียวกัน การขยายตัวของค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ส่งผลให้เกมการต่อรองพลิกไปอยู่ในมือของยักษ์ใหญ่ค้าปลีก

เมื่อเป็นเช่นนี้...บริษัทรายใหญ่ชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มซีพี หรือ ทีทีซี จำต้องหันไปเสริมศักยภาพธุรกิจจัดจำหน่ายของตนเองให้แข็งแกร่ง เพื่อกระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภค และเป็นการสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า

ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งคู่ยังเข้าไปเป็นเจ้าของเชนค้าปลีกเอง เพื่อทำให้ธุรกิจตลอดทั้งซัพพลายเชนของตัวเองคือ ตั้งแต่ต้นน้ำคือเรื่องของการผลิต ไปสู่กลางน้ำคือ การจัดจำหน่าย และปลายน้ำที่เป็นร้านค้าปลีกของตัวเอง               

เพราะนั่นหมายความว่าใครที่สามารถคุมช่องทางจำหน่ายได้ ย่อมได้เปรียบ!!!

ทีซีซี กรุ๊ป

The Power of Synergy

หากร้อยเรียงการไล่ซื้อกิจการแต่ละธุรกิจ จะพบว่าแม้จะดูต่าง Category กัน ทว่าแต่ละกิจการที่เครือ

ทีซีซีซื้อกิจการเข้ามานั้น สามารถต่อยอดและเกื้อหนุนกันได้เป็นอย่างดี โดยมีเป้าหมายต้องการคลุม Supply Chain Solutions ทั้งในประเทศ และระดับอาเซียน             

เหมือนเมื่อครั้งที่กลุ่มไทยเจริญคอมเมอร์เชียล หรือทีซีซี กรุ๊ป เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือบีเจซี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาณาจักรทีซีซี กรุ๊ป ให้ครบวงจรมากขึ้น และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในการต่อสู้ทั้งกับคู่แข่งในประเทศ และต่างประเทศ

เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้กำหนดยุทธศาสตร์ต้องการให้ “บีเจซีเป็นองค์กรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”  ที่มีการบริหารจัดการทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่การผลิต การจัดจำหน่าย ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก

ด้วยเหตุนี้ที่ผ่านมาบีเจซีจึงแสวงหาโอกาสเข้าไปลงทุนในตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มจากการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่าย หรือ Distributor เพื่อนำสินค้าของบีเจซีที่ผลิตในประเทศไทยไปจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน รวมทั้งรับเป็น Distributor ให้กับสินค้าไทยที่สนใจทำตลาดอาเซียน

 เหมือนอย่างการเข้าไปถือหุ้น 75% ในบริษัท ไทยคอร์ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค - บริโภคในเวียดนาม และกัมพูชา ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าให้กับกลุ่มบีเจซี สินค้าของไทยเบฟเวอเรจ และเปิดรับกระจายสินค้าให้กับลูกค้านอกเครือ 

ในเวลานี้บางประเทศในแถบอินโดจีนที่บีเจซีเข้าไปลงทุน เริ่มเห็นการลงทุนทั้งในส่วนการผลิต และการจัดจำหน่ายบางแล้ว เช่น การร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว และโรงงานผลิตกระป๋องในเวียดนาม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในเวียดนามที่ขยายตัว และมีความเป็นไปได้ว่าจะรองรับการรุกตลาดอาเซียนของกลุ่มธุรกิจในเครือทีซีซี

 ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเข้าไปลงทุนในธุรกิจค้าปลีกทั้งในเวียดนาม และในประเทศไทยที่การซื้อบิ๊กซี ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้กลุ่มทีซีซีสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้างมากขึ้น ที่สำคัญ บิ๊กซียังเป็นหัวหอกสำคัญในการรุกเข้าไปทำตลาดในอีกหลายประเทศของอาเซียน

ไม่เพียงเท่านั้น ไทยเบฟเวอเรจ หนึ่งในสายธุรกิจของทีซีซี กรุ๊ป เข้าซื้อโออิชิ กรุ๊ป เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจ Non-Alcohol กระทั่งต่อมาได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในโลกธุรกิจ เมื่อไทยเบฟซื้อหุ้นบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) โดยผ่านบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่า 15,488,228,072 บาท

วัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นเสริมสุข เพราะไทยเบฟต้องการนำจุดแข็งของเสริมสุข ไม่ว่าจะเป็นระบบการขนส่งสินค้า การกระจายสินค้า และคลังสินค้า มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาณาจักรเครือทีซีซี โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Alcohol ที่ไทยเบฟต้องการขยายตลาด

การเข้าซื้อกิจการครั้งนั้น จึงถือเป็นการเสริมสร้างธุรกิจ ทำให้การกระจายสินค้าของเราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ นอกจากนี้เสริมสุขก็ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ ที่จะสามารถต่อยอดทางธุรกิจต่อไปได้อีกมากมาย

เรียกได้ว่า เป็นการคุมตั้งแต่ต้นน้ำยันถึงปลายน้ำเลยทีเดียว

ซีพี

ต้นน้ำ – ปลายน้ำ

จากธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ขยายมาสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ กระทั่งเติบโตมายังธุรกิจปศุสัตว์ ถึงวันนี้

ซีพีได้ก้าวมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของ Agribusiness ที่มีความครบวงจรตั้งแต่ Seed - Feed - Farm - Food

โมเดลธุรกิจของซีพีดังกล่าว ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนของต้นน้ำ นั่นคือ การผลิต จากนั้นมาสู่ส่วนกลางน้ำ หรือ การจัดจำหน่าย และกระจายไปยังส่วนของปลายน้ำ นั่นคือ ธุรกิจค้าปลีก

การเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกของซีพี สะท้อนความจริงของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันนี้ว่า หากใครสามารถคุมช่องทางจำหน่ายได้ คนนั้นย่อมมีชัยชนะไปกว่าครึ่งแล้ว...

ดังจะเห็นได้จาก ความสำเร็จของเซเว่น อีเลฟเว่น ในไทย ภายใต้การบริหารของซีพี ออลล์ ที่จำนวนสาขากว่า 10,000  สาขา ซึ่งจำนวนสาขาที่แตกกิ่งก้านอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น เป็น Retail Network ที่มีความแข็งแกร่ง และมีพลังมหาศาลในการเข้าถึงลูกค้า

นอกจากจำนวนสาขาที่ตั้งอยู่ทุกตรอก ซอกซอยแล้ว ในด้านสินค้าที่ให้บริการ เซเว่น อีเลฟเว่นจะเน้นกลุ่มฟู้ดมากกว่ากลุ่ม Grocery (Non-Food) ตามคอนเซ็ปต์ Convenience Food Store โดยเซเว่น อีเลฟเว่น ในไทย วางสัดส่วนกลุ่ม Food 71% ขณะที่กลุ่ม Grocery อยู่ที่ 29% และในอนาคตกลุ่ม Food จะเพิ่มขึ้นเป็น 77% ส่วนกลุ่ม Non-Food จะลดลงเหลือ 23%

สินค้ากลุ่มฟู้ดที่จำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น มีทั้งจาก Supplier แบรนด์ต่าง ๆ และอีกส่วนมาจากเครือซีพีเอง ซึ่งแนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตจากโรงงานในเครือซีพี ต่อไปจะมีสัดส่วนพื้นที่การวางจำหน่ายในสาขาต่าง ๆ ของเซเว่นฯ เพิ่มขึ้น โดยมีบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำกัด หรือ CP RAM บริษัทในเครือซีพี เป็นผู้ผลิตที่ป้อนสินค้ากลุ่มอาหารให้กับเซเว่น อีเลฟเว่น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน แบรนด์ EZY GO, สินค้ากลุ่มติ่มซำ, เบเกอร์รี่ ภายใต้แบรนด์เบเกอร์ แลนด์, เลอแปง เป็นต้น

นอกจากนั้น เซเว่น อีเลฟเว่น ยังทำหน้าที่เป็นช่องทางจำหน่ายให้กับผลิตภัณฑ์อาหารบางหมวดของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน แบรนด์ CP, ไขไก่ CP ฯลฯ โดยที่ผ่านมาเซเว่น อีเลฟเว่นมียอดขายผลิตภัณฑ์อาหารกล่อง EZY GO เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่ามาตลอด

ขณะที่อีกหนึ่งองค์กรที่อยู่ภายใต้อาณาจักรซีพี อย่างบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รุกธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้แตกออกมา 3 แบรนด์ ที่มีโมเดล คอนเซ็ปต์แตกต่างกัน ประกอบด้วย ธุรกิจไก่ห้าดาว ที่ขณะนี้ขยายกิจการต่อเนื่องผ่านระบบแฟรนไชส์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากไก่ย่างห้าดาว ถือเป็น Product Champion จากนั้นแตกธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอดห้าดาว, ข้าวมันไก่ห้าดาว, บะหมี่เกี๊ยวกุ้งห้าดาว และเรดดี้ มีล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไก่สด

ซีพี เฟรชมาร์ท วางคอนเซ็ปต์เป็นตู้เย็นชุมชน ที่เจาะเข้าไปตามชุมชน ซึ่งปัจจุบันขยายสาขา 5,600 จุดทั่วประเทศ โดยภายในร้านจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารปรุงสุก อาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์ CP และสินค้าอาหารอื่น ๆ ของเครือซีพี พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาแบรนด์ซีพีเฟรชมาร์ท สำหรับจำหน่ายเฉพาะในสาขาของซีพี  เฟรชมาร์ทเท่านั้น

แนวคิดในการคอนโทรลตั้งแต่ต้นทางที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบที่ทำได้ให้เป็นสินค้าประเภทอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปทั้งหลายที่มีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างมาก มาสู่การจัดจำหน่าย และสุดปลายทางที่ร้านค้าปลีก ซึ่งการคอนโทรลทั้งหมดนั้น เข้ามาช่วยสร้างแรงส่งที่สำคัญให้กับกลุ่มซีพีก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจอาหารอย่างที่ยากจะปฏิเสธได้.....

Strategy

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.