3,823
VIEWS

เกรทเทสท์ เพ็ทแคร์ พร้อมลุยตลาดอาหารสัตว์

May 22, 2017 R.Somboon

ความเย้ายวนใจของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในบ้านเรา นอกจากมูลค่าตลาดที่มีสูงถึงกว่า 13,000 ล้านบาทแล้ว ยังมีเรื่องของการเติบโตที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างปีที่แล้วตลาดเติบโตสูงถึง 16% ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่หลายรายพยายามที่จะเข้ามาร่วมแชร์ในตลาดนี้

ล่าสุด บริษัท เกรทเทสท์ เพ็ทแคร์ จำกัด บริษัทน้องใหม่ขอเอี่ยวตลาดนี้ด้วยการส่งอาหารสุนัขเกรทไททัน และอาหารแมวลินคอล์นเกรดพรีเมี่ยม เข้ามาทำตลาดเพื่อจับกลุ่ม Pet Lovers เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ และยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพของสินค้าที่จะทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี

ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานที่ปรึกษาบริษัท เกรทเทสท์ เพ็ทแคร์ จำกัดเปิดเผยว่า การเข้าตลาดครั้งนี้ตั้งเป้าหมายการเติบโตทั้งในประเทศและขยายฐานการตลาดต่างประเทศโดยมีผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดเกรทไททันและลินคอล์นเป็นสินค้าแฟลกชิพอยู่ในเซ็กเม้นต์พรีเมียม อาหารสุนัขและแมวโอเล่ ที่เป็นเซ็กเม้นต์สแตนดาร์ดรวมไปถึงอาหารเปียกเชอร์แมน และกลุ่มขนมสำหรับสุนัขและแมว คาดว่าภายใน 5 ปีจะเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

“เราลงทุนกว่า1,000ล้านบาท แบ่งการลงทุนเป็น 3 ด้านได้แก่ 1.ส่วนของการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์2.ปรับปรุงไลน์ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเพิ่มไลน์ผลิตใหม่กลุ่มสินค้าพรีเมียม 3.เพิ่มบุคลากรที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการผลิต และการตลาด เพื่อรองรับแผนการรุกตลาด ทั้งกลุ่มพรีเมียม กลุ่มระดับกลาง และปริมาณการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 3,000 ตันต่อเดือน ซึ่งนอกจากในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว ยังผลิตอาหารปลาและกบ รวมถึงรับจ้างผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์อื่นหรือโออีเอ็มในสายการผลิตอาหารสัตว์เศรษฐกิจ”

การเข้าสู่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในครั้งนี้ เป็นการมองที่โอกาสในการขยายตัวของธุรกิจตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตสูงมาก ให้ผลตอบแทนที่ดี จากข้อมูลวิจัยในการสัมมนา Pet Connected พบว่าในตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยมีมูลค่ากว่า 26,816 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านบาท และตลาดสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่ารวมประมาณ 42,603 ล้านบาท จะเห็นว่าตลาดบ้านเรากินสัดส่วนกว่า 50% ของตลาดอาเซียน

“ปีที่ผ่านมาตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตประมาณ 16% โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดเติบโตสูง เป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบัน ครอบครัวมีขนาดเล็กลงเนื่องจากแต่งงานช้ามีบุตรช้า และมีจำนวนน้อยลงใช้ชีวิตตามลําพังมากขึ้น รวมทั้งกําลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจึงมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงา เลี้ยงดูแบบใกล้ชิด เป็นสมาชิกของบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มสุนัขและแมวที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากเป็นอันดับ 1 และ 2 กลุ่มคนรักสัตว์เหล่านี้มองหาทุกอย่างที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของเพื่อนรัก หรือลูกของตนดีขึ้น”

ในปีแรกของการเข้าตลาดนั้น จะเป็นช่วงของการสร้างแบรนด์ โดยวางเป้าหมายการทำตลาดในประเทศไทยให้ครอบคลุมกรุงเทพ และหัวเมืองใหญ่ในสัดส่วน 90% และตลาดต่างประเทศประมาณ 10% เน้นไปที่ช่องทางขายผ่านร้านเพ็ทช็อป 70% โมเดิร์นเทรด 20% และการขายผ่านช่องทางออนไลน์อีก 10%

“เราวางเป้าหมายไว้สำหรับในช่วง 5 ปีแรกของการทำตลาดว่าจะต้องมีส่วนแบ่งตลาดในมือไม่น้อยกว่า 3% หรือมียอดขายรวม 400 ล้านบาท ซึ่งจะผลักดันให้เกรทเทสท์ เพ็ทแคร์ ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ในผู้เล่นหลักของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในเมืองไทย” 

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.