10,434
VIEWS

บิ๊กซีปั้น “มินิบิ๊กซี” สู่เน็ตเวิร์คค้าปลีกที่ทรงพลัง

Jun 26, 2018 R.Somboon

การเดินหน้าลงทุนด้วยงบสูงถึง 10,000 ล้านบาท ของบีเจซีในการขยายสาขาของบิ๊กซีในปีนี้นั้น นอกจากสาขาในรูปแบบของไฮเปอร์มาร์เก็ตที่จะเปิดเพิ่ม 10 สาขาตลอดทั้งปีแล้ว ตัวที่จะมีการลงทุนมากที่สุดยังอยู่ที่ร้านค้าปลีกขนาดเล็กอย่างมินิบิ๊กซี ที่ในปีนี้บีเจซีมีแผนจะเปิดเพิ่มถึง 160  - 200 สาขา

ทำให้ในภาพรวมเมื่อถึงสิ้นปี 2561 มินิบิ๊กซี จะมีสาขารวมทั้งหมด 760 สาขา ซึ่งก็ยังคงเป็นเบอร์ 4 ในตลาดนี้หากนับกันที่จำนวนสาขา โดยเบอร์ 1 อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น มีสาขาทิ้งห่างไปถึงกว่า 10,000 สาขา

แน่นอนว่า การให้น้ำหนักในการขยายสาขามินิบิ๊กซีเพิ่มมากขึ้นนี้ นอกจากเทรนด์การเติบโตของร้านค้าปลีกไซส์เล็กจะยังมีออกมาค่อนข้างดีแล้ว บิ๊กซียังมองถึงการให้มินิบิ๊กซีเข้ามาทำหน้าที่เป็นเน็ตเวิร์คทางการตลาดที่สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของพวกเขา ซึ่งถือเป็นทิศทางของการทำตลาดที่เริ่มจากการเป็นร้านค้าปลีกก่อนที่จะต่อยอดไปสู่การเป็นเน็ตเวิร์คที่ทรงพลัง เมื่อมีจำนวนสาขาที่มากพอในระดับหนึ่ง

ตัวอย่างของการเดินทัพในลักษณะดังกล่าวถูกสะท้อนออกมาผ่านตัวลีดเดอร์ในตลาดนี้ โดยเซเว่น อีเลฟเว่น มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นร้านมินิมาร์ท ไม่มีการขายอาหาร ซึ่งเทียบได้กับโชวห่วยที่จัดระบบดี ต่อมาจึงค่อยๆ กลายร่างเป็น One-Stop Service และ Convenient Food Store อย่างเต็มตัว

ปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ใช่แค่มินิมาร์ท แต่ขายความสะดวกในรูปแบบ Convenient Service ที่มีขายตั้งแต่อาหาร, หนังสือ, กาแฟ-น้ำผลไม้ปั่น, เบเกอรี่อบสด, Grocery, อาหารเสริมสุขภาพ, ชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าตั๋วหนังผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ฯลฯ แม้บางธุรกิจต้องผ่านการทดลองหลายปี และยังไม่ประสบความสำเร็จดังเป็นพลุแตกเหมือนแบรนด์แม่ แต่หลายธุรกิจก็มีศักยภาพในการเติบโตที่ดีได้

นอกจากธุรกิจในรูปแบบ Convenient Service, ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ ยังเป็นสถานที่ทดลองสินค้า หรือ R&D ให้กับ Supplier ที่ต้องการทดสอบตลาดและเทสต์โปรดักต์

ไม่ใช่แค่นั้น กว่า 10,000 สาขาของเซเว่น อีเลฟเว่น ยังตอบสนองยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ของเครือ CP ด้วยการเป็น Outlet ขายอาหารในเครือเจริญโภคภัณฑ์ อาทิ EZYGO, นมเมจิ, เบเกอรี่ ฯลฯ

การรับบทบาททั้งซัพพลายเออร์ และมีร้านค้าปลีกของตัวเอง ทำให้การวางเป้าหมายการเติบโตของมินิบิ๊กซี น่าจะมีการวางเส้นทางการเติบโตที่มุ่งไปสู่การเป็นเน็ตเวิร์คที่ทรงพลังแบบไม่แตกต่างกันนัก....

ปรับโฉม

พร้อมรุกเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

นอกจากการทุ่มงบในการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้อีก 160 – 200 สาขาแล้ว บิ๊กซียังมีการปรับโฉมของร้านมินิบิ๊กซีใหม่ให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย พร้อมกับมีการปรับในเรื่องของการนำเสนอสินค้าโดยเน้นในเรื่องของสินค้าประเภทอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมินิบิ๊กซีรูปโฉมใหม่จะประกอบไปด้วย

1.รูปลักษณ์ที่ทันสมัยทั้งภายในร้าน และหน้าร้าน

2.สีสันใหม่ โดยใช้คัลเลอร์ธีมที่ดูสดใส และสร้างแรงดึงดูดได้มากขึ้น

3.ในส่วนของสินค้าประเภทฟู้ดนั้น จะมีมุมที่เป็นซอร์ฟเสิร์ฟ รวมถึงเบเกอรี่ที่อบใหม่ อาหารในรูปแบบของพร้อมรับประทาน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การซื้อแบบ Grab & Go ของคนรุ่นใหม่ที่เร่งรีบมากขึ้น โดยมีการปรับอาหารพร้อมทานมาด้านหน้าเพื่อให้ง่ายต่อการเลือกซื้อ

ที่ผ่านมา มินิบิ๊กซีมีภาพของความเป็นร้านขายสินค้าโกรเซอรี่ค่อนข้างแข็งแรงอยู่แล้ว โดยลูกค้ามองมินิบิ๊กซีว่าเป็นบิ๊กซีสาขาเล็กๆ สิ่งที่จะต้องเติมเต็มเข้าไปคือเรื่องของอาหาร ซึ่งการปรับโฉมในครั้งนี้จะทำให้ภาพของมินิบิ๊กซีมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยบิ๊กซีกำลังจับมือกับซัพพลายเออร์ด้านอาหารเพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้ามานำเสนอให้กับลูกค้าของร้านมินิบิ๊กซี ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มการปรับในครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับในเรื่องของตัวสินค้า การบริการที่ดี และสโตร์ฟอร์แมตใหม่ที่เหมาะสมกับแต่ละโลเกชั่น

ร้านค้าปลีกเซ็กเม้นต์คอนวีเนียนสโตร์ กลายเป็น 1 ในยุทธศาสตร์สำคัญที่ผู้เล่นแต่ละรายกำลังมุ่งไป เนื่องจากเป็นเซ็กเม้นต์ค้าปลีกที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดย บริษัท กันตาร์เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) – Kantar Worldpanel (Thailand)  ผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคเชิงลึก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีอัตราการหมุนเวียนสูง หรือ FMCG (Fast  Moving Consumer Goods) เคยออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เปลี่ยนไปในแง่ของการสูงวัยขึ้นของประชากร และขนาดครอบครัวที่เล็กลง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ  ผู้บริโภคจะซื้อแต่ของที่จำเป็น และเมื่อมีความต้องการเท่านั้น พร้อมทั้งมีการออกไปทานอาหารนอกบ้านเพิ่มมากยิ่งๆ ขึ้น โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เป็นประชากรที่อยู่ในตัวเมือง   

ยิ่งกว่านี้  ไม่นิยมทำการจับจ่ายล่วงหน้า และไม่มีการเตรียมการประกอบอาหาร โดยส่วนใหญ่จะซื้ออาหารสำเร็จรูประหว่างทาง  โดยเฉพาะ อาหารสด จะซื้อและปรุงเพื่อรับประทานในวันเดียวกัน เท่านั้น ซึ่งกลายเป็นโอกาสที่ดีต่อร้านคอนวีเนียนสโตร์ที่ส่วนใหญ่นำเสนอสินค้าในรูปแบบดังกล่าว

จึงไม่แปลกที่ผู้เล่นแต่ละรายต่างทุ่มเทเต็มที่จับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.