4,902
VIEWS

บอลโลก ดึงคนกลับมาดูทีวี ดัน 3 ช่องหลักถ่ายทอดจำนวนผู้ชมโต 140%

Jun 23, 2018 S.Worapol

ฟุตบอลโลกนับว่าเป็นมหกรรมที่คนทั้งโลกต่างรอคอย เพราะไม่ใช่แค่เกมกีฬาเท่านั้น แต่วันนี้ฟุตบอลโลกกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในมิติต่างๆ ของผู้บริโภคแม้ว่าจะไม่ใช่แฟนบอลก็ตาม

สำหรับบ้านเรา ปีนี้ บอลโลกนับว่ามีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะรูปแบบลิขสิทธ์การนำเสนอบางอย่างทำให้เม็ดเงินไม่ได้กระจายออกไป แบรนด์ที่เคยเล่นเรื่องฟุตบอลโลกอยู่เป็นประจำก็ไม่ได้ลงมาเล่นในครั้งนี้

โดย 9 บริษัทเอกชนที่ร่วมกันลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น คิง พาวเวอร์, ซีพี, ไทยเบฟเวอเรจ, บีทีเอส, กสิกรไทย และกัลฟ์ เอ็นเนอร์ ทำให้แบรนด์อื่นๆ ไม่สามารถเข้าออกอากาศได้ในช่วงเวลาถ่ายทอดฟุตบอลโลก

นั่นหมายความว่าทีวีซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับชมก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของผู้ชมเช่นกัน โดย แพน จรุงธนาภิบาล Associate Director, Marketing & Development – GroupM ได้เปิดข้อมูลและวิเคราะห์ถึงกระแสบอลโลก ผ่านพฤติกรรมการดูทีวีไว้อย่างน่าสนใจ ลองไปอ่านกันเลยครับ

ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์กับมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่แฟนบอลทั่วโลกต่างพุ่งความสนใจไปที่ประเทศรัสเซีย สำหรับบ้านเรานับได้ว่าเป็นประเทศที่มีคอบอลทั้งขาประจำและขาจรอยู่ไม่น้อย ดูได้จากพฤติกรรมที่คนติดตามการแข่งขันในปีนี้มีการสลับช่องทีวีจากช่องหลักสู่ช่องทีวีดิจิทัล อมรินทร์, ทรูโฟร์ยู และช่อง 5 อย่างเห็นได้ชัด

จากการวัดพฤติกรรมการดูโทรทัศน์ของคนไทยโดยบริษัทนีลเส็น ประเทศไทย พบว่าช่วงก่อนการแข่งบอลโลกมีผู้รับชมทีวีในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 35 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมหลังเริ่มการแข่งขันในวันที่ 14 มิถุนายนแม้ว่าจำนวนผู้ชมเฉลี่ยจะไม่แตกจากเดิมมาก แต่ช่องอมรินทร์, ทรูโฟร์ยู และช่อง 5 ที่ถ่ายทอดสดการแข่งขัน กลับมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นถึง 140% หรือเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 19 ล้านคนต่อวันจากค่าเฉลี่ยที่ 11 ล้านคนต่อวันในเวลาปกติ ส่วนช่องที่ฉายละครหลังข่าวอื่นๆ กลับมีผู้ชมลดถึง 4.5%

ระหว่างวันที่ 14 – 18 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วง 5 วันแรกของการแข่งขันพบว่าผู้ชมกลุ่มหลักที่ชมการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีคือกลุ่มคนอายุ  45 ปีขึ้นไป ถือเป็น 53% ของผู้ชมบอลโลกทั้งหมด ขณะที่ผู้ชมในช่วงอายุ 20 -39 ปี เป็นกลุ่มที่มีการกลับมาดูโทรทัศน์มากที่สุด คือเพิ่มมากขึ้นถึง 97% เมื่อวัดจากช่วงเวลาก่อนหน้า

ส่วนช่องรายการหลักที่ไม่ได้ร่วมการถ่ายทอดมีค่าเฉลี่ยผู้ชมลดลงโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชมอายุ 15 – 24 ปี ซึ่งลดลงถึง 9%

จากสถิติข้างต้น สามารถสรุปได้อย่างคร่าวๆ ว่าแม้ปัจจุบันพฤติกรรมการรับชมสื่อของผู้บริโภคชาวไทยจะเปลี่ยนไปที่สื่อทางเลือกหรือช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่สื่อโทรทัศน์ก็ยังเป็นสื่อสำคัญในช่วงเวลาที่เรียกว่า วาระแห่งชาติ และวาระแห่งโลก ดังที่ตัวเลขจำนวนผู้รับชมโทรทัศน์ในสามช่องที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงถ่ายทอดสด และมีความแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในรอบท้ายๆ ซึ่งทั้งนี้ยังไม่รวมถึงสื่อดิจิทัลช่องทางต่างๆ ที่รายงานผลหลังการแข่งแบบเรียลไทม์ให้ติดตามอีกทางหนึ่ง

GroupM

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.