27,121
VIEWS

EVENT POP ทุกความเข้าใจตลาด คือทุกก้าวของการเติบโต

Jun 21, 2018 S.Worapol

สตาร์ทอัพวันนี้เราจะพาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ Event Pop สตาร์ทอัพที่ทำเกี่ยวกับอีเวนท์การดูแลระบบผู้จัดงาน ดูแลคนเข้างาน ขาย Ticket ต่างๆ โดยในช่วงแรกโฟกัสกลุ่มสัมมนาและค่อยๆ ขยายมาที่กลุ่มเอนเตอร์เทนซึ่งก็นับว่ามีการแข่งขันสูงมีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดอยู่

ในแง่ของการเติบโต Event Pop เติบโตอย่างน้อย 2 เท่าทุกปี วันนี้เราเลยถือโอกาสพูดคุยกับ ภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์ CEO บริษัท อีเว้นท์ ป็อป จำกัด ถึงแนวทางและวิธีคิดทางธุรกิจต่างๆ ที่ทำให้ Event Pop เติบโตอย่างแข็งแรงในวันนี้

Q: Event Pop เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

A: เมื่อก่อนร้าน Hubba Co-working Space จะมีพื้นที่เป็น Creative Space สำหรับกลุ่ม Designer ตอนนั้นผมสนใจเรื่อง Maker & 3D printing การออกแบบผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ทำฮาร์ดแวร์ ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็เลยไปขอเปิดเป็น Maker Space อยู่ใน Creative Space  พอเปิดตรงนั้นเสร็จ การหารายได้ก็คือการจัดเวิร์คช็อป การสอนทำโปรเจ็กต์ต่างๆ ตอนแรกก็ใช้ระบบของต่างประเทศในการจัดการไม่ว่าจะเป็นการจอง ตาราง ระบบต่างๆ แต่พอใช้ไปใช้มาก็รู้สึกมันขัดๆ มันเก่า ไม่ได้มีอะไรใหม่

ก็เลยมองหาเจ้าอื่นพอดูเจ้าอื่นในตลาดไทย เราจะไปใช้ก็ไม่ได้ เพราะขนาดของเราเล็กเกินไป ด้วยความที่เป็น Programmer ก็เลยทำกันเองกับเพื่อนอีกคน ประมาณ 2 เดือนเราก็ใช้เอง พอเริ่มใช้เองเสร็จ คัปป้าเห็น คัปป้าก็เริ่มเอาไปใช้ ก็เลยเกิดคนใช้อยู่ 2 กลุ่มนี้

พอทำไปเริ่มรู้สึกว่า ดีกว่าของต่างประเทศ จนมีนักลงทุนเสนอเงินทุนมาก็เลยตัดสินใจจะทำ ตอนแรกก็โฟกัสกลุ่มสัมมนา แต่กลุ่มสัมมนาก็มีปัญหาตรงที่ตลาดมันไม่ได้ใหญ่มาก ก็เลยมาดูกลุ่มเอนเตอร์เทน กลุ่มนี้มีเจ้าตลาด 2 เจ้าใหญ่ๆ ครองตลาดอยู่

แนวทางของเราเลือกที่จะไม่แข่งขันในมุมเดียวกันกับเจ้าใหญ่ สิ่งที่เราสนใจคือดาต้า แต่ถ้าวันนั้นเมื่อ 3 ปีที่แล้วเดินเข้าไปเล่าเรื่องดาต้า ผู้จัดงานเอนเตอร์เทนคงไม่ได้สนใจ ไม่ได้เข้าใจมากนัก

เราก็เลยเปลี่ยนการเล่าว่า เราเป็นระบบขาย Ticket ที่มีระบบดาต้าด้วย คือแค่เปลี่ยนวิธีการเล่า เราก็เริ่มขายทอดตลาดได้ เพราะว่าตลาดเข้าใจ Ticket อยู่แล้ว เข้าใจว่าขาย Ticket เพื่ออะไร ทำอะไร ราคาเท่าไหร่ แต่ตลาดยังไม่เข้าใจดาต้า เราก็ใช้มุม Ticket ไปเล่าต่อ หลังจากนั้น พอเขาจบซักงานหนึ่งเราก็เอาดาต้ามาเล่าต่อ หลังจากนั้นมันก็เลยโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Q: การเติบโตมันเป็นในทิศทางไหนบ้างครับ

A: เราโตอย่างน้อย 2 เท่าทุกปีในเรื่องรายได้ แต่ถามว่ามองการโตต่อเนื่องยังไงผมว่ามันอยู่ที่ว่า การที่เราโตเรื่อยๆ ความหมายก็คือยิ่งเราเข้าใจตลาด เราก็ยิ่งโต

บางจังหวะที่เราไม่โต ทำให้เรากลับมาเห็นภาพว่าทำไม ซึ่งส่วนมากคำตอบก็คือเราเองที่ไม่เข้าใจตลาด ไม่รู้ว่าลูกค้าอยากได้อะไร เลยเกิดการตรวจสอบกันตลอดว่า เรากำลังเข้าใจถูกอยู่ใช่ไหม ทุกคนยังเข้าใจเรื่องเดียวกันอยู่ใช่ไหม ไปทางเดียวกันอยู่ใช่ไหม

เหตุผลที่โตต่อเนื่องได้มันก็อยู่บนพื้นฐานที่เราเข้าใจคนที่จะเอาเงินมาให้เรา

Q: เมื่อเราพยายามทำความเข้าใจลูกค้า แล้วในมุมของลูกค้าเข้าใจเราว่าอย่างไร?

A: ผมมองว่าน่าจะเป็น Channel มากกว่า ที่จะเป็น Touchpoint ของลูกค้า อย่างคนทั่วไป Channel คือ Website อยู่แล้ว แต่ผู้จัดงาน เรามีมนุษย์ เรามีทีมเซลส์ ทีม AE เรามีระบบภายในในการเล่าเรื่อง ในการขายของของเราก็จะมีความซับซ้อนใน Process ของงานว่าตอนนี้ผู้จัดงานต้องรู้เรื่องอะไรแล้ว การที่เราจะรักษาลูกค้าได้นานๆ คล้ายกับการ Develop ลูกค้าคือการค่อยๆ เล่าทีละเรื่องตามจังหวะเวลา เพราะทุกอย่างแต่ละขั้นตอนมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน

Q: สินค้าและบริการอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี

A: เทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นเป็นซอฟต์แวร์เทคโนโลยี อยู่บนพื้นฐานว่า อีเว้นท์ ป็อป คิดในภาพว่าถ้าเราเป็นผู้จัดงาน แล้วเรากำลังจัดงานประเภทนี้ อะไรบ้างจะทำให้สะดวก แล้วเราถึงค่อยทำมันขึ้นมา

Q: การทำธุรกิจยู่บนโลกเทคโนโลยีเมื่อเวลามันเปลี่ยน ก็อาจส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เรามองเรื่องนี้อย่างไรแล้วจัดการกับมันยังไง?

A: จริงๆ เราก็เปลี่ยน เราเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้ว คือการเข้าใจผู้บริโภค ว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง ต้องการอะไร สิ่งที่เปลี่ยนเลยเรื่อยๆ คือมาตรฐานแต่ละเรื่อง อย่างเช่น แต่ก่อนเราหิวข้าวมาตรฐานของระยะเวลาในการจัดจากเราไปถึงอาหาร ก็แบบรอได้เดินจากปากซอย วันนี้อยากกินติ่มซำก็ทนนั่งรถติดไปได้

แต่ทุกวันนี้ก็เปลี่ยนไปอีก มีไลน์แมนไปรอคิวแทนเราไม่ต้องเสียเวลาไปต่อแถว เพราะฉะนั้นมาตรฐานทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้ว เราแค่ต้องเข้าใจพื้นฐานที่เรามอง

ที่นี้สิ่งที่เราโฟกัสอันดับ 1 คือ ผลิตภัณฑ์ที่เราทำขึ้นมา ต่อให้โลกเปลี่ยนยังไงถ้าเราโฟกัสตรงจุด การออกผลิตภัณฑ์ก็จะตรงกับความต้องการของลูกค้า

Q: เราตั้งเป้าหรือว่าอยากเห็นภาพของแบรนด์อีเว้นท์ ป็อปเป็นยังไงบ้างในอนาคต?

A: เรามองภาพไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศไทย วันนี้ก็เลยกลับไปเปรียบเทียบว่าเจ้าตลาดต่างจากเรายังไง การเจาะตลาดที่อยู่ในโกลบอล พอมาเทียบเป็นจุดๆ เราก็เจอว่าจริงๆ ของเราดีกว่าหลายๆ เรื่อง

กลับมาถามว่าทำไมเขายังไม่ใช้เรา ทำไมประเทศนั้นไม่ใช้ คือไม่ใช้เราก็เพราะเราไม่ได้ไปขายที่นั่น เราไม่ได้แนะนำคนที่นั่นให้ใช้

ภาพการเติบโตจะเป็นการขยายตลาดที่ไม่ได้เน้นแค่ในไทยอย่างเดียว แต่สำหรับตลาดไทยก็ยังมีอะไรหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำออกมาตามที่ตลาดต้องการ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.