7,985
VIEWS

นักการตลาดจะทำอย่างไร เมื่อผู้บริโภคกลายเป็นคนช่างเลือก

Jun 18, 2018 R.Somboon

โลกการตลาดในยุคปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคมีการเรียกร้องค่อนข้างเยอะในการที่จะให้แบรนด์สินค้าสามารถตอบโจทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการตลาดในยุคนี้ แทบจะไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการแบบแมสได้ แต่ต้องเป็น One to One ซึ่งผู้บริโภคและแบรนด์สินค้าเข้ามามีส่วนที่ช่วยกัน Develop ตลาด

อาจจะเรียกได้ว่า เป็นยุคที่ผู้บริโภคมี Requirement ค่อนข้างสูง ซึ่ง ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลพลาซ่า เซ็นทรัลเฟสติวัล และเซ็นทรัลเวิลด์ แสดงความคิดเห็นว่า การมีเทคโนโลยี โดยเฉพาะในเรื่องของบิ๊กดาต้า เข้ามาช่วยทำให้นักการตลาดสามารถรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของพวกเขาที่มีแบบไม่หยุดนิ่งได้ ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงกับความต้องการของเขาได้อย่างตรงจุด

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพจากการทำศูนย์การค้าในเครือของเซ็นทรัลพัฒนาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของพวกเขา โดยต้องจับเทรนด์ที่เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อนำมาเป็นแกนหลักในการนำเสนอสิ่งที่จะสามารถตอบสนองความต้องการที่ไม่หยุดนิ่งได้

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การมองเห็นเทรนด์ของตลาดที่คนกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกิดระหว่าง ค.ศ. 1980-1995 (อายุประมาณ 21 – 30 ปีกว่าๆ) และ Gen Z เกิด ค.ศ. 1995-2009 (ช่วงอายุ 15 – 20 ปีในปัจจุบัน) จะเข้ามาเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลและขับเคลื่อนตลาดนับจากนี้ไปอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า จึงต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับคนกลุ่มนี้

คนมิลเลนเนียลและ เจน Z จะถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลต่างๆ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และที่พวกเขาพยายามทำก็คือ การแสดงสถานะ และสร้างตัวตนอยู่ในโลกของโซเชียลมีเดีย มีความต้องการที่ซับซ้อน มีความสนใจที่หลากหลาย กระหายความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร และต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับของสังคม

 

การทำตลาดค้าปลีกโดยเฉพาะศูนย์การค้าต้องมีการปรับตามไลฟ์สไตล์ และความชอบของคน 2 กลุ่มนี้ ซึ่งทิศทางการตลาดของซีพีเอ็น จะมุ่งไปเพื่อจับความต้องการของลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียมและเจน Z ด้วยการสร้างประสบการณ์ครบถ้วน ไร้รอยต่อ Seamless Experience เน้นกลยุทธ์ Customization และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม Social Contributions ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ในภาพรวมทั้งหมด ไล่ตั้งแต่การทำมาร์เก็ตติ้งที่จะต้องนำเครื่องมืออย่างออนไลน์เข้ามาใช้ เพื่อสื่อสารกับคน 2 กลุ่มนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ในส่วนของสโตร์เองก็ต้องมีการดีไซน์ส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาที่ชอบดีไซน์ด้วยคัลเลอร์ มี Contrast และแสดงตัวต้นของพวกเขาอย่างชัดเจน

เซ็นทรัลพัฒนา เริ่มมีการดีไซน์ศูนย์การโดยจับเอาไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเป็นแกนหลัก ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ การทิ้งสเปซให้ออกมาในลักษณะของการเป็น Co -  Working Space เพื่อรับกับไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นนี้ที่ทำงานแบบฟรีแลนซ์มากขึ้น และต้องการพื้นที่นอกบ้านเพื่อทำงานหรือพบปะกันเกี่ยวกับเรื่องงาน โดยเซ็นทรัลพัฒนา เริ่มทำในส่วนนี้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เลียบทางด่วน เอกมัย – รามอินทรา ที่มีชุมชนและมีคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งโจทย์ใหญ่ของการทำศูนย์การค้าก็คือการก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่มีอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

เช่นเดียวกับมุมมองของ สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่สวมหมวกอีกใบเป็นนายกสมาคมการตลาด ย้ำให้เห็นว่า เรื่องของ Insight และ Foresight ถือเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดในยุคนี้ที่ต้องหาให้เจอและนำมาเป็นแกนหลักเพื่อพัฒนาหรือต่อยอดเป็นนวัตกรรมในการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาดในยุคที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

สุพัตรา ยังชี้ให้เห็น 4 เทรนด์สำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่เว้นแม้ในบ้านเราซึ่ง 4 เทรนด์นี้จะส่งผลต่อการทำธุรกิจทั้งในวันนี้ และในอนาคต โดย 4 เทรนด์ที่ว่านี้ ประกอบไปด้วย

หนึ่ง ไม่มีคำว่า “One Size Fit All” อีกต่อไป นั่นหมายความว่า การผลิตสินค้า 1 อย่าง และการทำตลาด 1 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกคน ไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจแล้ว แต่ธุรกิจต้องผลิตสินค้า และทำการตลาด “เฉพาะกลุ่ม” ตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตลาดในยุคนี้ต้องเป็นแบบ One to One ที่สามารถเข้าตรงถึงผู้บริโภคแต่ละคน ทั้งนี้ ด้วยเครื่องมือใหม่ๆ โดยเฉพาะออนไลน์ สามารถทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

ในความหมายของคุณสุพัตรา คำว่า “เฉพาะกลุ่ม” นั้น ยังสามารถแบ่งผู้บริโภคออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

1.ไล่ตั้งแต่ แนวโน้มมี “คนโสด” มากขึ้น และ “ครอบครัวขนาดเล็ก” จะขยายตัวเพิ่มขึ้น

2. Aging Population หรือคนอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีมากขึ้น เพราะโลกสมัยใหม่ คนกินดี อยู่ดี การดูแลรักษาดีขึ้น ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น

3.ผู้บริโภคกลุ่ม “Millennials” จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและจะเข้ามาทวีการมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องจับกลุ่มนี้ให้ติด

สอง โลกเข้าสู่ยุค “Digital Revolution” สะท้อนได้จากการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2560 มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานอยู่จำนวนทั้งสิ้น 121.53 ล้านเลข เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทย 67 ล้านคน ขณะเดียวกันอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตในไทย เติบโตถึง 60% และทุกวันนี้ การติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรม การค้นหาข้อมูลข่าวสาร 85% ทำผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile First สังเกตได้จาก กรุงเทพฯ ติด Top 5 ของจำนวนผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก ประเทศไทย ติด Top 5 ที่นิยมดู Content ต่างๆ ผ่านวิดีโอ ออนไลน์ และมีผู้ใช้ LINE ติดอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น

สาม “Health and Well-Being” ไม่ใช่แค่กระแส แต่มันได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไปแล้ว แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ก็คือ คำว่า Heath ของแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันออกไป ถ้าเป็นของคนที่อยู่ในกลุ่ม Aging คำว่า Health จะหมายถึง Health   Health ขณะที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล จะหมายถึง Health & Beauty ที่มองเรื่องของสุขภาพควบคู่ไปกับเรื่องของความสวยงามหรือดูดี จึงต้องจับ Insight ของคนแต่ละกลุ่มให้ได้ว่าความต้องการของพวกเขาอยู่ตรงไหน  

สี่ Environment สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวคนเราทุกคน และนับวันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ต่อไปในอนาคตจะเห็นนวัตกรรมสินค้าที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เช่น สินค้าที่ใช้พลังงานทดแทน หรือสินค้าที่ไม่ทายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ทั้งหมดนั้น คือความเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาดที่ถูกพัฒนาหรือ Develop โดยผู้บริโภคอย่างแท้จริง

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.