คอนเทนต์ กับ การผลิตละคร สำคัญจริงหรือ ? กรณีศึกษา ทีหนี้มีรัก

May 17, 2017 S.Worapol

เมื่อภาพของการแข่งขันในอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลค่อยๆ มีความชัดเจน ผู้เล่นในแต่ช่องก็ต่างพัฒนารูปแบบและคอนเทนต์เพื่อนำเสนอต่อผู้บริโภคต่อไป

วันนี้เราจะมาเจาะคอนเทนต์ประเภทละครกันบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาการแข่งขันในตลาดละครบ้านเรานับว่าเป็นตลาดที่รุนแรงพอสมควรโดยเฉพาะ 2 ช่องละครหลัก ช่อง 7 และ ช่อง 3 ที่ต่างก็สร้าง Positioning ที่ชัดเจนของตัวเองตามตลาดเป้าหมายที่วางไว้เช่นกัน

คอนเทนต์ประเภทละคนก็ยังคงเป็นคอนเทนต์หลักที่ดึงเรทติ้งและสร้างตัวเลขเม็ดเงินเข้าช่องทั้งสองได้เป็นหลัก ต่างจากผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่คอนเทนต์จะหนักไปทางประเภทเกมโชว์ การเเข่งขัน หรือรายการลิขสิทธิ์ที่ซื้อมาจากต่างประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงขาขึ้นของช่อง 3 ในการผลิตละครเป็นอย่างมาก ด้วยปัจจัยต่างๆ คือ

  • การมีนักแสดงหน้าใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอยู่ตลอดเวลา ทำให้ละครมีแฟนผู้ชมติดตาม รวมถึงมีความสดใหม่
  • การสร้างบทละครที่มีความง่าย ตรงจริตของคน รวดเร็ว ไม่ปูเนื้อเรื่องยืดยาว
  • การจักกิจกรรมทางการตลาดเพื่อโปรโมทละครผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับละครผ่านโลก Social Media
  • การสร้าง Community ของฐานแฟนคลับนักแสดงช่อง 3 ด้วย Event ใหญ่ๆ ของทางช่องตลอดทั้งปี

ในบทความนี้เราได้ยกกรณีศึกษาของละคร ทีหนี้มีรัก ขึ้นมา เนื่องจากเป็นละครที่ไม่ได้อยู่ในช่วงไพร์ไทม์เป็นละครช่วงเย็น ที่หนี้มีรัก เป็นละครแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด สร้างจากบทประพันธ์และบทโทรทัศน์ของ เป่ากุ้ย

ต้องบอกเลยว่าความสำเร็จของละครเรื่องนี้อาจจะไม่ได้อยู่ที่เรตติ้ง เพราะช่วงออกอากาศ ที่หนี้มีรัก ได้เรตติ้งอยู่ในช่วง 1.1-1.6 ซึ่งไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูง แต่ก็ไม่ได้ต่ำมากเมื่อดูจากผังของละครตามช่วงเวลาที่ออกอากาศ

แต่ความสำเร็จอื่นๆ นอกเหนือจากเรตติ้งก็คือการ นำเสนอ ที่เเตกต่างจากละครช่อง 3 ที่มีเนื้อหาไปเชิงความรัก การเเย่งชิง ดราม่า ถามว่าที่ผ่านมาช่อง 3 เคยผลิตละครในลักษณะนี้หรือไม่ตอบได้เลยว่าเคย แต่ดีเทลที่ใส่ลงไปในละครนั้นมีความแตกต่างไปจากเดิม

เนื่องจากมีการสอดแทรกเรื่องของ หนี้ ที่เป็นการเล่นคำตั้งแต่ตั้งชื่อละคร เนื้อเรื่องหลักๆ คือ พระเอกเป็นนักทวงหนี้ ส่วนนางเอกเป็นลูกหนี้ที่พระเอกกำลังพยายามทวง การนำเสนอก็เป็นปกติของละครทั่วไปที่มีมุขขำขัน แต่อย่างที่บอกว่าละครเรื่องนี้มีจุดเเตกต่างคือ แฝงแง่คิดเรื่องการใช้เงินเข้าไปด้วย

ซึ่งในแต่ละตอนเราก็จะเห็นได้เลยว่ามีการใส่ข้อกฎหมายเกี่ยวข้องกับหนี้ พยาพยามชี้ให้เห็นปัญหาทั้งการเป็นหนี้ในระบบ หนี้นอกระบบ การนำเงินในอนาคตมาใช้ ดูสบายได้ความรู้ด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ของละครที่ได้นำเสนอผ่านมิติดังกล่าว

ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า Base ของละครเรื่องนี้คือการเอาคอนเทนต์มาเป็นตัวตั้งในการผลิต แต่ละคร ก็ยังคือละคร ถ้าไม่ได้ตรงตามจริตของผู้ชมก็อาจจะประสบความสำเร็จแง่ในแง่ของเนื้อหาและประโยชน์ที่ได้รับเท่านั้น ในแง่ของเรตติ้งอาจจะไม่ได้สูงเสียดฟ้า

เอาจริงๆ ก็ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่าเราต้องการอะไรกันแน่จากการผลิตคอนเทนต์ครั้งนี้ เรทติ้ง หรือ ประโยชน์ที่ผู้ชมได้รับ ???

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.