6,646
VIEWS

“บิ๊กซี”ปรับเกม มุ่งสู่ภาพลักษณ์ “High Image Low Price” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่

Jun 17, 2018 R.Somboon

การเปลี่ยนแปลงแลนด์สเคปใหม่ในตลาดค้าปลีกของบ้านเราเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้ โดยส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของตัวเองใหม่

ขณะที่แรงผลักดันสำคัญอีกอย่างนั้น จะมาจากโครงสร้างของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นขนาดของครอบครัวที่เล็กลง ความเร่งรีบตามแบบฉบับของคนเมืองรุ่นใหม่ที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ การจราจรที่ติดขัดมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ เข้ามามีผลต่อการเข้าไปช้อปปิ้งในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างไฮเปอร์มาร์เก็ตในความถี่ที่ลดลง โดยผู้บริโภคเริ่มมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปปิ้งของตัวเอง จากเดิมที่จะมาที่สโตร์ขนาดใหญ่ในความถี่ที่ค่อนข้างสูงกว่าการช้อปของคนในหลายประเทศ นั่นคือ ของบ้านเขาจะมาช้อปอย่างเก่งสัปดาห์ละครั้ง หรือ 10 วันครั้ง แต่ในบ้านเรามีความถี่ในการช้อป 2 ครั้งต่อสัปดาห์

แต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการทั้ง 2 ค่ายต่างออกมาให้ข้อมูลที่คล้ายๆ กันว่า ผู้บริโภคจะมีการช้อปในไฮเปอร์มาร์เก็ตน้อยลง เพราะการตุนสินค้าในแต่ละเดือนลดลง แล้วหันมาซื้อแบบท็อปอัพในกรณีที่สินค้าบางตัวขาดหรือหมดจากร้านค้าปลีกขนาดเล็กใกล้บ้าน คอนวีเนียนสโตร์จึงเป็นเสมือนที่สต็อกสินค้าของพวกเขา

ในทางกลับกัน ไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งในร้านค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตก็เปลี่ยนไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง จากแค่มาเพื่อซื้อสินค้าแล้วกลับ ก็เปลี่ยนเป็นการมาใช้ชีวิต หรือพักผ่อน ไฮเปอร์มาร์เก็ตเองจึงต้องมีการปรับรูปแบบของสโตร์ให้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งบันเทิงต่างๆ มากขึ้น เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของพวกเขา

ไม่เพียงแค่นั้น ไฮเปอร์มาร์เก็ต ยังมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่ โดยมุ่งไปที่การเป็นร้านค้าปลีกที่มีภาพลักษณ์ที่ดี ทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับภาพลักษณ์จากการเป็นร้านค้าปลีก “Low Image Low Price” ที่ขายสินค้าราคาถูกให้กับคนกลุ่มแมส มาสู่การเป็นร้านค้าปลีกที่มีภาพลักษณ์ “High Image Low Price” คือแม้จะยังคงเน้นที่การขายสินค้าราคาถูกเหมือนในช่วงแรกที่เปิดตัวเข้ามาในตลาดบ้านเรา แต่ก็มีภาพลักษณ์ที่ดี ทันสมัย เป็นร้านค้าปลีกสำหรับคนเมืองรุ่นใหม่มากขึ้น

ทั้งบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส กำลังเดินหน้าเติมเต็มเพื่อต่อภาพของการเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบดังกล่าวผ่านการให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ สโตร์ฟอร์แมทใหม่ รวมถึงการนำเสนอสินค้าที่ดูมีภาพลักษณ์ที่พรีเมียมมากขึ้น แต่ยังคงขายในราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับร้านค้าปลีกในเซ็กเม้นต์อื่นๆ ทั้งหมดนั้น มีแรงผลักดันจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยเฉพาะกับการเข้ามามีบทบาทของคนเมืองรุ่นใหม่ที่เข้ามาสร้างแลนด์สเคปใหม่ให้กับตลาดค้าปลีกของบ้านเรา

บิ๊กซีขยับต่อภาพ

ค้าปลีกคนรุ่นใหม่

การเปิดบิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต แห่งแรกเปิด 24 ชั่วโมงภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “Big C FoodPlace” คือ 1 ในจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามายกระดับภาพลักษณ์ของบิ๊กซีให้ก้าวเข้าไปเป็นร้านค้าปลีกของคนเมืองรุ่นใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้บิ๊กซีก้าวขึ้นไปเป็น Food Store    ที่เน้นพื้นที่จำหน่ายแผนกอาหารสดที่ใหญ่กว่าทุกแพลตฟอร์ม

Big C FoodPlace ถือเป็นฟอร์แมทใหม่ของบิ๊กซีที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนเมืองรุ่นใหม่ จึงมีการปรับรูปแบบการนำเสนอทั้งสินค้า และบริการใหม่แบบถอดด้ามเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกลุ่มนี้ โดยองค์ประกอบภายในจะประกอบไปด้วย

1.Traceability สินค้าอาหารสด(ผัก,ผลไม้, เนื้อสัตว์,อาหารทะเล)ที่เราขายภายใน Food place ลูกค้าสามารถตรวจสอบและทราบถึงแหล่งที่มาและเป็นเกษตรกรพันธมิตรที่มีการเพาะปลูกและเลี้ยงแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2.Healthy food concept รูปแบบสินค้าเพื่อสุขภาพ นอกจากเน้นความหลากหลายของสินค้ารักษาสุขภาพ บิ๊กซีได้ให้ข้อมูล Nutrition Facts คุณค่าทางโภชนาการกับสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทาน Ready to Eat

3.You Select We cook concept with Customer sitting ลูกค้าสามารถเลือกวัตุดิบอาหารสดและให้บิ๊กซีปรุงสดใหม่ด้วยเชฟที่มีความชำนาญหรือจะเลือกตามเมนูอาหารที่ได้จัดเตรียมไว้ให้

4.Meal Solution ที่พร้อมเป็นครัวให้ลูกค้าในทุกมื้อด้วยความหลากหลายและอร่อยของอาหารพร้อมทาน อาทิเมนูอาหารไทยจานด่วน, เมนูอาหารนานาชาติเช่นสเต็ค, สปาเก็ตตี้, อาหารญี่ปุ่น

5.Daily fresh bake Bakery การนำเสนอเบเกอรี่ที่หลากหลาย อบ สดใหม่ ด้วยสูตรดั้งเดิมจากเชฟชาวฝรั่งเศสและสินค้าใหม่ทุกเดือน

6.Click and Collect ลูกค้าสามารถสั่งออนไลน์และมารับสินค้าที่สาขา รวมถึงสินค้าอาหารพร้อมทานด้วย

7.Personalilty Service การบริการจากพนักงานที่เชี่ยวชาญและอย่างเป็นกันเองพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

บิ๊กซีมีแผนจะเปิดสโตร์ในฟอร์แมทดังกล่าวที่เกตเวย์ บางซื่อ ภายในสิ้นปีนี้ โดยสาขาดังกล่าวแม้จะมีการนำเสนอสินค้า และบริการในรูปแบบใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง

ส่วนสาขาที่ 2 ที่จะเปิดในปี 2562 นั้น จะเป็นส่วนหนึ่งในการบริการกลุ่มลูกค้าโซนดาวน์ทาวน์ (Downtown) ในโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นการซินเนอร์จี้กับกลุ่มโกลเด้นแลนด์ อีก 1 ในธุรกิจของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนะภักดี เช่นเดียวกันกับบิ๊ก โดยจะเป็นการเข้ามาช่วยต่อยอดโพซิชั่นนิ่งของโครงการสามย่านมิตร์ทาวน์คือ ที่ตั้งเป้าจะเป็น “คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ (Urban Life Library)” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งมีเทรนด์ที่สนใจการทำอาหาร และรับประทานอาหารในรูปแบบของตัวเอง ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พร้อมกันนี้ ยังเข้ามาเป็นตัวช่วยสะท้อนภาพการเป็นแบรนด์ค้าปลีกของคนเมือรุ่นใหม่ที่บิ๊กซีกำลังมุ่งไปได้เป็นอย่างดี ภายใต้แนวคิด “Maximize customer satisfaction” ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป โดยนำลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง

สาขาในโครงการสามย่านมิตรทาวน์นี้ จะมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ กลุ่มนักเรียน นิสิต อาจารย์ เนื่องจากสามย่านเป็นศูนย์กลางของสถานศึกษากลุ่มพนักงานออฟฟิศ ที่ทำงานบริเวณสามย่าน หรือต้องเดินทางกลับด้วยรถไฟใต้ดินกลุ่มผู้พักอาศัยในสามย่านและใกล้เคียงกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพักผ่อนกลุ่มฟรีแลนซ์ ที่ต้องเดินทางไปนอกสถานที่ และทำงานไม่เป็นเวลา ซึ่งการเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงนี้จะเป็นการรับกับเทรนด์การใช้ชีวิตแบบ 24 ชั่วโมง ทั้งการทำงาน และไลฟ์สไตล์ในรูปบบอื่นๆ โดยไม่ได้จำกัดเวลาของออฟฟิศ ไทม์ แบบเดิมคือ เริ่มงาน 9.00 น.ถึง 18.00 น.เหมือนที่ผ่านมา แต่อาจจะเริ่มทำงานในช่วงหัวค่ำ ไปจบเอาตอนตีสาม ตามสไตล์การทำงานของพวกฟรีแลนซ์ที่มีให้เห็นมากขึ้น

พิริยะ กมลเดชเดชา ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายจัดซื้อสินค้าประเภทอาหารสด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี บอกกับเราว่า กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเมืองรุ่นใหม่นั้น เป็นกลุ่มที่ต้องกาความสะดวก เพราะเวลาน้อยจึงไม่ค่อยทำอาหารเอง ขณะเดียวกันก็ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ร้านค้าปลีกมอบให้ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างดี ขณะเดียวกันก็ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ นั่นคือเหตุผลที่บิ๊กซีต้องมีการปรับกลยุทธ์ เพื่อเข้าไปตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของพวกเขา

ทั้ง 2 สาขาของ Big C FoodPlace ที่จะเปิดในปลายปีนี้ และปีหน้านั้น จะเป็นต้นแบบของการเขยิบเข้าไปหากลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บิ๊กซีมีการขยับตัวครั้งใหญ่ โดยผู้บริหารของบิ๊กซีมองว่า ในอนาคตจะมีการทยอยเปิดสาขาที่เป็นฟอร์แมทของ Big C FoodPlace ตามออกมา โดยส่วนหนึ่งจะเป็นการปรับรูปแบบของสาขาที่เป็นบิ๊กซี มาร์เก็ต ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของบิ๊กซีที่มีอยู่ประมาณ 60 สาขาทั่วประเทศในบางสาขาที่มีโลเกชั่นอยู่ในเมืองให้ออกมาในฟอร์แมทดังกล่าว

ปัจจุบันบิ๊กซีมีฟอร์แมทของสโตร์อยู่ 4 ฟอร์แมทคือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต 143 สาขา ซูเปอร์มาร์เก็ต 60 สาขา มินิบิ๊กซี ซึ่งเป็นค้าปลีกไซส์เล็กอีก 687 สาขา รวมถึงฟอร์แมทที่เป็นช้อปปิ้งออนไลน์ โดยในปีนี้บิ๊กซีมีการใช้งบลงทุน 10,000 ล้านบาทเพื่อเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบของไฮเปอร์มาร์เก็ต 10 สาขา และมินิบิ๊กซีอีก 160 – 200 สาขา ทำให้ภายในสิ้นปีนี้ บิ๊กซีจะมีสาขาของไฮเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้นเป็น 146 สาขา และมินิบิ๊กซีจะมีสาขาประมาณ 760 สาขา

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.