5,829
VIEWS

ความท้าทายล่าสุดของไส้กรอกเบทาโกร

Jun 12, 2018 S.Vutikorn

ไส้กรอกเป็นอาหารที่เกิดขึ้นมาจากกรรมวิธีในการถนอมอาหาร ด้วยการนำเนื้อสัตว์ไปหมักเกลือหรือเครื่องเทศซึ่งมีมาหลายร้อยปี ที่ผ่านมาไส้กรอกถูกบริโภคในมื้ออาหารมานานแสนนาน ทั้งกินแบบทำให้สุกหรือนำไปแปรรูปเป็นอาหารอย่างอื่น

เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป จากมื้ออาหารเช้า, กลางวัน, เย็น ไส้กรอกค่อยๆ ขยายตลาดมาสู่อาหารรองท้อง หรือกินเล่นๆ แบบ Snack

ปัจจุบันนี้สัดส่วนการบริโภคไส้กรอกเป็นมื้ออาหาร และกินรองท้องขยับขึ้นมาเท่ากัน คิดเป็นสัดส่วน 50 / 50% แล้ว และมีแนวโน้มว่าการกินเป็นอาหารว่างจะขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีก

แน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดไส้กรอกในประเทศไทย คือ กลุ่มอายุ 15-40 ปีที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง เป็นคนกินง่าย และนิยมซื้อไส้กรอกซื้อแพ็กเล็ก

พฤติกรรมดังกล่าวนี้ จึงเหมาะสมกับช่องทางการขายอย่างร้านสะดวกซื้อมากที่สุด

แต่ปัญหาของเบทาโกร ก็คือ ไม่มีวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อครบทุกเชน โดยเฉพาะกับ 7-Eleven

เมื่อเป็นเช่นนี้ เบทาโกรจึงต้องออกแรงมากกว่าคู่แข่งขันหมายเลข 1 ในตลาด ซึ่งได้เปรียบตรงมีช่องทางการขายในเซ็กเม้นต์ร้านสะดวกซื้อที่ครอบคลุมกว่า

ปัจจุบันนี้เบทาโกรช่องทางการกระจายสินค้า ผ่านช่องทางจำหน่ายหลัก คือ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, ฟู้ดเชน เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และตลาดสด ร้านค้าทั่วไป เป็นต้น รวมถึงยังมีช่องทางจำหน่ายของ   เครือเบทาโกรเอง เช่น ร้านเบทาโกร ช็อป ร้านจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ของเบทาโกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และรวมไปถึงร้านเบทาโกร เดลี่ ร้านขนาดเล็กที่เน้นจำหน่ายอาหารที่รับประทานระหว่างวัน และอาหารที่นำกลับไปปรุงต่อที่บ้าน ซึ่งทางเบทาโกรพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนเมือง โดยเน้นการขยายสาขาไปตามอาคารสำนักงานต่างๆ

นอกจากนี้แล้ว เบทาโกรยังมีกองทัพมดที่เป็นรถขายไส้กรอกกระจายไปตามแหล่งชุมชนต่างๆ อีกหลายร้อยคัน

ที่ผ่านมา เบทาโกรพยายามชูภาพของความเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพ และพยายามให้ความรู้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้ออาหารที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ผ่านแนวคิด Food Safety มาตลอด เนื่องจากในท้องตลาดปัจจุบันนี้ ยังมีอาหารประเภทแปรรูปที่ไม่ได้มาตรฐานวางจำหน่ายปะปนอยู่ในท้องตลาดอีกเป็นจำนวนมาก

ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเบทาโรเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของ Food Safety แบรนด์หนึ่ง โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ S Pure ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู, ไก่, ไข่ไก่สด ซึ่งเบทาโกรเลี้ยงแบบปลอดยาปฏิชีวนะ, ฮอร์โมน หรือสารเร่งโต ทั้งกระบวนการผลิต

ดังนั้น เมื่อภาพ Food Safety ในส่วนของอาหารสดถูกรีจิสเข้าไปในความรู้สึกของผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพแล้ว สเตปต่อไปก็คือ การสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้นในส่วนของอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก

ล่าสุดทางเบทาโกร ได้มีการกระตุ้นตลาดไส้กรอกครั้งใหม่ด้วยการดึง โป๊ป – ธนวรรธน์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ไส้กรอกรมควันผ่านแคมเปญ “อร่อยใช่...สัมผัสไหนก็โดน”

โป๊ป ถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกในกลุ่มสินค้าแปรรูปอย่างไส้กรอกเบทาโกร

ก่อนหน้านี้เบทาโกรก็เคยใช้นักร้องชื่อดังอย่าง บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อบอกกล่าวให้คนรุ่นใหม่เลือกอาหารที่มีคุณภาพผ่านแบรนด์ S Pure มาแล้ว

ครั้งนี้ โป๊ป จึงถูกวางตัวให้มาทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องของรสชาติเป็นหลัก

วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร เผยว่า “ไส้กรอกรมควันเบทาโกรครองใจผู้บริโภคมานานเกือบ 30 ปี ด้วยคุณภาพไส้กรอกชั้นดี ผลิตจากเนื้อหมู เนื้อไก่คุณภาพดีจากเบทาโกร เนื้อแน่น กรอบเพราะเลือกใช้เคสซิ่งบางพิเศษ ชุ่มฉ่ำ รสกลมกล่อม และหอมกลิ่นรมควันไม้บีชธรรมชาติ การบุกตลาดครั้งนี้เพื่อเจาะตลาดใหม่ๆ สร้างการจดจำตราสินค้า เพิ่มยอดขายและช่องทางการจำหน่ายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัย 15-40 ปี มีไลฟ์สไตล์สมัยใหม่แบบวิถีคนเมืองที่ต้องเร่งรีบ ชอบความสะดวกสบาย รับประทานอาหารแบบไม่จำกัดเวลา และไม่จำกัดตามมื้อหลัก แต่ใส่ใจบริโภคอาหารที่ดีมีคุณภาพและรสชาติอร่อย”

เพื่อเป็นการเติมเต็มแคมเปญนี้ให้สมบูรณ์ ทางเบทาโกรเอง ได้จัดทีมคาราวานเพื่อตระเวนแจกสินค้าตัวอย่างกว่า 500,000 ชิ้น กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย นำทีมโดยผู้บริหารและพนักงานเบทาโกรกว่า 300 คน ในเขตกรุงเทพมหานคร ศูนย์กลางย่านการค้า และอาคารสำนักงาน ได้แก่ อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ ถ.รัชดาภิเษก ตึกพหลโยธินเพลส ตลาดรวมทรัพย์ ซ.สุขุมวิท 21 (อโศก) และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ศูนย์การค้าสยามพารากอน และในภูมิภาคต่างๆ ตามหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยาและภูเก็ต

มูลค่าตลาดรวมของไส้กรอกของไทยในปีที่ผ่านมามีตัวเลขอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท แบ่งตลาดได้เป็น 3 เซ็กเม้นต์ คือ Premium 5%, Standard 70% และ Economy 25% โดยมีการเติบโตอยู่ที่ 6%

ขณะที่เบทาโกรนั้นมียอดขายเติบโตอยู่ที่ 10% ถือว่าเติบโตสูงกว่าตลาด

ดังนั้น เป้าหมายการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 15% เป็น 20% จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารของเบทาโกรคาดหวังไว้ว่าจะทำได้ในปีนี้

ภายใต้ข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนช่องทางการขายผ่านร้านสะดวกซื้อที่ยังเป็นรองคู่แข่งอยู่

การขับเคลื่อนของเบทาโกรครั้งล่าสุดนี้ จึงถือภารกิจที่ท้าทายอย่างมาก

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn