4,854
VIEWS

โออิชิขยาย Capacity ด้วยนวัตกรรม CAF4 สร้างความเชื่อมั่นพร้อมโกอินเตอร์เต็มตัว

May 15, 2017 S.Ammarit

ตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการทำการตลาด การทำโปรโมชั่นและการต่อยอดพัฒนาโปรดักต์ของตัวเอง ระหว่างสองผู้เล่นรายใหญ่รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาด้วย ซึ่งแต่ละคนก็มีจุดยืนที่แตกต่างกัน

โออิชิ ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านการมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเสิร์ฟตลาดอยู่เสมอ จนสามารถสร้างการรับรู้ในแบรนด์กับตัวผู้บริโภคได้ว่า โออิชิเป็นแบรนด์ผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มที่มี Innovation และเป็น Brand love ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคหลายๆ คนได้

เมื่อโออิชิประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทยมูฟเม้นต์และวิศัยทัศน์ต่อไปของโออิชิก็คือ การไปทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งโออิชิก็ได้เตรียมความพร้อมด้วยการขยายสายการผลิต ด้วยการสร้างโรงงาน โออิชิ ที่ อ.วังม่วง จ.สระบุรี ด้วยเทคโนโลยี Cold Aseptic Filling หรือ CAF เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพด้านกำลังการผลิตให้หลากหลายยิ่งขึ้น

ดร.พิษณุ วิเชียรสรรค์ กรรมการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โรงงานโออิชิวังม่วงจะรองรับกำลังการผลิตได้ถึง 360 ล้านขวดต่อปี  โดยจุดเด่นของสายการผลิต CAF4 คือ มีเทคโนโลยี Blow - Aseptic Fill Block ที่สามารถสร้างสรรค์รูปทรงผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย สามารถผลิตขวดได้หลายขนาด เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มฐานลูกค้าผู้ดื่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนั้น ยังมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยปฏิบัติงาน เพื่อความรวดเร็ว แม่นยำ การใช้คนทำงานที่น้อยลงเหลือพนักงาน 105 คน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และสามารถลดปริมาณการใช้พลาสติก ฉลาก ลังกระดาษ ได้ขั้นต่ำประมาณ 1,600 ตัน/ปี และลดการใช้พลังงานจากกระบวนการผลิตรวม 1.5 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคำนวณเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้อย่างน้อย 1,691 ตัน/ปี”

จุดเด่นของ CAF4 คือ

1. Extractor ใช้เทคโนโลยีระบบปิดที่มีโปรแกรมการสกัดที่หลากหลาย สามารถผลิตในระบบ Cold Extraction ที่เป็นการสกัดที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อคงคุณค่าของสารต่าง ๆ และคงความสดใหม่ของใบชา หรือ วัตถุดิบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

2. Blow - Aseptic Fill Block หรือ Monoblock ซึ่งโรงงานโออิชิ วังม่วงเป็นโรงงานแรกที่ใช้ระบบนี้ เป็นนวัตกรรมที่สามารถเป่าขวดได้หลากหลายรูปแบบ ไม่จำกัดรูปทรง ทั้งยังสามารถฆ่าเชื้อขวดและบรรจุแบบปลอดเชื้อได้ในบรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปทรงและหลากหลายขนาด

3. Aseptic Room เป็น Double Clean Room สะอาดเทียบเท่าห้องผ่าตัด สามารถทำการบรรจุเครื่องดื่มได้ต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 7 วัน

การขยาย CAF4 มาที่ อ.วังม่วง ที่เพิ่มเติมจากโรงงานที อ.นวนคร และ อ.บ้านบึง  เป็นการขยายไลน์การผลิตที่ 4 เพราะโออิชิมั่นใจว่าตลาดชาพร้อมดื่มในไทยและ CLMV จะเติบโตขึ้น อีกทั้งประเทศไทยมีความเชื่อมโยงกับตลาดภูมิภาคและเส้นทางการขนส่งสินค้า ไปยังเวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว ที่จะได้รับการพัฒนา จึงต้องเตรียมความพร้อมในด้านกำลังการผลิตเพื่อรองรับ ซึ่งโออิชิเชื่อมั่นว่า ไทยจะเป็น Hub สินค้าใน CLMV โดยโออิชิเองได้ตั้งเป้าในการเติบโตใน Portfolio สินค้า None-alcohol ไว้ที่ 50% ภายในปี 2020 คิดเป็นส่งออก 10% และในประเทศ 90%

มิติในการแข่งขันของโออิชิ การนำระบบการผลิต CAF4 ในการผลิตเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและสามารถสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ เพราะระบบการผลิตและเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตนี้มีอายุการใช้งาถึง 20-30 ปี ซึ่งนั่นจะเป็นการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจทั้งในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ การรองรับการผลิตกับตลาดที่จะเติบโตในอนาคต การสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งที่จะส่งผลให้โออิชิเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในด้านชาเขียวพร้อมดื่มได้อย่างมั่นคง

อีกทั้งโออิชิยังมองภาพใหญ่ในการเข้าไปทำตลาดในตลาดต่างประเทศ ซึ่งในตลาดต่างประเทศโออิชิเป็นที่ 1 ทั้ง กัมพูชา ลาว มาเลซีย และ ส่งออกมากกว่า 50 ประเทศ เน้นการทำการตลาดในต่างประเทศด้วยการออกงาน Fair ในแถบ Middle east และแถบยุโรป ซึ่งสินค้าตัวหลักที่นำออกไปคือ ชาเขียวรสฮันนี่เลม่อน และชาเขียวคาบูเซฉะ จุดประสงค์หลักก็เพื่อสร้าง Connection และสร้าง Awareness ในตลาดต่างประเทศ โดยวาง Positioning ตัวเองในตลาดต่างประเทศว่าเป็น “Superior green tea”

การเป็นผู้นำตลาดคือสิ่งที่แบรนด์หลายๆ แบรนด์ โหยหาและอยากได้มันไว้ในครอบครอง แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเบอร์ไหน การต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่และการมองหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ อีกทั้งการพัฒนาหลังบ้านของโออิชิ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อเข้ามาร่วมทุนและขยายขีดความสามารถของตัวเองไปในตลาดต่างประเทศได้อย่างยังยืน

“การเป็นผู้นำต้องนำด้วยนำด้วยนวัตกรรม ไม่ใช่แค่สิ่งฉาบฉวยเช่นการทำการตลาดแต่เพียงอย่างเดียว สองสิ่งนี้ต้องทำควบคู่กัน นั่นทำให้เราโฟกัสในฐานการผลิตหลังบ้านเป็นหลัก เพราะจะทำให้เราเกิด Sustainability ได้ในระยะยาว”

-None-

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.