18,614
VIEWS

รู้จัก SMART หลักการตั้งเป้าหมายที่ดี เพื่อแบรนด์ที่สมาร์ท

Jun 04, 2018 S.Worapol

แน่นอนว่าในทางการตลาดการตั้งวัตุประสงค์ หรือ เป้าหมายเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องกำหนดเป็นอันดับแรกๆ นั่นก็ขึ้นอยู่กับบริบท ณ เวลานั้นว่าแบรนด์ต้องการอะไร

ก็จะทำให้แบรนด์มีความชัดเจนว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นเป็นไปในเรื่องอะไร ต้องการอะไร เท่าไหร่ นั่นทำให้ส่งผลต่อการทำงานในทีมที่เข้าใจเป้าหมายและพร้อมที่จะเดินไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้พร้อมๆ กัน

หลายครั้งที่เราเห็นแบรนด์ หรือนักการตลาดระบุวัตถุประสงค์ทางการตลาดไปแบบมึนๆ งงๆ นั่นก็จะทำให้ขาดความชัดเจนในการทำงาน หรือถ้ากำลังทำแผนการตลาด แผนนั้นก็จะกลายเป็นแผนที่ไร้ประสิทธิภาพขึ้นมาทันที

ลองมาดูตัวอย่างที่เรายกมาให้ดูแบบง่ายๆ เช่น ต้องเรื่องทางการตลาด ก็อาจจะตั้งวัตถุประสงค์ว่า

         1) เพิ่มการรับรู้สินค้าจาก 12% เป็น 25% ภายในปี 2561

         2) เพื่อให้มีส่วนแบ่งตลาด 25% ภายในปี 2561

หรือหากเป็นการตั้งวัตุประสงค์ทางการเงิน ก็อาจจะตั้งว่า

         1) เพื่อให้มียอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2561

         2) เพื่อให้มีผลตอบแทนจากการลงทุน 20% ภายในปี 2561

ด้านบนเป็นตัวอย่างของการตั้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าจะต้องการเรื่องอะไร เท่าไหร่ ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ ซึ่งนั่นเป็นวิธีคิดตามหลักภาษา 5 ตัวที่อ่านว่า SMART จะมีอะไรบ้างนั้นลองไปดูกันเลย

Specific กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

สำคัญที่สุดเลยคือต้องรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร ตอบโจทย์ในเรื่องอะไร อาจจะเป็นเรื่องของคุณภาพบริการที่ดีขึ้น การรับรู้แบรนด์มากขึ้น ยอดขายมากขึ้น ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น เพราะถ้าหากเรารู้ว่าเราต้องการอะไร เราก็จะรู้ได้ว่าเราต้องทำอะไรต่อ และจะจัดสรรงบประมาณมาใช้เท่าไหร่

Measurable วัตถุประสงค์ที่ดีต้องเป็นตัวเลขที่วัดได้

เพื่อให้มีความชัดเจนและวัดผลได้ การตั้งวัตถุประสงค์ควรที่จะระบะเป็นตัวเลขได้เลยว่าเพิ่มจากเท่าไหร่เป็นเท่าไหร่ ไม่งั้นละก็....คงจะต้องมึนงงอีกแน่อน เพราะไม่รู้จะทำให้ได้เท่าไหร่ถึงจะบรรลุเป้าหมาย

Achievable วัตถุประสงค์ต้องใช้ความพยายามเพื่อให้บรรลุผลได้

ต่อเนื่องมาถึงข้อนี้คือ เมื่อรู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ก็ต้องรู้ว่าจะต้องทำยังไงละให้บรรลุเป้า รู้ลำดับขั้นตอนว่าควรทำอย่างไร และควรบอกหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนให้เป้าหมายนั้นประสบความสำเร็จ

Relevant ต้องมีความสอดคล้อง สมเหตุสมผล

การตั้งเป้าหมายที่ท้าทายคือสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องประเมินศักยภาพตัวเองไม่ใช่ว่าตั้งจนเกินความสามารถ เมื่อเป็นเช่นนั้นการตั้งเป้าหมายก็จะไร้ค่าทันที

Timed  กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน

สุดท้ายเลยคือต้องมีความชัดเจนของระยะเวลาว่าต้องการจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ใช้เวลานานเท่าไรจึงจะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักแบ่งออกเป็น เป้าหมายระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี), เป้าหมายระยะ ( 1–10 ปี) และเป้าหมายระยะยาว (10 ปีขึ้นไป)

สำคัญที่สุดคือต้องกลับมาวัดผลและประเมินตัวเองให้ได้ว่า สิ่งที่เราตั้งไปนั้นสำเร็จมากน้อยขนาดไหน แบรนด์คุณจะได้ Smart เหมือนหลัก SMART นี้

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.