27,568
VIEWS

คุยกับ Socializta ในวันที่คนเสพ Influencer มากกว่าโฆษณา - Mudit Swarup CEO Socializta

Jun 03, 2018 BrandAge Team

ในยุคที่การเป็นผู้ผลิตคอนเท้นท์เพื่อสื่อสารไม่ได้อยู่แค่กับ Mass Media แต่คนทั่วไปก็สามารถผลิตคอนเท้นท์ที่น่าสนใจและมีคนติดตามเป็นจำนวนมากได้ ทำให้อิทธิพลของการสื่อสาร ถูกกระจายออกไป จึงไม่แปลกที่เหล่านักการตลาด จะมองหาช่องทางในการใช้อิทธิพลเหล่านี้เพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด และด้วยความต้องการที่จะสื่อสารของแบรนด์ ทำให้แบรนด์เลือกที่จะนำเสนอ หรือสื่อสารอะไรก็ได้ให้ผู้บริโภคทราบข้อมูลข่าวสารที่ตนเองอยากบอก อีกทั้งยังเป็นการสื่อสารทางเดียวอีกด้วย เมื่อผู้บริโภคไม่สามารถเลือกรับคอนเท้นท์ที่ตนเองสนใจได้ ดังนั้นผู้บริโภคจึงเลือกให้ความเชื่อถือกับการโฆษณาน้อยลง และหันไปฟังความคิดเห็นปากต่อปากของผู้บริโภคด้วยกันแทน ด้วยความใกล้ชิด ความน่าเชื่อถือ และการสื่อสารแบบสองทาง พร้อมทั้งผู้บริโภคยังสามารถเลือกรับคอนเท้นท์ที่ตนสนใจได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์ Influencer Marketing และ Content Marketing เข้ามามีบทบาทในโลกของการตลาดมากขึ้น

ในวันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ Mudit Swarup, Chief Executive Officer จากบริษัท Socializta Co. Ltd. เกี่ยวกับการทำงานของบริษัท

Q: Socializta ทำเกี่ยวกับอะไร

A: บริษัทเราเป็น Influencer+Content Marketing สองอย่างนี้ต้องมาด้วยกัน แต่สิ่งที่แตกต่างเลยก็คือ เราเป็น Big/ Deep Data Analytic เราไม่ได้ทำงานโดย Gut Feeling แต่เราใช้ดาต้ามาเป็นตัวซัพพอร์ทตรงนี้มากกว่า

Q: ทำไมต้อง Influencer

A: จริงๆ จุดเปลี่ยนมันเริ่มมาจากคนให้ความสนใจออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ เริ่มมีช่องของมีเดียต่างๆ เพิ่มขึ้น และตอนนี้เทรนด์มันเริ่มเปลี่ยนไป คนเริ่มใช้วิดีโอในการสื่อสารมากขึ้น ซึ่งการพับบลิชวิดีโอให้ได้ผลที่สุดคือใช้ชาแนลของ Influencer เพราะเขามีแฟนเพจของเขาอยู่แล้ว เขามีคอนเท้นท์ที่เขาทำอยู่ประจำและเป็นสิ่งที่คนชอบดู เราเลยมองเห็นว่า Influencer น่าจะเป็นตัว Endorse ได้ดีพอสมควรในตอนนี้

เดี๋ยวนี้คนยุคใหม่ เริ่มดูทีวีน้อยลง แล้วเราจะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่นี้ได้ยังไงในเมื่อเขาไม่ดูโฆษณาแล้ว เพราะเขาสามารถเลือกคอนเท้นท์ที่อยากดูได้ ซึ่งกลุ่มลูกค้าใหม่เหล่านี้ เขาจะดู Influencer บนช่องทางออนไลน์ ด้วยความที่เรามีดาต้าที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกเราเอาข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์แล้วครีเอทคอนเท้นท์ที่คนอยากดู ผ่านเหล่า Influencer และนี่คือผลงานของบริษัทเรา

Q: มีขั้นตอนการทำงานอย่างไรบ้าง

A: เรามี 4 ขั้นตอนด้วยกัน ซึ่งอันแรกเป็นเหมือนกันการ Research ว่าช่วงนี้มีคอนเท้นท์ไหนที่มาแรงและน่าสนใจ คือทำ Video Listening หลังจากนั้นส่วนที่สองจะเป็นเรื่องของ Content Design ว่าคอนเท้นท์แบบไหนที่จะใช้ในการสื่อสาร ถัดมาส่วนที่สาม เรียกว่า Influencer Selection เป็นการเลือก Influencer ให้แมชกับคอนเทนท์ เราให้เขาส่งไอเดียคร่าวๆ เข้ามาว่าอยากจะทำอะไร แล้ว Blend คีย์ แมสเสจของโปรดักท์ให้เข้ากับคอนเท้นท์ที่เขาจะทำมากที่สุด ซึ่งอาจจะมีองค์ประกอบหรือเอเลเม้นท์บางอย่างที่เราอยากให้เพิ่มเข้าไป คือมันเหมือนเป็นศาสตร์และศิลป์ เราจะไม่เปลี่ยนเขาเยอะ ซึ่งส่วนใหญ่ Influencer จะโอเคกับเรา เพราะเราจะศึกษา Influencer มาก่อนว่าคอนเท้นท์เขาจะเป็นประมาณไหน เราก็จะ Plug-in กันได้สะดวก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ต้องอาศัยทักษะ ความเชี่ยวชาญและเราให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้มาก เราจะทำยังไงให้ลูกค้าได้ตามที่ตัวเองต้องการ คือสามารถสื่อสารแมสเสจของแบรนด์ได้เต็มที่ ในขณะเดียวกัน Influencer ก็ไม่เสียตัวตนของตัวเองไป ทำยังไงให้วินวินกันทั้งสองฝ่าย

ในส่วนของขั้นตอนสุดท้าย Video Distribution หากลูกค้าต้องการหาที่เผยแพร่วิดีโอให้คนเห็นในวงกว้าง เราสามารถใช้ดาต้าช่วยวิเคราะห์ได้ว่า ชาแนลไหนที่เหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้เกิดยอดวิวแบบออร์แกนิคที่เพิ่มมากขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

Q: มีความยากหรือท้าทายไหม ด้วยความเป็นบริษัทที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน

A: ยากนะเพราะตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่จะเลือก Influencer ตามความรู้สึก แต่ไม่ได้เลือกตาม Performance ที่แท้จริง ความรู้สึกหมายความว่า ดูแค่ยอด Subscribe ยอด Like ของ Influencer แต่จริงๆ มันลึกกว่านั้น เราต้องดูเอ็นเกจเม้นท์ของ Influencer อย่างเราจะใช้ดาต้าเข้ามาวิเคราะห์ แต่คนไทยส่วนใหญ่จะแบบ...คิดว่าคนนี้ดี ตามความรู้สึกของตัวเอง มันทำให้มีความยากในการ Convince ลูกค้าพอสมควร เพราะว่าลูกค้าจะใช้ความรู้สึกในการตัดสิน

และตอนนี้สิ่งต่างๆ มันเปลี่ยนไป คนหันมาใช้ออนไลน์มากขึ้น เม็ดเงินที่ทุ่มให้กับการทำการตลาดทางออนไลน์ก็มากขึ้นตามไปด้วย อีกไม่นานเมื่อบริษัทหรือแบรนด์ต่างๆ ได้งบในการทำพวกดิจิตอล มาร์เก็ตติ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ คนที่รับผิดชอบเม็ดเงินในส่วนนี้ก็จะโดนเพ่งเล็งและโดนกดดันเรื่องผลงานจากผู้บริหารที่มีตำแหน่งสูงกว่า นี่แหละจะเป็นความท้าทายสำหรับเรา

Q: มีผลงานอะไรที่น่าสนใจ

A: แคมเปญกับแบรนด์ซุปไก่ คือหนึ่งในผลงานที่เราภูมิใจ เรียกว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งของแบรนด์ ซึ่งเกี่ยวกับ Passion Icons และแคมเปญที่เราทำให้ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์สูงสุดของปี 2560

เช่นเดียวกับรองเท้าแตะ Kito ที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรองเท้าแตะให้ใส่แล้วดูคูล ดูเท่ เราเข้าไปช่วยในการทำ Influencer Marketing คิดคอนเซ็ปท์ คอนเท้นท์และเลือกเฟ้น Influencer เราสามารถบรรลุเป้าที่ตั้งไว้ภายในเวลาแค่ 5 วันหลังปล่อยแคมเปญจากที่ตั้งไว้ 30 วัน

ส่วน dtac ใช้บริการการวิเคราะห์ดาต้า โดยให้เราตรวจสอบเพอร์ฟอร์แมนซ์และดาต้าในเชิงลึกของ Influencer ที่ทาง dtac ให้ลิสท์มา เพื่อดูว่า Influencer แต่ละคนมีผลงานเป็นยังไงและควรทำงานกับใครจึงจะได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.