10,281
VIEWS

เซ็น คอร์ปอเรชั่น ปรับแผนธุรกิจ สู่ยุคปลาเร็วกินปลาช้า

May 26, 2018 S.Vutikorn

การทำธุรกิจในปัจจุบันการเป็นปลาใหญ่อาจจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสมอไป เพราะปัจจุบันนี้การพัฒนาธุรกิจในรูปแบบ Platform Service ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ปลาเร็วกินปลาช้า ขึ้นในหลายอุตสาหกรรม

แม้ว่าในตลาดเชนร้านอาหารจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่การปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงไว้ก่อนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายบริษัทเลือกทำ

 

เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารร้านอาหารไทยและญี่ปุ่นชั้นก็เพิ่งจะปรับวิชั่นในการทำธุรกิจครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้

 

ในวันแถลงข่าวแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ บุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารป้ายแดงขององค์กรได้เล่าถึง 4 ภารกิจหลักที่จะใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่ง 1 ในภารกิจนั้น ก็คือ วิธีการขยายธุรกิจที่ไม่ยึดติดว่าจะต้องเป็นเจ้าของกิจการเองเสมอไป

 

แน่นอนว่าภารกิจแรกของบุญยง ก็คือ Develop Franchise & New Channels เพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้บริษัทมีร้านแฟรนไชส์ครบ 500 สาขา และมีร้านอาหารที่บริหารเองอีก 200 สาขาในปี 2020

 

ถ้าเราลองมองย้อนกลับไป จะพบว่าตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจมา 27 ปี เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ปมีร้านอาหารในเครือรวม 242 สาขา จาก 13 แบรนด์ โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทบริหารกิจการเอง 102 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 140 สาขา

ดังนั้นการขยายสาขาตามเป้าหมายที่วางไว้จะไม่มีทางทำได้เลยถ้าไม่พึ่งระบบ

แฟรนไชส์

 

นอกเหนือจากระบบแฟรนไชส์แล้ว ทางเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ยังเปิดกว้างที่จะซื้อแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ตเพิ่มเติม ทั้งร้านอาหารที่เปิดใหม่ รวมไปถึงร้านอาหารดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมานานที่มีทายาทในรุ่นที่ 2 หรือ 3 เป็นผู้บริหาร เพื่อมาปรับปรุงพัฒนาด้วยการเอาระบบการบริหารสมัยใหม่เข้าไปบริหาร

 

ในส่วนของภารกิจที่ 2 นั้น บุญยง กล่าวย้ำว่า จากนี้ต่อไปร้านอาหารในเครือจะต้อง Deliver Best in Class Customer Experience

“27 ปีของการทำธุรกิจที่เน้นคุณภาพ อาหารสดใหม่ ทำให้เราเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในใจคนไทย ทุกวันนี้เราไม่ได้ขายอาหารอย่างเดียว แต่เราขายประสบการณ์ ขายคุณภาพ ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบโอมากาเสะ แบรนด์ Sushi Cyu ที่ทางกลุ่มเพิ่งซื้อกิจการเข้ามา ก็ถือว่าเป็น Best in Class” 

 

ภารกิจที่ 3 ที่บุญยงมองว่าเป็นเรื่องสำคัญก็คือ Develop Our People หรือการพัฒนาบุคลาหรให้ดีกว่าเดิม

 

บุญยง อธิบายว่าธุรกิจอาหารคืองานบริหาร ดังนั้นหัวใจในการทำงานก็คือ บุคลากร เพราะฉะนั้นหากพนักงานมีความสุขในการทำงาน ก็เชื่อว่าจะสามารถส่งต่อความสุขไปหาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้

 

ปัจจุบันนี้เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ปมีพนักงานมากถึง 3,000 คน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานที่อยู่ในระบบร้านอาหารมากกว่า 2,000 คน ดังนั้นการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น

 

นอกจากนี้แล้วทาง เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ก็ยังมีแผนที่จะเปิดสถาบัน Zen Academy เพื่อทำหน้าที่ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดเชนร้านอาหารของไทยในอนาคตอีกด้วย

 

ทุกวันนี้บริษัทเรารับนักศึกษาฝึกงานมาทำงานพาร์ทไทม์ สร้งารายได้ และเปิดโอกาสให้เข้ามาเรียนรู้ในการทำงานจริง โดยมีพนักงานพาร์ทไทม์ประมาณ 200-300 คนที่มาจากตรงนี้ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษา เราอยากเห็นงานวิจัยเรื่องอาหารดีๆ ที่อยู่บนหิ้งถูกนำกลับมาพัฒนาอยู่ในร้านอาหาร

ส่วนภารกิจสุดท้ายนั้นคือ Drive Resourse Efficiency หรือการเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการทำงาน เช่น การทำระบบแพลทฟอร์ม มาใช้ในการขยายธุรกิจดิลิเวอรี่ เพื่อเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงยังเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิม

ช่องทางขายแพลทฟอร์ม ตอนนี้ทำรายได้ไม่ถึง 1% แต่ภายใน 5 ปี ยอดขายจะต้องเพิ่มต้องเป็น 5% นอกจากนี้แล้วเรายังมองไปถึงการขยายธุรกิจรับจัดเลี้ยงหรือ Catering และผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดค้าปลีก ทุกวันนี้เราขายน้ำปลาร้าผ่านหน้าร้าน ต่อไปขยายเข้าไปในค้าปลีกเป็น Retail Product”

 

ถ้าไม่ติดขัดอะไร เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ปวางแผนที่จะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2019 สำหรับการระดมทุนมาใช้ในการขยายสาขาและพัฒนาสินค้าในอนาคต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.