5,110
VIEWS

ท็อปส์ชูสินค้าออร์แกนิกส์ เติมเต็มกลยุทธ์สร้าง Store Loyalty

May 17, 2018 R.Somboon

ท็อปส์ เชนฟู้ดสโตร์ในเครือเซ็นทรัล เดินหน้าบุกตลาดสินค้าออร์แกนิกส์รับกับเทรนด์การเติบโตของตลาดที่ผู้บริโภคหันมานิยมบริโภคสินค้าออร์แกนิกส์มากขึ้น หวังใช้สินค้าออร์แกนิกส์เป็นแม่เหล็กเพื่อสร้างสโตร์ ลอยัลตี้ ที่จะดึงลูกค้าเข้ามาช้อปปิ้งกับท็อปส์อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นตัวช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างท็อปส์กับผู้เล่นในตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เขยิบเข้ามาทำตลาดฟู้ด รีเทล มากขึ้นอีกด้วย
 
ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเชนซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ท็อปส์มาร์เก็ต และฟู้ดฮอลล์ บอกกับเราว่า การให้น้ำหนักในการทำตลาดสินค้าที่เป็นออร์แกนิกส์มากขึ้นนั้น จะมีการเพิ่มจำนวนสินค้าที่เป็นออร์แกนิกส์เข้าไปมากขึ้น จากเดิมที่เมื่อ 7 – 8 ปีที่แล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตของท็อปส์มีสินค้าที่เป็นออร์แกนิกส์อยู่แค่ผัก ผลไม้ แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์มีหลากหลายประเภท ครอบคลุมตั้งแต่ของสดจำพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ไปจนถึงเครื่องปรุงต่างๆ เช่น แป้งสาลี น้ำตาล รวมทั้งขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม เนื่องจากลูกค้าของท็อปส์มีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้น ตามเทรนด์ในเรื่องของการใส่ใจดูแลสุขภาพของลูกค้าที่เข้ามาช่วยผลักดันให้สินค้าในกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการมากขึ้น 
การหันมาเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดสินค้าออร์แกนิกส์มากขึ้นของท็อปส์นั้น ส่วนหนึ่งจะมาจากการมองเห็นเทรนด์การเติบโต ซึ่งการทำในเรื่องของบิ๊กดาต้าผ่านบัตรเดอะวัน การ์ด ที่ทำให้สมารถ Customize ผู้บริโภคออกเป็นเซ็กเม้นต์ตั้งแต่เบสิกไปจนถึงระดับพรีเมียม ทำให้ท็อปส์สามารถเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าตลอดจนไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งสินค้า ทำให้ทราบถึงแนวโน้มความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ที่มีออกมามากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา
 
ปัจจุบันลูกค้าที่ถือบัตรเดอะวัน การ์ด มีประมาณ 13 ล้านคน ในจำนวนนั้น 65% จะเป็นลูกค้าในส่วนของท็อปส์เนื่องจากเป็นค้าปลีกประเภทฟู้ด รีเทล ที่ผู้บริโภคมีความถี่ในการเข้ามาช้อปปิ้งมากกว่าค้าปลีกประเภทอื่นๆ ในเครือของเซ็นทรัล โดยปัจจุบันท็อปส์มีฐานลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ลงมาประมาณ 30% ส่วนอีก 70% จะเป็นกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้ามองในรายละเอียดแล้ว จะพบว่า กลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีประมาณ 10% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 
 
ขณะที่กลุ่มลูกค้าของท็อปส์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าในเมือง ซึ่งแน่นอนว่ามักจะรับรู้เทรนด์ใหม่ๆ ได้เร็วกว่าลูกค้ากลุ่มที่ไม่ใช่คนเมือง โดยเรื่องของสุขภาพที่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งของพวกเขาไปแล้ว ไลฟ์สไตล์ในรูปแบบที่ว่านี้เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลักดันให้ลูกค้ากลุ่มคนเมืองเลือกบริโภคอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ โดยมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าออร์แกนิกส์ เป็นอย่างดีว่าดีต่อสุขภาพของพวกเขาอย่างไร รวมถึงพร้อมที่จะจ่าย แม้สินค้าออร์แกนิกส์จะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไปก็ตาม

“การแบ่งลูกค้าจากข้อมูลที่เราแท็กมาทำให้รู้ว่าเขาต้องการอะไร และเราจะ Fulfillments ความต้องการของเขาอย่างไรบ้าง ซึ่งข้อดีของท็อปส์ก็คือ เรามีการเข้าไปควบคุมคุณภาพสินค้าตั้งแต่ต้นทางคือ จากฟาร์มไปจนถึงมือผู้บริโภค ทำให้เราสามารถนำสินค้าที่เป็นออร์แกนิกส์ตามมาตรฐานที่กำหนดมาทำตลาดในสโตร์ของเราได้” 
 
สินค้าออร์แกนิกส์ของท็อปส์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์ 100% ต้องใช้วัตถุดิบและผ่านกระบวนการผลิตในแบบออร์แกนิกส์ 100% และแบบผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกส์ 95% เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบ 100% หรือ 95% จะต้องติดป้ายระบุรายละเอียดของส่วนผสมและวิธีการผลิตในแบบออร์แกนิกส์บนผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด โดยมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสากลควบคู่ไปด้วย
 
“ในปีที่ผ่านมา เรามียอดขายในกลุ่มสินค้าที่เป็น Health & Wellness ซึ่งรวมสินค้าที่เป็นออร์แกนิกส์เข้าไปด้วยประมาณ1,500 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10% โดยมีสินค้าในกลุ่มนี้อยู่ในสโตร์ประมาณ 4,000 รายการ ความต้องการที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้เรามีแผนที่จะทำตลาดสินค้าในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรับกับเทรนด์ที่ยังคงมีการเติบโตค่อนข้างดี” 
 
หากมองตามรูปเกมแล้ว การโฟกัสการทำตลาดมาที่สินค้าในกลุ่มออร์แกนิกส์ของท็อปส์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการรับกับเทรนด์การเติบโตของตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการชิงลงมือเพื่อยึดภาพของการเป็นฟู้ด รีเทล รายแรกๆ ที่เป็นคนพูดถึงเรื่องนี้ พร้อมลงมือทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสินค้าออร์แกนิกส์จะเข้ามาช่วยสร้างสโตร์ ลอยัลตี้ ให้กับท็อปส์ได้เป็นอย่างดี
 
ขณะเดียวกัน ยังช่วยทำให้ท็อปส์สามารถสปีดหนีคู่แข่งที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 2 ราย ที่กำลังเขยิบขึ้นมาแข่งขันในตลาดฟู้ด รีเทล โดยยกระดับภาพลักษณ์พร้อมกับนำเสนอสินค้าระดับบนๆ ที่เป็นสินค้านำเข้ามากขึ้น การเปิดเกมรุกของท็อปส์ จึงเป็นเสมือนกับการยิงปืนนัดเดียว แต่ได้นกถึง 2 ตัวเลยทีเดียว........

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.