6,309
VIEWS

เบียร์ CLMV ทีละประเทศ ใครคือ King of Beer

May 03, 2017 R.Somboon

ตลาดเบียร์ในกลุ่มประเทศ CLMV กำลังเป็นที่จับตามองถึงการเติบโตแบบน่าสนใจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ส่งผลให้มาตรฐานความเป็นอยู่ของคนในประเทศเหล่านั้นถูกยกระดับขึ้น ทำให้เบียร์กลายเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ถูกเลือกดื่มมากขึ้น โดยบางส่วนเป็นการแทนที่เหล้าขาว หรือเหล้าท้องถิ่นตามมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่

ตลาดเบียร์ในกลุ่มประเทศ CLMV จึงเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ถูกจับตามองโดยเบียร์ยักษ์ใหญ่ทั้งระดับโลก และระดับภูมิภาค ในการขยายฐานการลงทุนเข้าไปทำตลาด ซึ่ง “ทางลัด” ในการเข้าตลาดนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่า การเข้าซื้อกิจการของบริษัทท้องถิ่นเพื่ออาศัยฐานที่มีอยู่มาต่อยอดในการทำตลาดของตัวเอง

ในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจนักที่บรรดาผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่จากทั่วโลก ทั้งไฮเนเก้น เอบีอินเบฟ ไทยเบฟ ซาฟมิลเลอร์ อาซาฮี และคิริน ต่างตบเท้าประกาศเข้าร่วมประมูลซื้อกิจการมูลค่ากว่า 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเข้าซื้อกิจการของโรงงานผลิตเบียร์ "ไซ่ง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบฟเวอเรจ คอมปะนี" หรือซาเบโค (Sabeco) ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของประเทศ ด้วยส่วนแบ่งถึง 40% ของตลาด พร้อมเครือข่ายโรงกลั่น 23 แห่ง รวมกำลังผลิต 1.8 ล้านลิตรต่อปี และเครือข่ายบริษัทกระจายสินค้าอีก 11 แห่ง จากเจ้าของคือรัฐบาลเวียดนามที่ต้องการนำเงินที่ขายได้มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของประเทศ

เพราะนี่คือเส้นทางลัดที่ดีที่สุดในการเจาะเข้าไปยังตลาดเบียร์เวียดนามที่มีการเติบโตเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 10% ทีนี้มาดูว่า ตลาดเบียร์ แต่ละประเทศมีหน้าตาเป็นแบบใด.... 

ลาว

เบียร์ลาว 99%

เกือบ 100% ของตลาดเบียร์ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว จะถูกครอบครองโดยเบียร์ลาว เบียร์ระดับชาติของ สปป.ลาว ที่ผลิตโดย Lao Brewing Company ตั้งแต่ปี 1973 ก่อนหน้านี้ Lao Brewing Company ยังเคยผลิตเบียร์ชื่อ 33 Export สำหรับส่งออกขายนอกประเทศโดยเฉพาะ แต่หยุดผลิตเมื่อช่วงปลายของทศวรรษที่ 90

“เบียร์ ลาว เบียร์ของคนลาว คนจริงใจ” คอนเซ็ปต์ที่ใช้สื่อสารแบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกของคนลาวที่เป็นคนจริงใจได้เป็นอย่างดี ทำให้เบียร์ลาว กลายเป็นเบียร์ประจำชาติลาว ที่คู่แข่งขันซึ่งเป็นเบียร์จากประเทศอื่นๆ เข้ามาตีได้ลำบาก นั่นคือคำตอบที่ว่าทำไม เบียร์ลาวจึงครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 99%

มีการประเมินกันว่า มูลค่าตลาดเบียร์ใน สปป.ลาว น่าจะมีปีละประมาณกว่า 2 ล้านล้านกีบ หรือมากกว่า 7,800 ล้านบาท การครองตลาดเบียร์อย่างเหนียวแน่นของเบียร์ลาวนั้น นอกจากเรื่องของรสชาติที่คุ้นเคยของคอเบียร์ลาวแล้ว ยังมีเรื่องของราคาที่ควักจ่ายได้ง่าย คือมีเบียร์ลาวในแพ็กเกจจิ้งแบบแคน มีราคาที่สูงกว่าน้ำอัดลมในแพ็กเกจจิ้งเดียวกันไม่มากนัก

ขณะที่เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ก็เข้ามามีส่วนทำให้เบียร์ลาวถูกผลักดันเข้าหาผู้บริโภคชาวลาวได้ไม่ยากเย็นนัก สรุปได้ว่า ตลาดลาว เป็นของเบียร์ลาวอย่างแท้จริง.....  

ภาพจาก http://www.aseanthai.net/

เวียดนาม

คาร์ลสเบอร์ก – ไฮเนเก้น Game of Thrones   

หากดูตัวเลขการบริโภคเบียร์ที่ติดท็อป 10 ของโลกแล้ว แน่นอนว่า จีนยังคงเป็นประเทศที่มีการบริโภคเบียร์มากที่สุดในโลก โดยตัวเลขการบริโภคต่อปีในปี 2015 จะมีประมาณ 43,266 ล้านลิตร แต่ที่น่าสนใจก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนามติดอันดับกับเขาด้วย โดยเข้ามาที่ 9 มีการดื่มรวมกันประมาณ 3,832 ล้านลิตร ขณะที่ภาพรวมของตลาดมีการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10%

ทำให้ตลาดเบียร์เวียดนาม กลายเป็นที่สนใจของผู้เล่นจากทั่วโลก ซึ่งไฮเนเก้น เบอร์ 2 ของโลก มีการเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานในเวียดนาม

ขณะที่กลุ่มทีซีซี.ของคุณเจริญ แม้ยังไม่ได้ขยับขยายเข้าไปตั้งโรงงานเหล้า หรือเบียร์ แต่ก็ส่งทัพหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนเข้าไปในเวียดนามแล้ว ทั้งบริษัทจัดจำหน่าย และโรงงานผลิตแพ็กเกจจิ้งแบบขวดแก้ว รวมถึงเชนค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ ที่จะเข้ามาเป็นตัวสนับสนุนชั้นดีในการทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต

ส่วนเบียร์ที่เป็นที่รู้จักในเวียดนามนั้น นอกจากไฮเนเก้น ไทเกอร์ และคาร์ลสเบอร์ก แล้ว ยังมีเบียร์ท้องถิ่นของเวียดนาม อาทิ Bia Hoi ซึ่งหมายถึง เบียร์สด ถูกผลิตขึ้นในโรงเบียร์กว่า 300 แห่ง ทั้งขนาดใหญ่และเล็กที่กระจายอยู่รอบประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ 333 ที่ผลิตโดย Saigon Beer Co ซึ่งยังผลิตเบียร์ในชื่อแบรนด์ Saigon Lager และ Saigon Export โดยเบียร์ 333 เริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1893 ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาของฝรั่งเศส ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น 33 และเปลี่ยนกลับเป็น 333 อีกครั้งในปี 1975

รวมถึงแบรนด์ Hue Beer  เบียร์ดีกรีแอลกอฮอล์ 5.0% ผลิตโดย Hue Brewery ซึ่งมีเบียร์คาร์ลสเบอร์กเป็นเจ้าของ จุดเด่นอยู่ที่ที่สีเหลืองอำพัน ฟองเบียร์ที่หายไปอย่างรวดเร็วหลังจากรินออกจากขวดไม่นาน และมีกลิ่นหอมของข้าว นอกจาก Hue Beer แล้ว บริษัทนี้ยังผลิต Festival Beer สำหรับตลาดเวียดนามอีกด้วย

ภาพจาก http://www.vietnam-guide.com/

เมียนมาร์

เป้าใหญ่ไฮเนเก้น 3 ปี จะเป็นที่ 1

การประกาศขึ้นเบอร์ 1 ในตลาดเบียร์เมียนมาร์ของไฮเนเก้น ภายในปี 2563 เป็นเสมือนการจุดชนวนการแข่งขันให้รุนแรงมากขึ้น หลังจากที่ยักษ์ใหญ่รายนี้ขยายฐานเข้าไปตั้งโรงงานในเมียนมาร์ และมีการเติบโตของยอดขายค่อนข้างดีจนสามารถขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 4 เพียงแค่ปีแรกที่เปิดตัว โดยยังคงเติบโตแบบต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

เมียนมาร์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีการขยายตัวของเขตเมืองอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวและขนาดของชนชั้นกลางกำลังโต โดยเชื่อว่าเมียนมาร์จะกลายเป็นตลาดใหญ่ 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไฮเนเก้นอินเตอร์เนชั่นแนลในเวลาไม่ถึง 10 ปีเช่นเดียวกับเวียดนาม

ทั้งไฮเนเก้น และคาร์ลสเบอร์กต่างเข้ามาเขย่าให้พรายฟองของเบียร์ในเมียนมาร์มีสีสันมากยิ่งขึ้นจากการเปิดตัวทั้งเบียร์พรีเมียม และท้องถิ่น โดยบริษัทวิจัย Euromonitor International คาดการณ์ว่า ตลาดที่มีมูลค่า 375 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จะเติบโตอย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นมูลค่า 675 ล้านดอลลาร์ ในปี 2561 สะท้อนให้เห็นถึงความน่าสนใจของตลาดเบียร์ในเมียนมาร์ได้เป็นอย่างดี 

สำหรับเบียร์ท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเมียนมาร์ คือ Myanmar Beer ซึ่งรสชาติจะคล้ายเบียร์ลาวแต่หวานน้อยกว่า เบียร์ไม่ฉุน กินง่าย มีดีกรีแอลกอฮอล์ประมาณ 7.7% นอกจากนี้ยังมีเบียร์ Mandaley Lager ที่ผลิตโดยMandalay Brewery ในเมืองมันดาเลย์  มีระดับแอลกอฮอล์ 5% มีรสชาติหวาน กลิ่นหอม.....

กัมพูชา

อีกหนึ่งสมรภูมิ คาร์ลสเบอร์ก – ไฮเนเก้น

เช่นเดียวกับเมียนมาร์ และเวียดนาม การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีออกมาค่อนข้างดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดเบียร์ในประเทศกัมพูชามีการขยายตัวอย่างน่าจับตามองตามไปด้วย โดยตลาดเบียร์ในกัมพูชามีเจ้าของพื้นที่เป็นยักษ์ใหญ่ 2 บริษัท คือ กลุ่มเอเชียแปซิฟิค บริวเวอรี่ จากสิงคโปร์ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น และไทเกอร์เบียร์  ซึ่งมีโรงงานอยู่ในกรุงพนมเปญ

ส่วนอีกรายคือ คาร์ลสเบอร์ก เบียร์ แห่งเดนมาร์ก ที่เข้ากัมพูชามาหลายปี และปัจจุบันครองส่วนแบ่ง 60% กับ 26% ตามลำดับ  คู่แข่งสำคัญอีกรายหนึ่งซึ่งครองตลาดที่เหลือคือ บริษัทแคมบรู (Cambrew) ตั้งโรงงานที่เมืองท่าสีหนุวิลล์ ผลิตเบียร์ยี่ห้อ “อังกอร์” (Angkor Beer)  ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่  โดยชูสโลแกน My Country, My Beer  เพราะฉะนั้นในกัมพูชาทุกวันนี้จึงมีเบียร์ดังเกือบจะทุกยี่ห้อเท่าที่จะหาพบในทวีปเอเชียวางจำหน่ายทั่วไป......

เช่นเดียวกับเมียนมาร์ และเวียดนาม การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีออกมาค่อนข้างดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดเบียร์ในประเทศกัมพูชามีการขยายตัวอย่างน่าจับตามองตามไปด้วย โดยตลาดเบียร์ในกัมพูชามีเจ้าของพื้นที่เป็นยักษ์ใหญ่ 2 บริษัท คือ กลุ่มเอเชียแปซิฟิค บริวเวอรี่ จากสิงคโปร์ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น และไทเกอร์เบียร์  ซึ่งมีโรงงานอยู่ในกรุงพนมเปญ

ส่วนอีกรายคือ คาร์ลสเบอร์ก เบียร์ แห่งเดนมาร์ก ที่เข้ากัมพูชามาหลายปี และปัจจุบันครองส่วนแบ่ง 60% กับ 26% ตามลำดับ  คู่แข่งสำคัญอีกรายหนึ่งซึ่งครองตลาดที่เหลือคือ บริษัทแคมบรู (Cambrew) ตั้งโรงงานที่เมืองท่าสีหนุวิลล์ ผลิตเบียร์ยี่ห้อ “อังกอร์” (Angkor Beer)  ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่  โดยชูสโลแกน My Country, My Beer  เพราะฉะนั้นในกัมพูชาทุกวันนี้จึงมีเบียร์ดังเกือบจะทุกยี่ห้อเท่าที่จะหาพบในทวีปเอเชียวางจำหน่ายทั่วไป......

ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/scott_flkr/6952071345

 

ท็อป 10 ประเทศ ที่ดื่มเบียร์มากที่สุดในโลก

ประเทศ                                     ปริมาณการดื่ม

จีน                                          43,266 ล้านลิตร

สหรัฐอเมริกา                           24,245 ล้านลิตร

บราซิล                                    9,283 ล้านลิตร

รัสเซีย                                     8,633 ล้านลิตร

เยอรมนี                                   8,450 ล้านลิตร

เม็กซิโก                                   7,371 ล้านลิตร

ญี่ปุ่น                                       5,380 ล้านลิตร

ยูเค                                         4,404 ล้านลิตร

เวียดนาม                                 3,832 ล้านลิตร

โปแลนด์                                 3,823 ล้านลิตร

ที่มา : คิริน 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.