ผลสำรวจดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก ประจำปี2561

May 10, 2018 -None-

ผลการสำรวจดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลกประจำปี2018 (The Mastercard-CrescentRating Global Muslim Travel Index  หรือ GMTI 2018) ระบุว่า ประเทศไทยขยับขึ้นสองอันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 16 ในการสำรวจทั้งสิ้น 130 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศที่ไม่ไช่มุสลิมสืบเนื่องจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยที่พยายามเพิ่มจำนวนร้านอาหารฮาลาลและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม

มาเลเซียและสิงคโปร์ยังคงครองความเป็นประเทศยอดนิยมอันดับต้นๆของตลาดท่องเที่ยวของชาวมุสลิมที่มีมูลค่าถึงกว่า 6,900 ล้านล้านบาท (220 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีประเทศคู่แข่งสำคัญหลายประเทศพยายามไล่ตามติด ทั้งนี้เป็นรายงานผลการสำรวจชั้นนำของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว

สำหรับกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC)ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ของจุดหมายปลายทางสำหรับชาวมุสลิมและผลการสำรวจยังพบว่าประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันได้เข้ามาอยู่ใน5 อันดับแรกของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้เริ่มทำการสำรวจเป็นต้นมา 

ผลการสำรวจ GMIT 2018 ซึ่งสำรวจประเทศจุดหมายปลายทางทั้งสิ้น 130 ประเทศทั่วโลกทั้งประเทศมุสลิมและประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (OIC และ Non-OIC) ระบุว่า ประเทศมาเลเซียอยู่ในอันดับ 1 ส่วนประเทศอินโดนีเซีย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีจนก้าว ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ร่วมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หลายประเทศในเอเชียมีการปรับอันดับดีขึ้นเป็นผลจากการปรับปรุงการให้บริการเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจชี้ว่าหลายประเทศยังไม่ได้นำสื่อดิจิตัลมาใช้มากเท่าที่ควร

ผลการสำรวจตามดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมโลกในปีนี้ ได้มีการประกาศผลสำรวจอย่างเป็นทางการไปแล้วที่ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้ชี้ให้เห็นว่าตลาดการท่องเที่ยวชาวมุสลิมยังคงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจนอยู่ที่6,900ล้านล้านบาท (220 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี พ.ศ. 2563 และขยับขึ้นไปถึงกว่า9,500 ล้านล้านบาท (300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี พ.ศ. 2569

 

ในปี พ.ศ.2560พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจำนวนประมาณ131 ล้านคนเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากจำนวน 121 ล้านคนในปี พ.ศ. 2559  และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น156 ล้านคนทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2563หรือร้อยละ 10 ของธุรกิจท่องเที่ยว สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเดินทางมาเยือนถึง 3 ล้าน 6 แสนคน หรือเกือบร้อยละ 10 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยในปีนั้น

“เราเริ่มเห็นผลจากการที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกลงทุนปรับปรุงและความทุ่มเทเพื่อพัฒนาตลาดการท่องเที่ยวสำหรับชาวมุสลิมจนมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดและการขยับอันดับ ตัวอย่างของประเทศที่ร่วมมือกันจนประสบความสำเร็จด้วยดีคือ ประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งนำข้อมูลจากผลการสำรวจในปีที่ผ่านมามาใช้พัฒนาการท่องเที่ยวจนสามารถขยับเข้าใกล้อันดับต้นๆ ได้ดี” ฟาไซ บาฮาร์ดีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท CrescentRating และ HaralTrip กล่าว

“ในปีนี้เราได้มีการปรับปรุงตัวชี้วัดในการสำรวจให้สามารถสะท้อนถึงกลยุทธที่ประเทศจุดหมายปลายทางใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมทำให้เห็นการพัฒนาของประเทศเหล่านั้น นอกจากนี้ เรายังได้เผยผลสำรวจ CrescentRating Growth & Innovation Model เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธที่จำเป็นรวมถึงการสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองการท่องเที่ยวของกลุ่มนี้ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว” บาฮาดีน กล่าวเสริม

“ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลไทยอาทิ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติและการพัฒนามาตรฐาน   QR Code ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น” โดนัล ออง ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าว “ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2ของแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม (Non-OIC)จากนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

 

ประเทศจุดหมายปลายทางทั้ง130 แห่ง จากผลการสำรวจ GMTI 2018 ได้รับการจัดอันดับโดยพิจารณาจากเกณฑ์วัด พร้อมด้วยตัวชี้วัดใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาในปีนี้ ซึ่งรวมทั้ง CrescentRating Growth-Innovation Modelเกณฑ์ชี้วัดที่ใช้ในปีนี้ประกอบด้วย การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วยเรื่องของสาธารณูปโภค การสื่อสาร รวมถึงการที่แต่ละประเทศทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจึงให้คะแนนเกณฑ์ตัดสินต่างๆ จนได้คะแนนโดยรวม

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศมุสลิม (OIC) ได้แก่

อันดับ

อันดับรวมทั้งหมดจากการสำรวจทั่วโลก

แหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศมุสลิม

ผลคะแนน

1

1

มาเลเซีย

80.6

2

2

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

72.8

2

2

อินโดนีเซีย

72.8

4

4

ตุรกี

69.1

5

5

ซาอุดิอาระเบีย

68.7

6

6

กาตาร์

66.2

7

8

บาห์เรน

65.9

8

9

โอมาน

65.1

9

10

โมรอคโค

61.7

10

11

คูเวต

60.5

 

10 อันดับแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิม (Non-OIC) ได้แก่

อันดับ

อันดับรวมทั้งหมดจากการสำรวจทั่วโลก

แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิม

ผลคะแนน

1

6

สิงคโปร์

66.2

2

16

ไทย

56.1

3

22

สหราชอาณาจักร

53.8

4

25

ญี่ปุ่น

51.4

5

27

ไต้หวัน

49.6

5

27

ฮ่องกง

49.6

7

32

อาฟริกาใต้

47.7

8

35

เยอรมัน

45.7

9

36

ฝรั่งเศส

45.2

10

37

ออสเตรเลีย

44.7

 

ท่องเที่ยว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.