10,712
VIEWS

เผยทุกความลับ Key Success Story ของ บุพเพสันนิวาส กับ หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์

May 09, 2018 S.Worapol

ละครจบ แต่เราไม่จบ เพราะบุพเพสันนิวาส นับว่าเป็นกรณีศึกษาทางการตลาดที่ค่อนข้างน่าสนใจในหลายๆ มิติ ทั้งเรื่องของวิธีคิดในการทำละคร การผลิตคอนเทนต์ประเภทละครบนแพลตฟอร์มทีวี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค

โอกาสนี้ทีมงานจึงได้ติดต่อเพื่อพูดคุยกับ พี่หน่อง อรุโณชา ภาณุ กรรมการผู้จัดการบริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น เกี่ยวกับวิธีคิด แนวทางการจัดทำละคร รวมถึง Key Success Story ของละครแห่งชาติยอดฮิต บุพเพสันนิวาส

จะเข้มข้นแค่ไหน ลองตามกันดูนะครับ

Q: วิธีคิดในการผลิตละคร เราจะดีไซน์ละครยังไงที่จะให้ผู้ชมมีประสบการณ์ร่วมไปกับละคร

A: ในการเลือกทำละคร เราจะคำนึงถึงความหลากหลายก่อน เนื่องจากบรอดคาซท์จะทำละครหลายแนว แต่ละแนวต้องสร้างจุดเด่นและความแตกต่างของแต่ละแนวให้ชัดเจน แต่ละแนวจริงๆ ก็ทำยากหมดนะคะ

สำหรับบุพเพสันนิวาสเป็นเรื่องที่พี่หน่องและผู้กำกับบอกว่า ยากเป็นหลายเท่าของละครปกติ เพราะเวลาเราจะทำละครแนวสมัยใหม่ เราก็จะดีไซน์ประวัติศาสตร์ให้มันสวยงามหรือเข้ากับเนื้อเรื่อง บางครั้งฉากที่เดียวกันแหละ อยู่ที่การตกแต่งว่าจะทำอย่างไรให้เข้ากับ Story ของเรื่อง

เนื่องจากฉากบุพเพสันนิวาสเป็นอะไรที่ต้องจิตนาการแล้วก็สร้างไปตาม อย่างฉากย้อนยุคตามประวัติศาสตร์ต้องสร้างขึ้นแล้วก็จิตนาการตาม

ถ้าเกิดฉากวังหรือวัดก็ตาม ถ้าในยุคสมัยโบราณก็คงต้องใหม่ไม่ใช่เก่าตามประวัติศาสตร์ เพราะเรากำลังพูดถึงวันเก่าในวันที่ยังใหม่

ตัวละครอย่างการะเกดจะเดินไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะทางบก ทางน้ำ ทางเรือ เป็นสิ่งที่เราสร้างใหม่ทั้งหมดเลย นี่คือความยากหลายๆ เท่าของละครปกติ

กว่าจะตัดสินใจที่จะทำเรื่องนี้มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องแก้โจทย์ทุกๆ อย่าง ที่เราทำแล้วมันยากกว่าธรรมดา เช่น การหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทั้งหลาย

อย่างที่ดูจากเบื้องหลัง ในการทำฉากมีการสเกตช์แบบที่เราทำงานกันค่อนข้างหนัก

Q: การทำงานคือ อิงจากรูปแบบที่อยู่ในประวัติศาสตร์จริงๆ เลยใช่ไหม

A: ใช่ค่ะ จริงๆ ทุกอย่างมันมีเรื่องราว ต้นแบบของภาพแบบโบราณอยู่ เราก็เอามาสเกตช์แล้วก็ทำให้ใกล้กับของจริงมากที่สุด

Q: ความยากง่าย ของการทำงานตรงนี้คืออะไร

A: ขั้นตอนเยอะมากเลย เอาเฉพาะงานพรีโปรดักชั่น หรือเอาตั้งแต่งานคุณรอมแพงเขียน หรือว่าอาจารย์แดง ศาลายา จนมาถึงขึ้นตอนหลายขั้นตอนมากในการรีเสิร์ชข้อมูล

ในทุกขั้นตอนตั้งแต่ผู้ประพันธ์ในการที่จะทำนิยายแนวที่อิงประวัติศาสตร์ เรื่องข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็ต้องอ่านข้อมูลจนกระทั่งเข้าใจแล้วก็นำมาเขียน เช่นเดียวกันหลังจากมีนิยายแล้วอาจารย์แดง ศาลายาซึ่งเป็นผู้ทีทำบทโทรทัศน์ต้องบอกว่าเป็นมือวางอันดับ 1 ของประเทศ

อาจารย์เองก็ยังเขียนไม่ได้ ต้องมาอ่านให้เข้าใจก่อนว่า บริบทของวิถีชีวิตชาวอยุธยายุคนั้นเป็นอย่างไร การพูด การใช้ชีวิต อาหาร ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม การเมือง รวมถึงพงศาวดาร เนื้อเรื่องของประวัติศาสตร์ในช่วงนั้น

เนื่องจากว่า ละครบุพเพสันนิวาสในความยากส่วนหนึ่งเป็นตัวละครที่คุณรอมแพงสร้างขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นตัวละครที่มีจริงในประวัตศาสตร์ แล้วก็ทุกอย่างผ่านการรีเสิร์ชในข้อมูลจริงๆ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่อาจารย์แดงเขียน เป็นเหตุการณ์ที่เขียนไว้ในประวัติศาสตร์จริงๆ เพียงแต่มาเพิ่มเติมให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น นี่คือขั้นตอนในส่วนของการตั้งแต่บทประพันธ์ บทโทรทัศน์

พอมาถึงขั้นตอนของการผลิต ผู้กำกับการแสดง ทีมงานทุกคน ตั้งแต่ทีมงานโปรดักชั่นก็จะประกอบไปด้วย ฝ่ายศิลป์ ออกแบบฉาก เสื้อผ้า หน้าผม รวมทั้งองค์ประกอบศิลป์ทุกอย่าง ในที่นี้หมายถึงว่าการตกแต่งฉาก แต่พอเราถ่ายจริงมันยังมีรายละเอียดที่ลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ ฝอยทอง มะม่วงน้ำปลาหวาน หมูโสร่ง

ทุกคนจะต้องดีไซน์แล้วก็คิดตามในบทที่อาจารย์เขียนมา เพราะฉะนั้นการเตรียมงานมีความยุ่งยากมาก

ความยากอีกระดับนึง ก็คือ จำนวนฉากเรื่องนี้มหาศาลมาก หนึ่งซีนก็คือ ออกแบบมาทั้งหมดเลย แล้วก็ถ่ายวันเดียวจบ เราจะเห็นว่ามีฉากมากมาย ซึ่งเรามีซีจีชนิดที่ว่านับไม่ได้เลย มันเยอะมาก เราก็อยากให้มันสวยงาม

Q: ปกติหนัง ละคร 1 เรื่องใช้เวลาในการเตรียมการประมาณกี่เดือน

A: จริงๆ ทุกเรื่องของที่นี่นานหมดนะคะ แต่เรื่องนี้นานมาก การถ่ายทำเกือบ 2 ปี แต่เตรียมงานก็อีกเป็นปี เขียนบทอีก 2 ปี อาจารย์แดงเขียนบท 2 ปี กว่าที่จะเห็นมาออกอากาศไม่ถึง 2 เดือนทำงาน 4-5 ปีผ่านมาแล้ว

Q: ในมุมของผู้จัดคิดว่าผู้ชมได้อะไรจากละครเรื่องนี้บ้าง

A: ในตอนที่เราเช็คเทป เราก็รู้สึกว่าเวลาตัดต่อละครทุกเรื่องเราต้องเช็คงานเช็คโปรดักชั่น ที่จะออกอากาศให้มีความสมบูรณ์ในเรื่องขององค์ประกอบหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบทที่มาถึงผู้กำกับแล้ว ทีมงานทำการบ้านเป็นอย่างดี มีการทำโปรดักชั่นที่ค่อนข้างจะละเอียดมาก ในการเตรียมข้าวของทุกอย่างที่จะเข้าฉาก

พอวันถ่ายทำจริง บทดีอยู่แล้วแต่ผู้กำกับก็ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากบทอีก

สมมติพี่ยกตัวอย่างเรื่องของฉาก สมเด็จพระนารายณ์ บทก็จะเขียนว่า การะเกดเล่าถึงว่า วันนี้เป็นวันที่สมเด็จพระนารายณ์รับพระราชสาส์นจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

แต่พอตีความจากบทโทรทัศน์มาเป็นการทำงาน เพียงแค่บรรทัดเดียวขอเสมือนจริงเลย

เอาภาพในประวัติศาสตร์มาตั้ง แล้วก็ดีไซน์การจัดวางคนเข้าเฝ้า ภาพต่างๆ แม้กระทั่งแป้นไม้ที่จะวางพระราชสาสน์ที่จะยื่นขึ้นไป ก็คือว่า การทำงานก็เตรียมการจากบรรทัดเดียวเป็นสิ่งที่เห็นในละครแล้วก็ตั้งไว้ จากนั้นทำให้เหมือนกับภาพซึ่งนักแสดงทุกคนบอกว่าฉากนี้ขลังมาก แล้วก็ไม่รู้สึกว่าเหมือนเล่นละคร แต่รู้สึกเหมือนเป็นเหตุการณ์จริง รู้สึกว่าเหมือนอยู่อยุธยาจริงๆ แล้วก็ภาพที่ออกอากาศก็ซ้อนภาพไปกับภาพวาด แสดงให้เห็นถึงความใกล้เคียงมากที่สุด

อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อาจารย์แดงเองก็คาดไม่ถึงว่าทางผู้กำกับหรือทีมงานเราจะเห็นบรรทัดนี้ แล้วสามารถที่คิดต่อได้ขนาดนี้

น่าจะทุกขั้นตอนที่ออกมาเป็นบุพเพสันนิวาส พี่ว่ามันก็เสริมกันให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น จนมาถึงขั้นที่เราทำเพลงประกอบต่างๆ จะเห็นว่าเพลงเองก็มีความเป็นไทยอย่างมาก แล้วเป็นไทยสมัยอยุธยาด้วย ออเจ้าเอย กับเธอหนอเธอ ก็คือเป็นเหมือนเพลงในอยุธยา

เวลานี้น่าจะพูดได้ว่ามันเป็นปรากฏการณ์ของละครที่ยังไม่เคยปรากฏขึ้นถึงขนาดนี้ ที่สามารถจะสร้างกระแสได้เพียงในวันแรก

ถามว่าทำไมถึงสร้างกระแสได้ พี่ว่าเป็นละครที่มหัศจรรย์สำหรับพี่ เพราะว่าเป็นละครที่สามารถตรึงผู้ชมได้ค่อนข้างทุกเพศทุกวัย มีทั้งวัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน แล้วผู้ชายที่ไม่ค่อยได้ดูละครก็ดูเรื่องนี้ ดึงเอาคนที่ไม่เคยดูละครเลยมาดู แล้วก็คนที่ดูละครแล้วเลิกดูไปแล้วก็กลับมาดู แม้กระทั่งเด็กเองก็ชอบการะเกด

เรื่องที่เรากังวลเหมือนกันว่า การนำเสนอความรู้ไปแล้วจะได้รับความสนใจไหมในเชิงประวัติศาสตร์ จะเห็นว่าอธิบายเรื่องผ้าก็อธิบาย อธิบายเรื่องอาหาร อธิบายเรื่องของการเข้าเฝ้าว่าผ้าที่ใช้เข้าเฝ้าเป็นแบบนี้ หรือว่าอธิบายที่มาของทองหยิบทองหยอด ตกไปในถ้วยเป็นทองหยิบอะไรอย่างนี้ ทองแพก็กลายเป็นฝอยทองอะไรอย่างนี้

ตรงนี้สิ่งที่เราสอดแทรกเข้าไป เราก็มีความกังวลว่ามากน้อยเกินไปจะทำให้คนดูเบื่อหรือเปล่า กลับเป็นว่าจริงๆ แล้วผู้ชมอยากให้มีตรงนี้โดยที่สอดแทรกเข้าไป เราเองก็ต้องรอผลว่าเมื่อละครออกอากาศแล้วผลจะเป็นยังไง

ปรากฏว่าผลตอบรับ คือ นอกเหนือจากความบันเทิงแล้ว คนดูอยากได้รับความรู้ที่สอดแทรกไปในละคร แต่สิ่งที่ไม่เคยปรากฏตลอดกาลเลยก็คือว่า ประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

Q: เหมือนกับละครเรื่องนี้เป็นเครื่องพิสูจน์อะไรบางอย่าง

A: ในโลกของปัจจุบันเรามักได้ยินคำพูดว่า สื่อทีวีจะตายไปแล้ว คนจะมาสนใจออนไลน์ แต่เรื่องนี้มันพิสูจน์ว่าทีวีก็อยู่ได้ ออนไลน์ก็อยู่ได้ เหมือนกับทุกคนพร้อมใจกันสามัคคีร่วมกันและแสดงถึงจุดแข็งของทีวี

ทีวีจุดแข็ง คือ การเข้าถึงทุกบ้านเพราะว่าทุกบ้านก็มีทีวี แต่ดูทีวีอย่างไร ดูทีวีพร้อมกับโซเชียล พร้อมกับออนไลน์ ระหว่างที่ทีวีขึ้น เราจะเห็นว่าทวิตเตอร์หรืออะไรก็ตามที่มีการแชร์เรื่องประวัติศาสตร์ช่วงนี้ก็จะมีการแชร์กันอย่างมากมาย

ประวัติของสมเด็จพระนารายณ์ ประวัติของพระเพทราชา ประวัติของหลวงสรศักดิ์ แม้กระทั่งพระเอกอย่างหมื่นสุนทรเทวาก็เทียบเลยว่าหน้าจริงท่านเป็นยังไง แล้วในตัวละครที่เล่นเป็นใคร ในทุกแง่ ทุกมุม

หรือเครื่องกรองน้ำที่แม่การะเกดทำ ก็มีการแชร์ขึ้นมาเลยว่า เครื่องกรองน้ำในสมัยอยุธยา หน้าตาเป็นแบบนี้ เหมือนบุพเพสันนิวาสเป็นตัวกระตุ้นอะไรบางอย่าง ซึ่งจริงๆ เขาก็สนใจอยู่แล้วแหละ แต่วันนี้มันทำให้ทุกคนสนใจพร้อมกันทั้งประเทศในทุกแง่ทุกมุม

อย่างฉากตอนที่พระเอกพายเรือก็บอกว่าวัดไชยวัฒนารามสวยจังเลย จากนั้นมาวัดไชยวัฒนารามก็มียอดของนักท่องเที่ยวจากพันนึง นาทีนี้ขึ้นเป็นหลักหมื่น  จีดีพีของอยุธยาขึ้นเป็น 33% จีดีพีประเทศขึ้น 2% นี่คือที่เกิดขึ้น อยุธยาก็ยังเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในเชิงบวกทุกอย่าง ในการท่องเที่ยว ในเรื่องของอาหาร ในเรื่องของการแต่งชุดไทยไปถ่ายรูปจนทำให้กระแสของผ้าไทยซื้อหมดตลาด สไบหาซื้อไม่ได้ เครื่องประดับแบบขายดี

ซึ่งกระแสตรงนี้เราก็ดีใจแล้วประกอบกับช่วงอุ่นไอรักก็เป็นช่วงที่ต่อกันพอดีให้ประชาชนแต่งชุดไทยไปอุ่นไอรัก แล้วพอดีละครก็เข้ามา ทุกอย่างมันก็ดึงกระแสความนิยมไทยกลับมา

การที่ผู้ชมรักและชื่นชอบตัวละครทุกตัวในบุพเพสันนิวาส ซึ่งไม่เคยปรากฏเป็นละครที่ทำให้คนจำชื่อตัวละครได้ทั้งเรื่อง   อีปริก อีผิน อีแย้ม อีจวง ไอ้จ้อย หรือไก่ก็ดัง แล้วก็ยศของพี่หมื่นในแต่ล่ะช่วงคนก็จำได้ โกษาเหล็ก โกษาปาน ขุนหลวงพระนารายณ์

ทุกคนให้ความสนใจแล้วก็จดจำได้ แม้กระทั่งฉากพายเรือ ที่มีเรือแล่นผ่านมาแล้วมีผู้หญิงสูงศักดิ์เปิดผ้าม่าน คนก็ทักเลยว่าเป็นใคร มาจากไหน น่าจะเป็นใคร แล้วก็มีคำถามมาหาเราว่าใคร น่าจะใช่พระองค์นี้หรือเปล่า พระขนิษฐาของสมเด็จพระนารายณ์ กรมหลวงโยธาทิพ

คือเหมือนกับในสังคมของเรามีผู้รู้อยู่แล้ว แต่ที่เราไม่รู้ว่าใคร คือไม่เคยปรากฏแต่ตัวละครเรื่องนี้ ทำให้คนทุกสาขามาปรากฏตัวแล้วก็ขยายความรู้ต่อเนื่องกัน สมัยอยุธยาตอนกลางขึ้นไปเป็นสมัยที่รุ่งเรืองมากยุคของสมเด็จพระนารายณ์ ทำให้ในเดือนกว่าๆ ประชาชนชาวไทยตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่หันมาสนใจประวัติศาสตร์และเข้าใจประวัติศาสตร์ในช่วงนี้

หลายคนจะบอกว่าเรียนมาแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจจนกระทั่งพระเพทราชามีการโต้เถียงกับสมเด็จพระนารายณ์แล้วบอก ลึกซึ้งมากพระมหากษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ต้องเจอกับการแก้ไขปัญหาทางการทูต ทางต่างประเทศ ทางการค้า ทุกคนบอกเข้าใจมากขึ้น

Q: ในแต่ละตอนจะมีเรื่องเด่นๆ ที่ต้องการจะสื่อ เหมือนเป็น Key Message ของตอนนั้นๆ นี่คือความตั้งใจของผู้จัด 

A: คือว่าเรามีความกังวลหลายอย่างในการทำละครย้อนยุค ทีนี้ละครเรื่องนี้คำศัพท์โบราณเยอะจริงๆ แล้วใน 1 ตอน มีคำศัพท์เยอะมากเลยที่มันเป็นโบราณ บางอันก็เข้าใจได้ในไดอะล็อกที่พูดกัน มันสื่อแล้ว อ๋อ ไม่ต้องแปล

แต่บางอันอย่าง อึตตะบือนัง เราคิดว่าควรจะต้องแปล ออเจ้า ควรจะอธิบาย เราก็เลยให้ละครเราออกอากาศ 15 ม้วน 15 ม้วนเราก็เลยเลือกคำศัพท์มาตอนละคำ ม้วนละ 1 คำ ที่จะมาอธิบายจริงๆ

Q: นอกเหนือจากเรื่องนี้มันมีเรื่องอื่นไหมครับที่เราเตรียมแผนไว้ที่จะทำให้ละครเรื่องนี้มันติดกระแส

A: คำว่าแผนเนี่ยมันมาโดยอัตโนมัติ เช่น พี่เช็คแล้ว พี่จะคิดถึงผู้ชมว่า ผู้ชมจะไม่เข้าใจอะไร ถ้าคิดว่าผู้ชมจะไม่เข้าใจคำศัพท์ เราก็จะมีคำตอบอธิบายให้ แต่ในกรณีที่เรากังวลว่ามันยากไปไหม เราก็เลือกคำที่มันน่าจะเข้าใจยากมาทำเป็นคำอธิบายเชิงสนุกสนานในการพูดกับแฟนละคร

Q: เป็นวิธีคิดของผู้จัดละครในยุคนี้ที่ต้องแพลนเรื่องราวต่างๆ มากกว่าการผลิตละคร

A: ใช่ๆ แค่คือไม่ได้เเพลนล่วงหน้า ทำก่อนออกอากาศไม่นาน เพราะว่าเราเช็คเทปก็จะเข้าใจได้ว่า ตอนนี้มันจะเข้าใจยากมั้ยเลย ตรงนี้น่าจะทำให้มันเข้าใจได้ดีขึ้น แล้วก็เป็นเหมือนประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งด้วย เพราะว่าไม่เคยมีคนเคยทำนะคะ เหมือนภาษาไทยวันละคำที่เข้าใจยาก แล้วเราอยากให้เด็กสมัยใหม่เข้าใจด้วย

Q : เป็นความพยายามในการสร้างกิจกรรมไปพร้อมๆ กับการออนแอร์ของละคร

A: ส่วนหนึ่งที่ละครเรื่องนี้มันสามารถสร้างอารมณ์ร่วมได้มากเป็นเพราะว่าในเนื้อหาของละครเนี่ยในตัวคนยุคปัจจุบันเนี่ยเข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์ เหมือนเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่เราก็รู้สึกว่าซีนพวกนี้มันก็อยู่รอบๆ ตัวเรา อยู่ใกล้ๆ ตัวอยู่แล้วก็เลยทำให้รู้สึกอินมาก

Q: มีองค์ประกอบอะไรบ้างที่ทำให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ

A: การที่ละครเรื่องหนึ่งจะประสบความสำเร็จ อันแรกก็คือได้เรื่องที่ดี บุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 ของเรื่องที่คนอยากชมเป็นละคร

เป็นเรื่องที่มีความฉีกแนวโดยนำตัวละครยุคสมัยพระนารายณ์มหาราชเข้ามาแสดงเป็นครั้งแรกของละครโทรทัศน์ ที่นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยพระนารายณ์ ซึ่งเป็นยุคที่มีการบันทึกไว้มากที่สุดเพราะว่ามีต่างชาติเข้ามาจดบันทึกมากมาย มีการวาดภาพต่างๆ ก็เลยเป็นสิ่งที่ผู้เขียนคุณรอมแพงที่จบวรรณคดี สามารถจะเอาอะไรมาอ้างอิงในการเขียนได้เยอะนี่คือจุดแรก

จุดที่ 2 ก็คือ การถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ มาเป็นบทโทรทัศน์อาจารย์แดงถ่ายทอดได้อย่างเข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก ทุกช่วงทุกตอนไม่มีอะไรที่ดูแล้วไม่เข้าใจ ทุกอย่างจะมีคำอธิบายแล้วก็การดำเนินเรื่องที่น่าติดตามอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรื่อง

นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนบทปกติยังไม่สามารถทำได้ขนาดนี้

สามเนี่ยผู้กำกับการแสดงเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำบทโทรทัศน์ มาถ่ายทอดเป็นงานโปรดักชั่น ผู้กำกับสามารถที่จะควบคุมงานโปรดักชั่น เออ ตั้งแต่วันถ่ายทำ องค์ประกอบในทุกๆ ด้าน องค์ประกอบเสียง การตกแต่งฉาก การจัดแสง องค์ประกอบที่ทำให้ละครออกมาดี เพราะว่าทุกตัวละครมันกลมกลืนไปได้ทั้งทีม

อันสุดท้ายที่สำคัญที่บอกว่าทำไมละครถึงแบบว่าดึงใจผู้ชมได้ขนาดนี้ ขั้นตอนสุดท้ายก็คือเรื่องของการโพสต์โปรดักชั่นประกอบไปด้วยเพลง ถามว่าเพลงเรื่องนี้ 4 เพลงนี่ติดชาร์ตอันดับ 1 ทุกเพลง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพลงไทยเดิมแต่ปรากฏว่ามันไปโดนใจกับคนไทยทั้งประเทศ อีกเรื่องก็คือ ซีจีทั้งเรื่องเลย ที่เน้นความสวยงามมาก ให้สอดคล้องสมจริงกับเรื่องราวต่างๆ ที่เราอยากนำความงดงามของสมัยก่อนมาให้เห็น

Q: บางอย่างเหมือนกับมันเพิ่งงอกออกมา หลังจากที่ละครติดกระแส ไม่ได้อยู่ในแพลนตอนแรก

A: ใช่ ไม่อยู่ในแพลนตอนแรก ไม่มีอะไรอยู่ในแพลนตอนแรกเลย คือตอนแรกละครเรื่องนี้ไม่มีใครคาดหวังเลย เพราะว่าละครเข้ามาแบบโปรโมทน้อยมาก ตอนที่บุพเพสันนิวาสเริ่มทุกคนบอก โห ทำไมโปรโมทน้อยมากเลย โปรโมทประมาณอาทิตย์เดียวก่อนเริ่มเท่านั้นเอง จากตอนแรกก็เรตติ้งสามกว่า

Q: อย่างช่วงตอนแรก 2 ตอนแรกเรารู้เลยไหมว่ามันประสบความสำเร็จแน่นอน

A: ตอนแรกมากระแสทวิตเตอร์ขึ้นล้านตั้งแต่วันแรกเลยนะ

Q: เครียด หรือดีใจมากกว่ากัน

A: เครียดมาก เพราะตอนนั้นละครยังตัดไม่เสร็จ ละครออกอากาศไป ตัดต่อไป ยิ่งละครเป็นเรื่องที่ละเอียดมาก ทุกอย่างต้องด้อยไม่ได้เลยแม้แต่นิดนึง ความสนุกที่ทำไว้ในตอนที่ 1-2 ต้องรักษาระดับ

Q: มีช่วงไหนที่เราต้องไปทำตัดต่อถ่ายเพิ่มเพื่อที่จะมารับกระแส

A: เราไม่มีการตัดเพิ่มมีแต่ตัดออกจนถูกต่อว่าว่าทำไมกระชับขนาดนี้ คือเนื่องจากความดีของละครที่เริ่มมาแล้วดีเราไม่สามารถทำให้ละครเรายืดได้เลย จริงๆ ทำมาดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่ารายละเอียดในอรรถรสต่างๆ เช่น เรื่องมะม่วงน้ำปลาหวานจริงๆ แล้วยาวกว่านั้น จริงๆ จับกุ้งสนุกมากเลย เราก็ทำให้มันสั้นลง เพราะเรากลัวว่าคนดูจะหาว่าเรายื้อไหม แต่ปรากฏทุกคนบ่นว่ามันสั้นไป

ซีนปัญหาใหญ่ของเราคือตอนจบ เนื่องจากละครถูกกำหนดให้จบวันที่ 11 เมษา แต่เนื้อละครแล้วจริงๆ เกินมาอีกสามสิบกว่านาที ที่สนุกด้วย เราก็เลยขอช่องว่าเราขอเดินมาอีกสิบนาที ละครตอนจบยาวกว่าละครปกติอีกสิบนาที จะเห็นว่าวันนั้นสีสันบันเทิงได้หายไป ละครจะเข้าเร็วเพราะว่าถ้าเราไม่เข้าเร็วละครยิ่งถูกตัดสั้นเข้าไปใหญ่เลยยิ่งดูไม่รู้เรื่อง เราก็เลยจำเป็นต้องให้มันจบตรงนี้แหละแล้วก็เนื้อที่หายไป

Q: ละครสามารถไปรื้อผังใหญ่ของช่องได้ขอเปลี่ยนเวลาได้ แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยไหม

A: ไม่เคยปรากฏ เราคุยกับทางช่องว่าเหตุการณ์มันสำคัญมากไม่สามารถยกออกได้เลย เพราะว่านี่คือการจบเรื่อง แล้วถ้าสมมติว่าเป็นไปตามเวลา พระนารายณ์ก็จะไม่เห็น พระปีย์ก็จะไม่เห็น แล้วเป็นการปิดตัวละครสำคัญทั้งหมดเลย

จริงๆ ละครเรายาวมากแต่ทุกคนรู้สึกว่าละครเราสั้นเพราะว่าความสนุกทำให้รู้สึกว่ามันเร็ว อีกหนึ่งเหตุผลคือเรากลัวว่ามันจะยาวแต่ตอนนี้กลับกันหมดเลยมันเป็นสิ่งที่มันกลับกับละครปกติ ละครปกติจะถูกบ่นว่าละครอืด ยืดเยื้อ ควรจะไปทำให้สั้น แต่ละครเรื่องนี้ ถูกบ่นว่าเร็วไป ไปทำให้ขยายให้เกิดอรรถรสมากขึ้น อรรถรสตรงนี้ควรจะมีมากนะไปเอากลับมา

เราไม่เคยเจอเลยแบบนี้ในการทำละครตลอดชีวิตของเรา ที่คนดูอยากให้ขยายเพิ่ม เท่าที่ประสบการณ์นิวเอ็กซ์พีเรียนซ์ของ  ผู้จัด ก็คือ มีแต่ทุกคนบอกว่ามันยาวไปนะ ให้ไปตัดแต่เรื่องนี้กลับกันทุกอย่างเลย

Q: อย่างพี่หน่องมองเรื่องของความพร้อมในเรื่องของสถานีด้วยไหมครับ ในเรื่องของการที่มีแพลตฟอร์มออนไลน์มารองรับในช่วงนั้นพอดี คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จด้วยไหม

A: พี่คิดว่าการที่มีตรงนั้นก็ต้องมีการรองรับอยู่แล้ว กรณีที่คนดูอยากดูซ้ำ แต่การที่มียอดคนดูเกินยอดประชากรไปเกือบ 200 ล้านวิว ณ วันนี้ แปลว่าคนดู ดูซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

Q: คิดว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมการผลิตละครยังไงบ้าง

A: น่าจะเป็นเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจ  คือว่า มันก็ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน ผู้จัดในวงการละครท่านก็เก่งกันทุกท่านอยู่แล้ว แต่บุพเพสันนิวาสน่าจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ให้เห็นว่า ละครแนวนี้ก็ลุกขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยปรากฏ เพราะฉะนั้นน่าจะสร้างแรงบันดาลใจของผู้ผลิตในหลายหลายด้านที่อยากจะทำอะไรที่แปลกใหม่ขึ้นมา พี่มองว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นอีกก็ได้ที่จะปรากฏขึ้นมาหลังจากนี้

Q: แล้วในมุมของเราคิดว่ามันจะเป็นความท้าทายของตัวเองมั้ย

A: ใช่ ครั้งต่อไปมันจะต้อง...แบบว่าหนักใจมาก เพราะว่าละครบางทีมันแตกต่างกัน แต่ละครเรื่องใหม่เราจะไม่มีเวลามากขนาดนี้ รูปแบบละครมันมีหลากหลายแนว บุพเพสันนิวาสเรียกว่าแนวรักโรแมนติกอิงประวัติศาสตร์ การทำงานครั้งต่อๆ ไป ก็จะต้องมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น

Q: บทเรียนจากการทำงานครั้งนี้สามารถที่จะเอาไปใช้กับละครในรูปแบบอื่น หรือว่าวิธีการทำงานในแบบอื่นๆ ได้มากน้อยขนาดไหน

A: ได้ เพราะว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างพิสูจน์หลายๆ อย่างว่า ถ้ามีความตั้งใจในการทำงานทุกๆ ขั้นตอน พี่ว่าการทำงานที่เราต้องเคารพผู้ชม เราตั้งใจทำดีที่สุดให้ผู้ชมจริงๆ ในทุกขั้นตอน ผู้ชมก็มองเห็นถึงความตั้งใจนั้นในละครเรื่องนี้ ความตั้งใจที่เขาเห็นก็คือเขามองว่าชอบมาก อันนี้ชอบเหลือเกิน รักตรงนี้ มันทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำคนดูรับได้ด้วยความรู้สึก แล้วก็ทำให้เขารักตัวละคร แล้วก็ทำให้เกิดการติดตามชม

Q: สุดท้ายแล้วพี่หน่องมองว่าความสำคัญของการสร้างแบรนด์ให้กับละคร มีความสำคัญขนาดไหน และจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร

A: สำคัญที่สุดเลยค่ะ การทำละครก็เหมือนกับการทำธุรกิจ เนื้อเรื่องเหมือนกันแต่วิธีการนำเสนอแตกต่างกัน อย่างที่บอกเป็นเรื่องยากทั้งหมดเลยแต่ผู้เขียนทำให้มันเข้าใจง่ายและดูง่าย ก็คือว่าทำอะไรก็ตามอย่าให้คนเข้าใจยาก อย่าให้คนดูไม่รู้เรื่อง แต่สามารถสร้างความน่าติดตามได้ตลอดการชมทั้งสิบเบรก แต่ล่ะเบรกที่คาดเดาไม่ได้ แปลว่าวิธีการนำเสนอความต่อเนื่องในการทำให้ผู้ชมติดตามประสบความสำเร็จ

ภาพ : วิจักษณ์ สุขเจริญ

Entertainment

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.