52,210
VIEWS

บทพิสูจน์ AIS ผู้นำด้านนวัตกรรม เปิดให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์รายแรกในไทย ครอบคลุมทั่วประเทศ

May 11, 2018 -None-

ตลาด Telecom มีการแข่งขันอย่างดุเดือดอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ตอนนี้ Market Size โตจนทะลุเพดานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการรักษาไว้ซึ่งความเป็นผู้นำของเอไอเอส ต้องไม่หยุดอยู่แค่ให้บริการเครือข่ายที่ใช้บนมือถืออีกต่อไป แต่คือการมองหาโอกาสใหม่ๆ และช่องทางใหม่ๆ เพื่อนำศักยภาพเทคโนโลยีที่ตนเองมี มาช่วยสร้างประโยชน์ในภาพใหญ่ของประเทศมากขึ้น

AIS ได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ด้วยการนำเทคโนโลยี IoT ให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริงเป็นรายแรกของประเทศไทย ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายในรูปแบบ Ecosystem ผลักดันให้นวัตกรรม IoT เกิดขึ้น และมีการใช้งานจริงแล้วในเมืองไทยโดยมีภาครัฐและเอกชนให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการต่อเนื่อง เช่น ปตท., พร็อพเพอร์ตี้   เพอร์เฟค, โครตรอน กรุ๊ป, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น โดยได้มีการนำ IoT มาพัฒนาเป็นโซลูชั่นต่างๆ อาทิ Smart City, Smart Environment, Smart Machine, Smart Manufacturing ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ทั้งการใช้ชีวิตของคนในสังคม, ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นโครงการต้นแบบนวัตกรรม IoT ให้กับภาครัฐและภาคการศึกษา

ตัวอย่างการนำ IoT มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจของภาคธุรกิจต่างๆ

ภาคเอกชน  เช่น

บริษัท ปตท. นำเทคโนโลยี IoT มาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบระบบ Cathodic Protection เพื่อให้งานบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จากเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของท่อส่งก๊าซได้ตลอดเวลา และพร้อมส่งข้อมูลตรงจากท่อส่งก๊าซผ่านแอพพลิเคชั่นถึงมือวิศวกรที่ดูแลได้ทันที

 

บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค นำเครือข่าย NB-IoT จาก  AIS มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการสร้าง IoT Smart City ที่มีการใช้งานจริง ในโครงการ “Perfect Smart City เมืองอัจฉริยะที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ เช่น Mobike, Smart Lighting, Smart Tracking รวมถึงการนำ Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนา Home Application อีกด้วย โดยนำร่องให้บริการแล้วใน 15 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

 

โครตรอน กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ และเครื่องหยอดเหรียญประเภทต่างๆ พัฒนาโซลูชั่น Smart Coin Kiosk Machine เซ็นเซอร์วัดปริมาณเหรียญภายในเครื่อง ที่เชื่อมต่อเครือข่าย NB-IoT สามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็มจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศ แสดงผลผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถวางแผนการจัดเก็บเหรียญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการและสร้างมูลค่าให้กับการลงทุน โดยมีการใช้งานจริงแล้วใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

สถาบันการศึกษา เช่น

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโซลูชั่น Smart Environment Monitoring and Water Management มาสร้างระบบตรวจสภาพแวดล้อม และบริหารจัดการน้ำ โดยนำอุปกรณ์ NB-IoT Board และ NB IoT Sim ติดเข้ากับเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ เพื่อสามารถเรียกดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งกล่องดังกล่าวเพื่อใช้งานจริงแล้ว บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ และ จ. ภูเก็ต โดยส่งข้อมูลไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อคอยติดตามสภาพแวดล้อม และระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพื่อวางแผนป้องกันน้ำท่วมด้วย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พัฒนาโซลูชั่นการดูแลคุณภาพยา และเวชภัณฑ์ภายในคลังยา ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสามารถตรวจสอบ และควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานจริงแล้วภายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสุรนารี โดยมีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่มเติมให้สามารถส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของโรงพยาบาล และเภสัชกรสามารถเรียกดูได้ผ่าน Chat Application ได้ตลอดเวลา

มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโซลูชั่น Smart Trash Bin มาแก้ไขปัญหาขยะล้นถังก่อนถึงรอบเวลาจัดเก็บ เนื่องจากจุดต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะมีปริมาณขยะที่แตกต่างกันตามสถานที่ และช่วงเวลา โซลูชั่นนี้สามารถทำให้ตรวจสอบปริมาณขยะแต่ละถัง และกลิ่นขยะภายในถังได้ตลอดเวลา ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปจัดเก็บได้ทันทีก่อนที่ขยะเต็มถัง และสามารถใช้งานต่อเนื่องทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ การจัดเก็บ รวมถึงเป็นการดูแลทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยให้สะอาดสวยงามอีกด้วย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโซลูชั่น Smart City มาใช้บริเวณภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เช่น Smart Locker ล็อกเกอร์อัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี IoT ล่าสุดเข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่อาคาร หรือที่อยู่อาศัย, ระบบอ่านป้ายทะเบียน เพื่อควบคุมบุคคลเข้าออกสถานที่, Application พบหมอ และระบบควบคุมแสงสว่าง

ตลอดจนการสร้างเครือข่ายพันธมิตร AIAP เพื่อรองรับการพัฒนา IoT ในประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนใน IoT Ecosystem ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ผู้ให้บริการโซลูชั่นระดับโลก กลุ่มเมคเกอร์ และสตาร์ทอัพกว่า 400 ราย ยืนยันความมุ่งมั่น นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล IoT มายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยไปอีกขั้น รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาประเทศในยุค 4.0

เกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ขณะนี้ทุกภาคส่วนในบ้านเรากำลังตื่นตัวกับการนำ IoT (Internet of Things) เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งในระดับผู้บริโภค เช่น  Smart Home, Smart Parking หรือในระดับองค์กรและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ Smart Logistics, Smart City, Smart Farming, Smart Environment  ซึ่ง AIS เองได้เตรียมความพร้อม เพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาเครือข่ายจากเทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่าง NB-IoT  ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมแล้วทั่วไทย และ eMTC -  enhanced Machine-Type Communication  ที่สามารถใช้ควบคู่กับ NB-IoT  เพื่อนำคุณสมบัติมาเสริมซึ่งกันและกัน เช่น eMTC เหมาะกับการใช้งาน IoT แบบเคลื่อนที่ เช่น Connected Car รวมถึงสามารถรับ/ส่ง ข้อความเสียงในอุปกรณ์ IoT ยุคใหม่ๆ ได้ ในขณะที่ NB-IoT จะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานของอุปกรณ์และสามารถสื่อสารได้ในระยะไกล โดยเครือข่าย eMTC จะเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ไตรมาส 2 และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศได้ในไตรมาส 3 ปีนี้”

“เมื่อโครงข่ายมีความพร้อม และเราได้มีการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์จากทุกภาคส่วนผ่าน AIAP- AIS IoT Alliance Program ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ AIS สามารถให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรก โดยสามารถตอบโจทย์การสร้างนวัตกรรมขององค์กรต่างๆ ยกระดับการใช้ชีวิต และการบริหารจัดการในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เกรียงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานร่วมกับภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อทยอยนำ IoT เข้าไปเริ่มใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมงานคุณภาพของ AIS ที่สามารถผสมผสาน ออกแบบ พัฒนารูปแบบบริการที่ตอบโจทย์ สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างครบวงจร ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชาว AIS ที่สามารถร่วมผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม จนได้รับการยอมรับจาก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ที่ประกาศให้ AIS เป็น Thailand IoT Solutions Provider of the Year 2018 หรือ องค์กรที่มีความเป็นเลิศทางด้านบริการ IoT

วันนี้ AIS พร้อมแล้วที่จะให้บริการ IoT Platform เชิงพาณิชย์ อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่เครือข่าย, อุปกรณ์ และแพลตฟอร์ม ให้กับทุกภาคส่วน และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoT ไปใช้ในการทำงาน สนใจติดต่อได้ ที่ Corporate Call Center โทร.1149 หรือเว็บไซต์ http://business.ais.co.th/iot

นอกจาก AIS จะเป็นเบอร์ 1 ในตลาด Telecom และผู้นำในด้าน Digital Platform แล้ว การขยายการบริการ IoT Platform เชิงพาณิชย์ ก็จะเป็นอีกหนึ่ง Movement ทางการตลาด ที่จะตอกย้ำว่า AIS คือ ผู้นำด้านนวัตกรรมอย่างแท้จริง ซึ่งก็จะสะท้อนไปถึงเป้าหมายหลักของ AIS ในฐานะ Digital Life Service Provider ได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.