3,689
VIEWS

ดีแทคสู้ จับมือ ทีโอที นำคลื่น 2300 MHz เปิดให้บริการ 4G LTE-TDD

Apr 24, 2018 S.Worapol

บมจ.ทีโอที และ เทเลแอสเสท ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มดีแทค ไตรเน็ต พร้อมกับ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ได้ลงนามในสัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม และสัญญาการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศระบบ 2300 MHz อย่างเป็นทางการเรียบร้อย เพื่อเปิดให้บริการ 4G LTE-TDD คลื่น 2300 MHz บนแบนด์วิดท์ที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำของโลก เป็นประโยชน์ให้กับประเทศในการขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเท่าเทียมและทั่วถึงในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในการใช้งานดาต้าที่เติบโตรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนของ ทีโอทีด้วย

ภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีระยะเวลาถึงปี พ.ศ. 2568 บมจ.ทีโอที จะเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมจากเทเลแอสเสท ซึ่งเป็นบริษัทลูกของดีแทค ไตรเน็ต เพื่อนำมาสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับให้บริการไร้สายความเร็วสูง (Broadband Wireless Access, BWA) ทั้งบริการบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) และบริการบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งความจุโครงข่ายส่วนหนึ่ง (Capacity) ทีโอที ได้นำมาให้บริการตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้า และตอบสนองนโยบายของรัฐ และความจุโครงข่าย (Capacity) อีกส่วนหนึ่ง จะนำมาให้บริการแก่บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต ในรูปแบบของการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Roaming) โดย ทีโอที จะมีรายได้จากการให้บริการโรมมิ่งปีละประมาณ 4,510 ล้านบาท

 

มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า “จากแนวนโยบาย แผนการบริหารและมาตรการต่างๆ ของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่กำหนดให้คณะกรรมการ บมจ.ทีโอที กำกับดูแลให้ ทีโอที ดำเนินงานตามแผนพลิกฟื้นองค์กร ด้วยการจัดทำ “แผนดำเนินงานที่ใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” จนมาถึงวันนี้ได้นั้น ทีโอที ได้รับความอนุเคราะห์และความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน ทีโอที ขอขอบคุณ กสทช. ที่อนุญาตให้ ทีโอที ปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 MHz ที่ใช้งานอยู่เดิม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อนำมาให้บริการเสียง ข้อมูล และพหุสื่อ ภายใต้แผนการให้บริการไร้สายคลื่นความถี่ 2300 MHz และที่สำคัญ คือ ทีโอที ต้องขอขอบพระคุณสำนักงานอัยการสูงสุดที่กรุณาให้ข้อสังเกตและข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงร่างสัญญาจนสมบูรณ์เป็นอย่างดี”

จากผู้สนใจ 6 รายที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นพันธมิตรคู่ค้าบริการไร้สายคลื่นความถี่ 2300 MHz กลุ่มบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต เป็นผู้ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกมาอย่างโปร่งใส รัดกุม ทุกขั้นตอนโดยทีมงานที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการสรรหาคู่ค้าระดับโลก ซึ่งก็คือ บริษัท เดเทคอน และไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ ที่เริ่มกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2559 โดยกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการสรรหาคู่ค้าอย่างละเอียด ทั้งทางด้านเทคโนโลยี ผลงาน รวมถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา และตลอดจนผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ ทีโอที มั่นใจได้ว่า พันธมิตรคู่ค้าที่ผ่านการคัดเลือกจากที่ปรึกษาจะส่งเสริมการทำธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะบริการไร้สายของ ทีโอที ในระยะยาว และสร้างหลักประกันด้านการเงินให้กับ ทีโอที ได้เป็นอย่างดี

ลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ความร่วมมือกับทีโอทีนี้มีนัยสำคัญมากต่อการยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของคนไทยและการพัฒนาประเทศ เพราะเราได้นำคลื่น 2300 MHz ที่มีความกว้างที่สุดถึง 60 MHz มาเพิ่มคุณภาพบริการ และพลิกประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลของผู้บริโภคที่จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้น ลื่นขึ้นมากกว่าเดิม การนำคลื่น 2300 MHz มาเปิดให้บริการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยให้อยู่ในอันดับผู้นำของกลุ่มประเทศอาเซียน ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย และช่วยกระตุ้นกระบวนการการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัล”

“ดีแทคต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ทำให้การลงนามในสัญญานี้ประสบความสำเร็จ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คณะกรรมการ บมจ.ทีโอที และ กสทช. ทั้งนี้ ดีแทคมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้โอกาสร่วมมือกับทาง ทีโอที เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ดิจิทัล” นายลาร์ส กล่าว

จากการร่วมงานเตรียมการจัดทำร่างสัญญากับกลุ่มบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต มาเป็นระยะเวลาหนึ่งนั้น ทำให้ ทีโอที รู้สึกยินดีที่ได้ทำธุรกิจร่วมกับกลุ่มบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต ซึ่งมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการผลักดันประเทศสู่ดิจิทัล และยกระดับศักยภาพของสังคมไทย ด้วยความร่วมมือนี้ นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในเชิงธุรกิจทั้งกับ ทีโอที และกลุ่มบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต แล้ว ทีโอที มั่นใจว่า ด้วยศักยภาพขององค์กรที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถเป็นหน่วยงานหนึ่งในการดำเนินการตามแนวนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัยของประเทศทั้งโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และโครงข่ายบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาโอกาสใหม่ๆ ในการทำธุรกิจให้กับทุกภาคส่วน และในท้ายที่สุดนี้ ทีโอที และกลุ่มบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จะสามารถร่วมมือกันพัฒนาและนำเสนอบริการต่อยอดธุรกิจรูปแบบใหม่ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตดิจิทัล เพิ่มศักยภาพในการดำเนินภารกิจประจำวันให้ทั้งกับภาคประชาชน หน่วยงานของรัฐ และผู้ประกอบการเอกชนทั่วไป ส่งผลก่อให้เกิดประโยชน์มากมายต่อประเทศชาติในภาพรวม

 

คลื่นความถี่ไม่ยากกับความเข้าใจ ถ้าลองมองดูนึกภาพให้เหมือนถนนมีหลายช่องจราจร รถวิ่งสวนทางสองฝั่งถนนในจำนวนช่องทางเท่าๆ กัน แต่จะดีกว่าหรือไม่ เพราะช่วงเวลาแต่ละวันมีรถใช้งานสองฝั่งไม่เท่ากัน ตอนเช้าฝั่งเข้าเมืองรถมาก แต่ตอนเย็นเป็นฝั่งออกนอกเมืองเพราะคนกลับบ้าน คลื่นเองก็ต้องมีสองฝั่งทั้งรับและส่งดาต้านั่นเอง

2300 MHz ถนนขนาดใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนการจราจรได้ตามความเหมาะสม

คลื่น 2300 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่มีขนาดกว้างที่สุด คือมีขนาด 60MHz กว้างเป็นผืนเดียว ไม่มีการตัดแบ่งจากกัน ดังนั้นถ้านำมาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จะให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดและนี่คือครั้งแรกในประเทศไทยที่กำลังมีคลื่นใหม่ 2300 MHz มาเปิดให้บริการเร็วๆ นี้

จินตนาการเหมือนถนนขนาด 8 เลน ไม่ต้องแบ่งขาเข้า-ขาออก อย่างละครึ่ง แต่สามารถแบ่งได้ตามความต้องการ เช่น ตอนเช้าคนใช้รถเข้าเมืองมากกว่า เราจะแบ่งถนนขาเข้า 7 เลน และขาออกแค่ 1 เลน หรืออาจปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาเพื่อความสะดวกคล่องตัวและเหมาะสมกับการใช้งาน

คิดง่ายๆ ว่าถ้ายืนอยู่กลางย่านสยาม ที่มีคนจำนวนมหาศาล ทุกคนใช้งาน Facebook, YouTube หรือ Google พร้อมกัน หรือพูดง่ายๆ ถ้าทุกคนกำลังดู LIVE ผ่านสมาร์ทโฟน นั่นคือการใช้งานขา Downlink มากมายมหาศาลพร้อมกันจนคลื่นไม่พอ แต่ขา Uplink กลับมีพื้นที่เหลือไม่ค่อยมีคนใช้งาน แต่ถ้าปรับสลับกันโดยนำพื้นที่ที่เหลือของ Uplink มาใช้งานเพิ่มให้กับขา Downlink ด้วยล่ะ จะดีกว่าแน่นอน คอนเทนต์ทุกอย่างจะวิ่งลื่นขึ้น นี่คือ ผลลัพธ์ที่แตกต่างของการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 MHz แต่จะทำแบบนั้นได้ ต้องใช้งานบนเทคโนโลยีที่เรียกว่า 4G LTE-TDD

4G LTE - TDD เทคโนโลยีเพื่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

นี่คือเรื่องเทคนิคที่อาจจะมีความซับซ้อนอยู่บ้าง แต่สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก โดยเทคโนโลยีบนคลื่นความถี่ต่างๆ แบบเดิมคือ เทคโนโลยี FDD (Frequency Division Duplex) ใช้ให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 1800 และ 2100MHz เทคโนโลยีนี้เดิมถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการด้านเสียง (Voice) เป็นหลัก มีการแบ่งใช้งานคลื่นความถี่เป็นรับข้อมูล หรือ Downlink และ ส่งข้อมูล หรือ Uplink โดยต้องแบ่งเท่าๆ กัน เช่น คลื่นความถี่ 2100MHz ที่ให้บริการ 4G ในประเทศไทย หรือ เรียกว่า 4G LTE-FDD แบ่งเป็น Downlink 15MHz และ Uplink 15MHz เท่าๆ กันเป็นข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ไม่สามารถขยับคลื่นได้ ดังนั้นถ้าพื้นที่มีการรับข้อมูล Downlink ปริมาณมาก อินเทอร์เน็ตก็จะช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งาน Downlink จะใช้มากกว่า

จะดีกว่าหรือไม่ถ้าไม่ต้องโดนบังคับให้แบ่งคลื่นใช้งานแบบเดิม ถ้า Downlink ใช้งานมากกว่า Uplink เราจะให้สัดส่วนคลื่นทาง Downlink มีจำนวนมากกว่าเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่มากกว่า

สำหรับ TDD (Time Division Duplex) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยเฉพาะ ใช้งานทั้งรับและส่งข้อมูลบนคลื่นความถี่ผืนเดียวกัน ไม่ต้องแบ่งแบบ FDD หรือแบบคลื่นความถี่เดิม ถ้ายิ่งมาใช้ 4G LTE-TDD บนคลื่นความถี่ 2300 MHz ซึ่งกว้างที่สุดถึง 60 MHz จึงมีความยืดหยุ่นสูง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และปรับให้เข้าได้กับแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ไม่ใช่แค่มีถนนกว้าง 8 เลนเท่านั้น แต่สามารถปรับเปลี่ยนขาเข้า (รับข้อมูล) และขาออก (ส่งข้อมูล) ได้ตามความกว้างเหมาะสมกับการใช้งานจริง นี่คือ 4G LTE-TDD

กล่าวได้ว่า 4G LTE-TDD เป็นเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานทั่วไป รองรับการแข่งขันทางธุรกิจ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ต่อยอดไปสู่เทคโนโลยี 5G ในอนาคตอีกด้วย

เข้าใจพื้นฐานเทคโนโลยี เพื่อบริการที่ดีกว่า

ในฐานะผู้ใช้บริการ การเข้าใจในพื้นฐานทางเทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถเลือกใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล่าสุดคลื่นความถี่ 2300 ถูกนำออกมาใข้งานในประเทศไทยแล้ว โดยความร่วมมือระหว่างทีโอทีและดีแทค โดยมีสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในตลาดรองรับอยู่แล้ว โดยสมาร์ทโฟน 4G จำนวนประมาณ 70% รองรับการใช้งาน ซึ่งมีราคาเริ่มตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท

ความร่วมมือเพื่อพัฒนาและขยายบริการให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพดีขึ้น จะเปลี่ยนโฉมหน้าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศไทยให้แตกต่างไปจากเดิม และผู้ใช้บริการจะได้รับบริการที่ดีกว่าแน่นอน

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.