3,659
VIEWS

สูตรสำเร็จ “ลอรีอัลกรุ๊ป” เดินเกม Brand Portfolio อย่างไรให้โตกว่าตลาด 6 ปีซ้อน

Apr 17, 2018 S.Ammarit

เป็นที่รู้กันดีว่าอุตสาหกรรมความงามในไทยนั้นเติบโตขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 7% เป็นที่น่าสนใจว่าต่อให้มีผลกระทบทางการเมือง เศรษฐกิจ หรืออะไรก็ตาม แต่ตลาดความงามในไทยก็คงเติบโตอย่างไม่มีแววที่จะลดลง ตลาดความสวยความงามจึงถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจเพราะปัจจัยลบต่างๆ ไม่สามารถลดทอนอุปสงค์ของผู้บริโภคที่รักสวยรักงามได้เลย

การแข่งขันในตลาดนี้มีการแข่งขันที่สูง จากการเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กรายใหญ่ แต่ในทางกลับกันก็เป็นเค้กชิ้นใหญ่ที่หอมหวานที่ทุกคนพยายามจะแย่งชิง

แบรนด์ ลอรีอัล เป็นอีกหนึ่งบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก ที่ใช้กลยุทธ์การสร้าง Brand Portfolio ที่ครอบคลุมทุก Segment ของตลาดความงาม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ระดับ Mass ไปจนถึง Luxury ซึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็สามารถแตกยิบย่อยลงไปได้อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare), ผลิตภัณฑ์ผม (Hair), เครื่องสำอาง (Makeup), ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย (Hygiene), ไปจนถึง น้ำหอม (Fragrance) เป็นต้น

นาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจของลอรีอัลกรุ๊ป คือการส่งมอบ “ความงามสำหรับทุกคน” หรือ “Beauty For All” โดยมุ่งสร้างความงามให้เป็นสากลผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพให้ผู้บริโภคทุกเพศและตอบโจทย์ทุกความต้องการ เราเป็นผู้นำในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการรักษามาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงความล้ำหน้าด้านดิจิทัลที่เข้ามาช่วยเพิ่มคุณค่าและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคของเรา ปี 2560 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีหลากหลายช่องทางที่ให้บริการผู้บริโภคได้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น”

การส่งมอบ “ความงามสำหรับทุกคน” คือการสร้าง Brand Portfolio ที่ครอบคลุมทุก Segment แต่นอกเหนือจากการสร้าง Brand Portfolio แล้ว การปรับตัวของลอรีอัลเองให้เข้ากับยุคดิจิทัล ก็เป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือการนำดิจิทัลเข้ามาปรับใช้กับองค์กร ผลิตภัณฑ์ รวมถึงวิธีการทำการตลาดและการสื่อสาร

“เราได้เข้าซื้อบริษัทสตาร์ทอัพที่ทำเกี่ยวกับ AR และ VR โดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค เราตั้งใจและให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่โดยปราศจากขีดจำกัด”

ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ ลอรีอัล ประเทศไทย เช่น YSL – แบรนด์ Makeup Luxury ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด Maybelline – แบรนด์ Makeup เจาะตลาดกลุ่ม Mass  และผลิตภัณฑ์สกินแคร์ การ์นิเย่ ที่เป็นอันดับ 1 ในตลาด Mass และ Lancome Top Brand ในตลาด Luxury แบรนด์

นี่เป็นเพียงแบรนด์ในเครือเพียงไม่กี่แบรนด์ จากทั้งหมด 34 แบรนด์ในพอร์ทของ ลอรีอัล กรุ๊ป ซึ่งบริษัทฯมีมูลค่าตลาดอยู่อันดับที่ 64 ของโลก

จากการเติมเต็ม Brand Portfolio ของลอรีอัล ประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจ คือ

1. ทั้ง 34 แบรนด์ในพอร์ทของ ลอรีอัล กรุ๊ป นั้นครอบคลุมตั้งแต่ตลาดระดับ Mass – Luxury ครอบคลุมทุก Segment อีกทั้งยังมีหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่สามารถแตก Line Product ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

2. การสร้าง Storytelling ของแบรนด์ที่มีความแตกต่าง และโดดเด่นเฉพาะตัว จนทำให้กลายเป็นภาพจำสำหรับแบรนด์ระดับโลกได้

3. แน่นอนการที่มีหลายแบรนด์ในพอร์ท Supply Chain ทั้งหมดของ ลอรีอัล กรุ๊ป จะเกิด Economies of Scale นั่นหมายถึงการปั้นแบรนด์ใหม่ในเครือของ ลอรีอัล ต้นทุนถูกจะลงอย่างมาก ซึ่งความท้าทายต่อไปคือการสร้างแบรนด์ใหม่ กับกลุ่ม Segment ไหนที่จะมีศักยภาพในอนาคต การสร้างนวัตกรรมและประสบการณ์ใหม่ในตัวสินค้า บวกกับการสร้าง Storytelling ในมิติไหนที่ตลาดยังไม่มี

ทั้งหมดนี้ถือเป็นความได้เปรียบของลอรีอัล ประเทศไทย เพราะตลาดความงามของประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งในปี 2560 มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 7.8   โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยังครองส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุด ในขณะที่กลุ่มเครื่องสำอางเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตมากที่สุดในอุตสาหกรรม

แค่ความงามไม่พอ! ต้องสร้าง Experience ด้วย

นอกเหนือจากการพัฒนานวัตกรรมแล้ว การนำเสนอประสบการณ์ความงามที่หลากหลายก็เป็นส่วนสำคัญที่นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยล่าสุด นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ ได้เปิดตัว NYX Professional Makeup Flagship Store แห่งแรกในเอเชีย ที่ สยามสแควร์วัน ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ชื่นชอบการแต่งหน้าได้มาสัมผัสประสบการณ์การแต่งหน้าที่ผสมผสานนวัตกรรมดิจิทัล และ คีลส์ (Kiehl’s) ก็มีการเปิดตัวเซรั่มบำรุงผิวหน้า Apothecary Preparations ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกส่วนผสมเซรั่มให้ตรงกับปัญหาผิวเฉพาะด้านของลูกค้า

ทั้งหมดนี้คือการสร้างอาณาจักรความความของ ลอรีอัล ประเทศไทย ที่เดินเกมด้วย Brand Portfolio ที่สามารถต่อเติมแบรนด์ใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่อย่าลืมว่าความงามที่ดี คือการที่มีนวัตกรรมเข้าไปผสมผสานรวมถึง การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในรูปแบบตัวสินค้า หรือ การสร้างประสบการณ์ด้วยการเนรมิตให้ Flagship Store สามารถทำให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม และทำ Activity ที่สนุกสนานไปกับการแต่งหน้าได้

เพราะการสร้าง Engagement ด้วยการให้พวกเค้าเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ นั่นอาจทำให้เค้ารู้สึกว่า แบรนด์นี้แหละสร้างสรรค์และใช่สำหรับเค้าที่สุดแล้ว

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.