15,538
VIEWS

อ่านไว้หน่อย!!! Instagram เหมือนจะเปลี่ยนอัลกอริธึม อีกรอบแล้ว

Feb 12, 2018 S.Worapol

อย่างที่เราๆทราบดี อัลกอริธึมบน Instagram มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งจนเราแทบจะตามไม่ทัน ที่คิดว่าอาจจะนิ่ง แต่จริงๆก็อาจเปลี่ยนได้ ไม่มีอะไรแน่นอน 

อ่านไว้ให้รู้เพื่อจะได้ปรับตัวและหาทางรับมืออย่างเท่าทัน ด้านล่างนี้ คัดมาจากส่วนหนึ่งของบทความต้นฉบับที่เสนอความเห็นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพียงการคาดการณ์หรือการคาดคะเนที่อาจจะเกิดขึ้นเท่านั้น  เริ่มอ่านกันเลยดีกว่า!!!

1. การเข้าถึง/การมองเห็นโพสต์

- เมื่อคุณโพสต์อะไรขึ้นไปบน Instagram โอกาสที่คนจะเห็นโพสต์ของคุณมีแค่ 10% เท่านั้น ข้อจำกัดนี้ เหมือนต้องการจะวัดว่าคุณภาพของคอนเทนต์นั้นดีหรือไม่ดีมากน้อยแค่ไหน เหมาะสมที่จะเอาไปแสดงแก่ผู้คนที่เหลืออีก 90% หรือไม่

หากคอนเทนต์นั้นดี ได้รับ engagement ในจำนวนมาก โอกาสที่อัลกอริธึมจะแสดงคอนเทนต์ให้คนที่เหลือที่มากกว่า 10% ก็มีเช่นกัน นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม บางโพสต์อาจได้รับ engagement ที่ไม่เท่ากัน บางอันน้อยมาก บางอันก็มากเสียเหลือเกินนั่นเอง

- Instagram มีความพยายามในการแบนกลุ่มผู้ใช้ประเภท Pods ซึ่งเป็นกลุ่มที่ “ช่วยกันปั่นยอด engagement” ในหมู่กันเอง เมื่อใครสักคนโพสต์คอนเทนต์ออกไป กลุ่มนี้จะช่วยกันเพิ่มยอด engagement ให้กันและกัน นี่เลยเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไม หลายๆ บัญชีได้ปลิวไปอย่างไร้ร่องรอย

- จงเปลี่ยนมาใช้ เป็น Business Account กันเถอะ ในยามที่ Instagram เริ่มเอาจริงเอาจัง และเปลี่ยนอัลกอริธึมเหมือน Facebook นั้น ดูเหมือนว่าบัญชีแบบ Business อาจจะได้เปรียบเล็กน้อย เพราะมองเห็นตัวเลขที่สามารถเอามาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานที่ติดตามคุณอยู่ได้ ตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาที่พวกเขาเข้าถึงแพลตฟอร์มและใช้งานกันมากที่สุดเป็นต้น

2. การมีส่วนร่วมกับโพสต์

อย่างที่รู้กันว่า อยากให้เห็นคอนเทนต์ ก็ต้องทำให้คอนเทนต์น่าสนใจ มีคนมีส่วนร่วมมากมาย วิธีหนึ่งที่หากคุณอยากให้คอนเทนต์เข้าถึงคนได้มากขึ้น จงรักษาอัตราการมีส่วนร่วมในโพสต์ไว้ ด้วยการพยายามปฏิสัมพันธ์โต้ตอบผู้ติดตามที่เข้ามาคอมเมนต์คุณภายใน 60 นาที ไม่อย่างนั้น คอนเทนต์นั้นอาจถูกจัดเป็นคอนเทนต์ไม่มีคุณภาพและไม่มีใครเห็นก็ได้นะ

คอมเมนต์บางอัน ระบบอาจจะตีความว่ามาจากการคอมเมนต์ด้วย Bot ตัวอย่างเช่นการคอมเมนต์ด้วย Emoji การพิมพ์ว่า “Great Pic!” “Love it!!!” หรือ “Nice” อะไรแบบนี้ แพลตฟอร์มจะสงสัยว่ามันเป็นการคอมเมนต์เพื่อต้องการปั่นยอด Engagement จาก Bot ทำให้ Instagram จะไม่นับเอาเป็น engagement และกำลังหาทางกำจัดออกไปให้สิ้นซาก เพื่อให้เหลือแต่การคอมเมนต์ที่มาจากคนจริงๆมากกว่า ความรู้ตรงนี้ก็ดีกับเราในฐานะผู้ใช้เหมือนกัน เพราะหลายๆครั้งเราอาจจะคอมเมนต์แบบที่ระบบสงสัยก็ได้ ดังนั้นต่อไป เราควรจะใส่ความพยายามในการคอมเมนต์ลงไปอีกนิด เพราะเสริมให้อีกนิดก็คือ Instagram จะนับ engagement กับคอมเมนต์ที่มีมากกว่า 4 คำขึ้นไปด้วยนั้นแล

ลองหันมาใช้ Instagram Stories ดูบ้างก็ดีนะ เพราะอย่างที่บอกว่าอัตราการเข้าถึงน้อยลงแบบนี้ อยากทำให้ผู้คนของคุณเค้าเห็นโพสต์ของคุณก็จงทำ Stories เลย แฟนๆผู้ติดตามจะได้เห็นแบรนด์เราเป็นอันดับแรกๆมากขึ้น

3. การเขียนแคปชั่น

แน่นอนว่าทุกคนนึกถึงแฮชแทก สะดวกและง่ายในการใช้ เก๋ไก๋ไม่เบา ถึงแม้ว่าเราจะสามารถใใส่แฮชแทกในแคปชั่นได้มากมายถึง 30 อัน แต่ถ้าทำอย่างนั้น แอบบอกเลยว่า แพลตฟอร์มจะพยายามคิดว่าคุณคือ Spam และนั่นหมายถึงว่า คุณจะถูกแบนแบบเงียบๆ ให้มีคนเห็นโพสต์น้อยลง คำแนะนำที่น่าสนใจคือ ลองใช้แฮชแทกที่น่าสนใจและเป็นตัวคุณ เอาที่เด็ดๆ เพียง 5 อันก็พอแล้ว

อย่าใช้แฮชแทกเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา ลองเปลี่ยนบ้าง เพราะการใช้ซ้ำ ย้ำ นั่นหมายถึงว่า แพลตฟอร์มอาจเรียนรู้และคิดว่าคุณเป็น Bot และอาจโดนแบนแบบเงียบๆในภายหลังได้

อย่าพยายามแก้ไขโพสต์หลังจากโพสต์ไปแล้ว ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะระบบจะปรับการมองเห็นและการเข้าถึงของผู้คนต่อโพสต์นั้นให้ต่ำลง

อย่าพยายามลบโพสต์แล้วโพสต์สิ่งเดิมๆขึ้นไป ด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้อที่ผ่านมา

4. ฟีเจอร์ใหม่ๆที่จะมาเร็วๆนี้

อย่างที่รู้กันว่า เวลาที่เราอยู่ในหน้า explore feed เราอาจจะเห็นโพสต์ของคนที่เราไม่ได้ติดตาม เพราะแพลตฟอร์มป้อนคอนเทนต์เหล่านั้น โดยถือเอาจากความเป็นไปได้ที่เราอาจจะอยากเห็น จากพฤติกรรมการค้นหาของเรา หรือจากคนที่เรากำลังติดตามอยู่ จากแฮขแทกที่เราใช้เป็นต้น ในไม่ช้านี้ โพสต์จากคนอื่นๆ นอกจากจะมีในหน้า explore มันยังจะมาในหน้าแรกของเราอีกด้วย ดังนั้น เราจะได้เห็นคอนเทนต์จากคนอื่นที่เรายังไม่ได้ติดตามเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

เหล่านี้ถือเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่อ้างอิงจากแหล่งข่าวของ Instagram เท่านั้น จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดแก่เหล่านักการตลาดออนไลน์ทั้งหลายคือ เตรียมรับมือและหาวิธีแก้ไขที่สร้างสรรค์ที่สุดไว้แต่เนิ่นๆ ฟังหูไว้หู อ่านตาไว้ตาก็ไม่เสียหาย

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.