4,336
VIEWS

Millennials มิติการตลาดที่ต้องเปลี่ยน

Jan 27, 2018 R.Somboon

การทรงอิทธิพลมากขึ้นของกลุ่มมิลเลนเนียล กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดใหม่เพื่อตามให้ทันกับคนกลุ่มนี้ที่จะกลายเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ และคนกลุ่มนี้กำลังเติบโตและมีศักยภาพในการใช้จ่าย คาดว่าในอีกไม่ถึง 10 ปี มิลเลนเนียลจะเข้ามามีบทบาทในทุกตำแหน่งงาน แทนที่คนทุกเจนเนอเรชั่นก็ว่าได้

จึงอาจจะกล่าวได้ว่า คนกลุ่มมิลเลนเนียลที่เกิดในช่วงปี 1082 – 2004 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างเทคโนโลยีที่เป็นอนาล็อกกับดิจิทัล เข้ามาสร้างเทรนด์การทำตลาดใหม่ๆ เพื่อให้เข้ากับพวกเขาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น

1.การทำตลาดที่ต้องเชื่อมโยงทั้งเรื่องของจิตใจกับเรื่องที่ต้องจับต้องได้ และเห็นผลลัพธ์ในชีวิต เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการสร้างสมดุลในชีวิต และการทำงานแบบ Work Life Balance

2.คนกลุ่มนี้ไม่ได้มองถึงความรุ่มรวย แต่มองเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงต้องการรู้ถึงที่มาที่ไปของสินค้าหรือบริการที่จะตัดสินใจควักเงินเพื่อแลกกับสิ่งนั้นๆ

3.ขณะเดียวกันก็ต้องการสิ่งที่สะท้อนตัวตนหรือเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนใคร เราจึงได้เห็นการตอบรับสินค้าแฟชั่นที่เป็นการมิกซ์ & แมตช์ โดยไม่เน้นที่การเป็นแบรนด์ดังเหมือนคนในเจนก่อนๆ กลยุทธ์การตลาดจะต้องเน้นไปที่การ Customization หรือตอบโจทย์พวกเขาแบบ Personalize

4.ไม่เพียงเท่านั้น คนมิลเลนเนียลยังให้การตอบรับเป็นอย่างดีกับสินค้าที่เป็น Eco หรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

5.มิลเลนเนียลยังชอบงานดีไซน์ หรือการออกแบบที่ดีจากแบรนด์คุณภาพ ที่สำคัญต้องช่วยยกระดับสไตล์และเทรนด์ได้ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแบรนด์หรูเท่านั้น ทำให้แบรนด์ที่เป็นฟาสต์แฟชั่นบางแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพวกเขา

6.กลุ่มมิลเลนเนียล ยังชอบความเป็นคอมมูนิตี้ เราจึงได้เห็นการทำตลาด Socialization ของศูนย์การค้าใหม่ๆ ที่ต้องทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลาง หรือเป็นจุดรวมของทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่แค่การขายสินค้าเท่านั้น แต่ต้องมีมิติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย นอกเหนือจากไลฟ์สไตล์เรื่องกินข้าว ช้อปปิ้ง ดูหนังแล้ว ต้องตอบโจทย์การเป็นจุดศูนย์รวมของชุมชนในที่ที่ศูนย์การค้าไปตั้งอยู่ เช่น ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา การแลกเปลี่ยนบางอย่าง เรื่องความรู้  และในอนาคตโจทย์ของ Shopping Complex มีมิติที่ลึกในแง่ที่ว่าเราต้องมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนต่างๆ ให้เกิดขึ้น

7. การสร้างประสบการณ์แบบ Seamless Experience เป็นเรื่องจำเป็น เพราะคนมิลเลนเนียลเติบโตมากับดิจิทัล ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการทำตลาดของกลุ่มค้าปลีกใหญ่ๆ ที่เริ่มมีการสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อด้วยการนำดิจิทัลเข้ามาประสานการสร้างประสบการณ์ อย่างกรณีของแบรนด์แฟชั่นที่ไม่เพียงแค่การทำดิสเพลย์ในช้อป แต่อาจจะมีการนำดิจิทัลอย่าง AR เข้ามาช่วยเพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ผ่านตัว AR เป็นอีกการสร้างความสนุกสนานในการช้อปปิ้ง

8. แม้จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ประหยัด แต่ในเรื่องของอาหาร และการท่องเที่ยว พวกนี้พร้อมที่จะควักจ่าย จึงไม่แปลกที่ในเรื่องของ Food & Beverage และการเดินทางท่องเที่ยวยังคงมีเทรนด์การเติบโตที่ดี

9.อย่างไรก็ตาม คนมิลเลนเนียลเลือกกินข้าวนอกบ้านน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเจนอื่นๆ เพราะพวกนี้มองว่าอาหารนอกบ้านคือมื้อพิเศษที่ต้องใช้เวลา เมื่อรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ได้เข้ามาเอื้อต่อการทำตลาดของบรรดาผู้ให้บริการ Delivery ต่างๆ ที่มีเทรนด์การเติบโตที่ดี

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn