6,063
VIEWS

เทรนด์การบริโภค 2018 สินค้า Innovation+ช่องทางสะดวก

Jan 21, 2018 J.Wara

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายกระตุ้นให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน และให้คนออกมาใช้จ่าย แต่ปัจจัยที่น่ากังวลของผู้บริโภคก็คือเรื่องของหนี้สินต่อครัวเรือนที่ยังมีมาก

การที่เศรษฐกิจจะดีขึ้นได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 2 ส่วน คือรายได้ต้องเพิ่มขึ้นและหนี้สินต้องลดลง ทำให้ในปี2018 คุณฮาร์เวิร์ด ชาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเชิงลึกที่มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอัตราการบริโภคสูง หรือ FMCG (Fast Moving Consumer Goods)มองว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะยังไม่ได้ดีขึ้นมากนัก

“สิ่งชี้วัดเศรษฐกิจของไทยก็คือGDP ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถโตได้ถึง 5% แต่ในความเป็นจริงโตเพียงแค่ 3-4% เท่านั้น ถือว่ายังไม่โตเท่าที่ควร ทำให้อัตราการเติบโตของสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงด้วยสภาวะแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยแต่หมายถึงที่จีนและอินเดียก็เช่นเดียวกัน

ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของสินค้า FMCG ต่ำมากอยู่ที่ 0.2 % เท่านั้น ตลาดค่อนข้างเงียบและชะลอตัว อย่างไรก็ดียังมีสินค้าบางแบรนด์ที่สามารถเติบโตได้ดีในปีนี้ ตัวอย่าง เช่น สินค้าที่ใช้ในครัวเรือนแบรนด์หนึ่งซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาขายเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีคุณสมบัติทิ้งกลิ่นหอมได้นาน ได้รับความสนใจและเติบโตมาก หลังจากนั้นแบรนด์นี้นำผงซักฟอกเข้ามาขายซึ่งนั่นช่วยผลักดันให้แบรนด์เติบโตมากยิ่งขึ้น”

นั่นแสดงให้เห็นว่าถึงแม้จะเศรษฐกิจไม่ดีแต่บางแบรนด์ก็สามารถสร้างความท้าทายและเติบโตไปได้ถ้าแบรนด์นั้นเอาชนะใจผู้บริโภคได้ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่าง มีจุดเด่นจนทำให้ผู้บริโภคยอมที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้าแบรนด์นั้น ซึ่งคุณฮาร์เวิร์ดมองว่าตอนนี้ไม่ใช่ว่าผู้บริโภคไม่มีเงิน แต่เขาจะมองหาสินค้าที่คุ้มค่ากับการที่เขาจะจ่ายเงินออกไปมากกว่า เพราะผู้บริโภคในยุคนี้มีความฉลาดมากขึ้น เลือกซื้อสินค้ามากขึ้น  ดังนั้นปัจจัยที่จะทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงิน คือสินค้าต้องมี Innovation รวมถึงโปรโมชั่นยังเป็นปัจจัยที่สามารถดึงดูดเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคได้ การทำโปรโมชั่นจึงเข้ามามีบทบาทกับการตัดสินใจซื้อมากขึ้นในปัจจุบัน

“มีการศึกษาว่าประมาณ 1/3 ของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า FMCG ให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าโปรโมชั่น ซึ่งในกรณีแบบนี้ในแง่ของผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ในแง่ของแบรนด์เป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไร แบรนด์อาจจะได้ในแง่ของมาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้นจากการขายต่อจำนวนชิ้น แต่ในแง่ยอดขายก็จะหายไป แบรนด์ต้องยอมแลกระหว่างส่วนของมาร์เก็ตแชร์กับส่วนของกำไร การที่แบรนด์ทำโปรโมชั่นมันจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อแบรนด์นั้นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น หากต้องการที่จะทำให้เป็นระยะยาวในช่วงที่ทำโปรโมชั่นแบรนด์ควรจะมีการให้ข้อมูลสินค้าเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าสินค้าของเขาดีอย่างไร เป็นการ Educate ให้ผู้บริโภคทราบว่าสินค้านี้อาจจะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคกำลังตามหาอยู่ก็ได้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย ให้ผู้บริโภคซื้อซ้ำแม้ว่าจะหมดช่วงของโปรโมชั่นไปแล้วก็ตาม”

นอกจากนี้ ช่องทางในการซื้อสินค้าที่มีความสะดวกสบายยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า ซึ่งส่วนนี้เองที่ทำให้ช่องทางออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเนื่องจากสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อ

“ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้บริโภคสะดวกในการซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น แต่ก่อนผู้บริโภคต้องออกไปซื้อสินค้าเอง แต่ตอนนี้มีบริการช่วยซื้อของให้ผู้บริโภคมีความสะดวกมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผมมองว่าการซื้อสินค้าGrocery ทางออนไลน์ อุปกรณ์ที่เหมาะก็ยังคงผ่านทาง PC มากกว่ามือถือเนื่องจากขนาดจอกว้างกว่า ได้เห็นจำนวนสินค้าอื่นๆ มากกว่าผ่านมือถือ ซึ่งมีขนาดจอที่เล็กกว่า แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะมีการพัฒนาในส่วนของมือถือให้คนสามารถดูได้ง่ายขึ้น หรือที่ล้ำสมัยกว่านั้นอาจจะมีการสั่งทางเสียงแทน”

แต่อย่างไรก็ตาม คุณฮาร์เวิร์ดมองว่า การซื้อสินค้า Grocery ยังมีเรื่องของข้อจำกัดอยู่ เช่น เรื่องของระยะเวลาในการส่งของเมื่อซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ สินค้าไม่ได้มาส่งทันที ถ้ามีการแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ก็จะดีมาก เพราะบางคนไม่ต้องการรอให้สินค้ามาส่งในวันถัดไป เขาก็จะไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแทน 

“ส่วนของช่องทางออนไลน์ส่วนมากจะเติบโตเฉพาะในเมือง แต่ถามว่านอกเมืองยังมีโอกาสเติบโตไหม จริงๆ แล้วก็มีอย่างที่ไต้หวันคนที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์สามารถเลือกได้ว่าจะรับสินค้าอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นส่งที่บ้าน ส่งที่ออฟฟิศ เป็นโมเดล Pick Up Area ในประเทศไทยพื้นที่ต่างจังหวัดก็อาจจะใช้โมเดลคล้ายๆ แบบนี้ได้ โดยสั่งซื้อของแล้วให้สินค้าไปดรอปที่จุดรับของอย่างร้านสะดวกซื้อ หรือในเมืองอาจจะไปรับตามจุดรับของบนสถานีรถไฟฟ้าก็ช่วยให้สะดวกในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ซึ่งโมเดลแบบนี้น่าจะเวิร์คในประเทศไทย”

สิ่งที่จะเป็นเทรนด์สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือบริการ Food Delivery ที่สามารถให้ผู้บริการไปซื้ออาหารให้เราได้ อย่างในประเทศจีนสินค้าพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีอัตราซื้อจำนวนลดลง เนื่องจากมีบริการเหล่านี้ที่เข้ามาทำให้ผู้บริโภคซื้ออาหารได้ง่ายมากขึ้น คนเข้าถึงร้านอาหารผ่าน Messenger Delivery ได้มากขึ้น

สำหรับการปรับตัวของนักการตลาดต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค คุณฮาร์เวิร์ด เสริมว่า ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มคนที่ใช้สินค้าของตัวเองเป็นหลัก โดยต้องเรียนรู้ว่ากลุ่มคนที่ใช้สินค้าของเราเป็นคนกลุ่มไหนแล้วจึงมามองว่าจะต่อยอดอะไรกับคนกลุ่มที่เป็นลูกค้าได้บ้าง เช่น ถ้าทาร์เก็ตลูกค้าเป็นเด็ก ช่องทางที่จะสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นช่องทางดิจิทัล แต่ถ้าเป็นสินค้าในครัวเรือนซึ่งกลุ่มคนที่จะตัดสินใจซื้อคือแม่บ้าน เป็นคนที่อยู่บ้านทุกวัน สื่อโทรทัศน์ก็ยังเป็นสื่อที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้มากกว่า

Highlight

  •  ปีหน้า Grocery จะไม่มีอะไรที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก การช้อปปิ้งออนไลน์รวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ก็ยังจะเติบโตขึ้นเช่นเดิม
  • ในส่วนของรีเทล ร้านสะดวกซื้อจะยังเป็นผู้นำในตลาดนี้ มีอัตราการเติบโตมากขึ้น เพราะคนสามารถเข้าถึงได้จากจำนวนสาขาที่เพิ่มมากขึ้นและเข้าถึงชุมชนมากขึ้น
  • ไฮเปอร์มาร์เก็ตซึ่งคนจะเข้าไปซื้อเฉพาะสินค้าจำนวนมาก อาจจะถูกตีจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนสามารถสั่งซื้อของจำนวนมากได้ โดยไม่ต้องเดินทางออกไปซื้อเอง
  • เทรนด์สุขภาพ Health & Nutrition ยังคงเติบโตและมาแรงขึ้นเรื่อยๆ คนให้ความสำคัญกับการบริโภคน้ำตาลน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อมีการขึ้นภาษีน้ำตาล 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort