4,307
VIEWS

Low Cost Airline Value ปัจจัยหลักการแข่งขัน

Jan 21, 2018 P.Narata

อุตสาหกรรมการบินของไทย มีแนวโน้มขยายตัวตามอุตสาหกรรมการบินของโลก โดยสายการบินต่างๆ ยังคงเน้นการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็มีสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) รายใหม่อย่างพีช เอวิเอชั่น จากประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-โอกินาว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนผู้เล่นเดิมๆ ก็มุ่งไปที่การเพิ่มฝูงบิน และเพิ่มความถี่เที่ยวบินให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการแข่งขันของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) ปัจจุบันยังคงแข่งขันด้านราคา แต่ก็มีแนวโน้มจะหันไปโฟกัสที่เรื่องการลดต้นทุนของแต่ละบริษัทเพื่อสร้างโอกาสเชิงการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น

สอดคล้องกับแนวคิดของ คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต มองว่า ในที่สุดโลว์คอสท์จะสู้กันที่ต้นทุน สู้กันที่ Customer Satisfaction สู้กันด้วยกระสุนการขาย หรือช่องทางในการขาย ซึ่งมีหลายปัจจัยที่จะเป็นตัวบอกว่า ชนะ หรือแพ้ ไม่มี Golden Bullet หรือไม่มีอะไรเป็นสูตรสำเร็จ

อีกจุดที่น่าสนใจ คือภาพรวมของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มไม่มี Brand Loyalty กับการเลือกสายการบินที่จะเดินทางด้วย ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับเรื่องของ Value ที่จะได้รับในแต่ละครั้งเป็นหลัก และราคาที่ได้ในแต่ละครั้งก็ไม่ตายตัว ซึ่งอาจโชคดีได้ราคาดีในวันที่การจองตั๋วมีไม่มาก โดยองค์ประกอบในการตัดสินใจมีหลายอย่าง เริ่มต้นผู้บริโภคอาจสนใจในวันที่ต้องการเดินทาง หลายคนก็อาจใช้ราคาเป็นตัวตั้งเพราะงบน้อย หรือเมื่อไหร่ที่ได้ราคาที่ดีก็จะเลือกไป เช่น มีโปรโมชั่นพิเศษ ก็จะหาวันหยุดให้ตรงกับโปรโมชั่น แต่บางคนก็โฟกัสที่วันหยุดของตนเอง และหาไฟลท์ให้ตรงกับวันหยุดที่มีอยู่ แต่โดยภาพรวมผู้บริโภคจะสนใจกับเรื่องของ Value ที่จะได้รับค่อนข้างมาก

“เมื่อก่อนผู้บริโภคนิยมบินฟูลเซอร์วิส แต่ปัจจุบันถ้าบินในระยะทางที่ไม่ไกลมากก็จะบินโลว์คอสท์ แต่ไปจับจ่ายใช้สอยอย่างอื่นมากขึ้น เช่น พักโรงแรมห้าดาว หรือเลือกทานอาหารดีๆ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะผู้บริโภคให้ความสนใจกับ Value ที่จะได้รับจากจำนวนเงินที่ต้องจ่ายออกไป ผมถึงบอกว่า ตลาดมันเริ่มเบลอ สมัยก่อนผู้บริโภคจะยึดติดกับสายการบินไม่ว่าสายกันบินนั้นจะออฟเฟอร์อะไร แต่ปัจจุบันมีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีช่องทางใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคสามารถหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น คนจึงเรียนรู้มากขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น และตัดสินใจได้ว่าอะไรคือ Value สูงสุดสำหรับเขาในช่วงเวลานั้น  ซึ่งบางคน Value ของเขาอาจเป็นเรื่องของราคา”

ยอดชาย ย้ำว่า สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้การทำตลาดมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากการมีช่องทางการสื่อสารที่มากขึ้น จากเดิมที่เคยมีแค่ทีวี และหนังสือพิมพ์ ทำให้พื้นที่ของการสื่อสารมันกว้างขึ้น และสิ่งที่เห็นได้ชัด คือ การสื่อสารที่เกิดจากอิทธิพลของเพื่อน คนรู้จัก หรือจากคนที่เขาคิดว่ามีรสนิยมที่เหมือนกัน ไม่ใช่การสื่อสารจากโฆษณาเหมือนสมัยก่อน ซึ่งวันนี้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคเกิดการเรียนรู้มากขึ้นไปด้วย

“ในกรณีที่ระยะการบินสั้นคนที่เน้นความสบายในการบินจะมีน้อยกว่าคนที่เน้นความสบายในการนอนจากที่พัก แต่ถ้าระยะการบินยาวหลายชั่วโมงเขาก็จะเน้นความสบายในเรื่องของการบินเป็นหลัก ขณะเดียวกันผู้บริโภคนิยมเดินทางท่องเที่ยวแบบส่วนตัวมากขึ้น เป็นเรื่องสเตจของพัฒนาการในการเดินทางของผู้บริโภค สมัยที่ยังไม่ชำนาญเส้นทาง หรือสถานที่ก็จะเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ แต่เมื่อได้เรียนรู้จากข้อมูลที่มาจากสื่อหลากหลายช่องทาง สามารถจองไฟลท์เองได้ จองที่พักเองได้ หาร้านอาหารเองได้ เขาก็จะเลือกตัวเลือกที่ทำให้มีอิสระมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของธุรกิจสายการบินโลว์คอสท์ เป็นเรื่องยากที่จะมีผู้เล่นรายใหม่ๆ จะเข้ามาทำตลาดเพิ่ม ขึ้น เพราะไม่ใช่ยุคของการเปิดใหม่ แต่จะเป็นยุคของ Big Boy เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับ Economy of Scale ต้องเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่พอสมควร โดยยุคเริ่มต้นของโลว์คอสท์ผ่านไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบัน Global Trend จะเป็นเรื่องของ Consolidation หรือการจับมือร่วมกับพันธมิตรเสียมากกว่า ส่วนการแข่งขันเพื่อสร้างเส้นทางใหม่ๆ อาจไม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีเส้นทางใหม่ๆ ที่คนยังมองไม่เห็น ยกเว้นประเทศจีนอาจยังมีเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อีกตามนโยบายการสร้าง Mega Urban เพื่อสนับสนุนให้เกิด Urbanization ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.