3,062
VIEWS

Electric Vehicle (EV) กดปุ่มสตาร์ทในไทย

Jan 21, 2018 P.Narata

วันนี้เทรนด์ของรถยนต์แห่งอนาคตกำลังมุ่งไปที่เรื่องของพลังงานทางเลือก 4 กลุ่มใหญ่ นั่นคือ รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตรถพลังงานสะอาดตั้งแต่เมื่อกลางปี 2560 โดยให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทที่ผลิตรถไฟ้ฟ้า เช่น ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร ลดหย่อนภาษีนำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อีกทั้งยังให้ลดหย่อนภาษีสรรพสามิตให้กับรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเหลือ 4-13% และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (อีวี) เหลือ 2% ขณะที่จัดเก็บภาษีกับรถยนต์เครื่องสันดาปในอัตรา 12-40%

สำหรับค่ายรถยนต์ “ฮอนด้า” ได้เดินหน้าในเรื่องของไฮบริด และปลั๊กอิน ไฮบริด ไปค่อนข้างมาก และกำลังก้าวไปสู่เรื่องของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่า ฮอนด้าเจรจากับรัฐบาลไทยในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฮบริดขึ้นในประเทศไทย เพื่อใช้ผลิตรถไฮบริดในรุ่นแจ๊ซ เอชอาร์-วี และซิตี้

โดยฮอนด้า มองว่า ภูมิภาคอาเชียนเป็นตลาดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และขยายตัว แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าควรต้องเริ่มต้นด้วยรถยนต์ไฮบริด และขยับไปที่ปลั๊กอิน ไฮบริดก่อน เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า มีองค์ประกอบสำคัญ 3 เรื่อง คือ เทคโนโลยี ต้นทุน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งต้องมาพร้อมๆ กัน และต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งในต่างประเทศนอกจากการสนับสนุนเรื่องภาษี ในส่วนของประชาชนยังได้เงินอุดหนุนในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

ล่าสุด งานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ 2017 ฮอนด้าเปิดตัวรุ่นสเต็ปแวกอน และซีอาร์-วี ใหม่ เครื่องยนต์ไฮบริด พร้อมเปิดตัวรถคลาริตี้ ซีรีส์ เป็นรถรุ่นแรกที่นำเสนอระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหลายรูปแบบ เช่น พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric) และพลังงานไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่นำมาติดตั้งในรถซีดาน 5 ที่นั่ง

                  สำหรับภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ยังคงมีความเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่ให้ความสนใจกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในงานมหกรรมยานยนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งล่าสุด ที่จัดไปเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีหลายค่ายได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าของตน อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า “เกีย โซล อีวี” (Kia Soul EV) จากค่ายยนตรกิจ เกียมอเตอร์ และ “ฮุนได ไอออนิก” (Hyundai Ioniq) จากฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) 

                  ไฮไลท์อยู่ที่การเปิดตัวรถไฟฟ้า “นิสสัน ลีฟ ใหม่” จากนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นค่ายที่ให้ความสนใจเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามาต่อเนื่อง โดย นิสสัน ลีฟ เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% มีอัตราการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลกที่มียอดขายดีที่สุดถึงกว่า 290,000 คันทั่วโลก

สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นด้วยกัน นิสสันมีพัฒนาการในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด ซึ่งนิสสันได้มีการลงทุน และคิดค้นเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Nissan Intelligence Mobility ที่มุ่งไปสู่การเป็น “ยานยนต์ไร้มลพิษ” (Zero Emission) โดยนิสสันพยายามเดินหน้าในการนำรถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของภาครัฐ และการเตรียมความพร้อมของผู้แทนจำหน่ายด้วย

“ตรงนี้เหมือนเป็นธุรกิจใหม่ เรายังต้องศึกษาหลายๆ เรื่อง พร้อมๆ กัน เพราะยังมีทั้งข้อดี และข้อเสียในแต่ละสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตในประเทศ หรือการนำเข้า สำหรับนิสสันในตลาดโลก ในกลุ่มรถไฟฟ้าเรามี นิสสัน ลีฟ  ส่วนไฮบริดเรามีรุ่น X-Trail Hybrid ทำตลาดอยู่ การตอบรับของ Nissan X-Trail Hybrid ในตลาดเมืองไทยอยู่ในระดับที่ดี มียอดขายที่สูงขึ้นเพราะเป็นไฮบริดที่มีราคาถูกสุดในตลาด ซึ่งเรื่องของไฮบริดในตลาดเมืองไทยถือว่าเลยจุดในเรื่องของการให้ความรู้ไปแล้ว เป็นช่วงของการขายจริง ขณะที่รถไฟฟ้ายังอยู่ในช่วงของการให้ความรู้กับผู้บริโภคเป็นหลัก”

นิสสันยังวางแผนเปิดตัว นิสสัน โน้ต ขึ้นในประเทศไทย ในรุ่นที่ได้ติดตั้งเทคโนโลยี e-POWER ใช้น้ำมันในการสร้างพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนรถยนต์ และเตรียมได้ย้ายฐานการผลิต และพัฒนาเทคโนโลยี e-POWER มายังประเทศไทย เพราะมองว่ามีโอกาสต่อยอดไปสู่การผลิตรถอีวีในอนาคตได้อีกด้วย

Trend

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.