3,514
VIEWS

ดีแทคปั้นบุคลากรดิจิทัลด้วย “40-hour Challenge” สู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างแท้จริง ภายในปี 2561

Jan 18, 2018 S.Ammarit

เมื่อยุคนี้คือยุคดิจิทัลการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์กร ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องทำโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
 
ดีแทคจึงได้วางกลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพพนักงานทุกคนด้วยโปรแกรม “40-hour Challenge” เพื่อสนับสนุนให้พัฒนาทักษะด้านดิจิทัล โดยให้พนักงานเข้าร่วมคอร์สอบรมดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์จำนวน 40 ชั่วโมงให้เสร็จสิ้นภายในปี 2561 นี้ ซึ่งจำนวนชั่วโมงการอบรมดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยปัจจุบันของดีแทคถึง 3-4 เท่า และมากกว่าที่กฎหมายกำหนดสูงสุดถึง 10 เท่า โปรแกรมนี้นำเสนอชั้นเรียนออนไลน์ระดับโลก ซึ่งจัดทำโดยความร่วมมือระหว่าง Lynda.com Coursera และเทเลนอร์
 
นาฎฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ยิ่งใหญ่กว่าโปรแกรมอื่นๆ ที่เราได้เคยจัดมา โดยมีเป้าหมายการฝึกอบรมให้สำเร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งตั้งไว้มากกว่า 100,000 ชั่วโมงสำหรับบุคากรทั้งองค์กร
 
ที่สำคัญ โปรแกรม 40-hour Challenge นี้สนับสนุนหลักความเชื่อของดีแทคที่ว่า ทุกคนสามารถกลายเป็นผู้ที่มีความสามารถด้านดิจิทัลได้หมด ถ้ามีกระบวนการทางความคิดที่ถูกต้อง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัททั่วโลกมีช่องว่างในทักษะด้านดิจิทัลของพนักงาน และช่องว่างนั้นก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อพูดถึงซอฟท์สกิลด้านดิจิทัล นั่นหมายถึงไม่เพียงแต่การเขียนโปรแกรม และการวิเคราะห์ข้อมูลด้านดิจิทัล แต่ทักษะอื่นๆ ก็มีความสำคัญ เช่น การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ความชำนาญและความคิดสร้างสรรค์ขององค์กร ก็เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานด้วยเช่นกัน”
 

“ดีเอ็นเอของดีแทคคือการลงมือทำอย่างรวดเร็ว คิดแตกต่าง กล้าที่จะทำ และมีความกระตือรือร้นที่จะมุ่งสู่ชัยชนะ ขณะนี้ดีเอ็นเอดังกล่าวได้ถูกฝังอยู่ในวัฒนธรรมของบริษัทแล้ว พนักงานของเรากำลังถามว่า ‘เราจะช่วยอย่างไรได้บ้าง มีที่ไหนบ้างที่เราสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้’ นี่คือตัวตนของโปรแกรม ‘40-hour Challenge’ นั่นเอง เรากำลังส่งมอบเครื่องมือที่พนักงานต้องการในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” โปรแกรม “40-hour Challenge” นี้จะช่วยพัฒนาบุคลากรทั้งทักษะดิจิทัลในรูปแบบฮาร์ดสกิล และซอฟท์สกิล คลาสต่างๆ สามารถเรียนออนไลน์เมื่อไหร่ก็ได้ตลอดเวลา ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นพนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา การอบรมของดีแทคครั้งนี้ยังใช้เกมเข้ามาประยุกต์ใช้ (Gamification) ซึ่งเมื่อเรียนคลาสไหนสำเร็จแล้วสามารถปลดล็อกรับ Badge คอร์สขั้นสูง และดีแทคคอยน์ได้ เพื่อสนับสนุนพนักงานปลดล็อกการเรียนรู้ในหัวข้อที่พวกเขารักในลำดับต่อไป และช่วยพวกเขาวางแผนความก้าวหน้าของการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ และยังรวมถึงความต้องการของทีมอีกด้วย

“เราไม่สามารถบอกพนักงานว่าพวกเขาเป็นบุคคลดิจิทัลได้ หากเราไม่เคยติดต่อสื่อสารกับพวกเขาผ่านออนไลน์” คุณนาฎฤดี พูดเสริม “การอบรมของเราให้โอกาสแบบ Bottom-up Approach คือพนักงานและผู้จัดการของพวกเขาสามารถดูแลจัดการสิ่งต่างๆ ได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของทีมอย่างถูกต้อง แม่นยำ และโปรแกรมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการอบรมที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่พื้นฐานขึ้นไปจนถึงระดับประสบการณ์ดิจิทัลระดับสูง

การฝึกอบรมจะได้รับแรงสนับสนุนจากการจ้างผู้มีความสามารถด้านดิจิทัลหน้าใหม่ๆ และการโยกย้ายภายในของพนักงาน ซึ่งดีแทคมีอัตราการย้ายหน่วยงานภายในสูงมากถึง 38% ในแต่ละปี และกำลังประกาศรับพนักงานใหม่ในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) การตลาดโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing) และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce)

“วันนี้เราใช้บางส่วนของการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย เรากำลังทำงานอยู่กับข้อมูลขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของดีแทคทำให้เราเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านดิจิทัล และเราก็รู้ว่าผู้มีความสามารถทางดิจิทัลจะดึงดูดซึ่งกันและกัน”

ในปี 2560 ลูกค้าดีแทคมากกว่าครึ่งหนึ่งชำระเงินค่าบริการผ่านแอปดีแทค ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมถึง 50% แอปสำหรับรีเทลเลอร์เติมเงินชื่อ ดีแทควัน ได้ถูกดาวน์โหลด 60,000 ครั้ง และสามารถลดขั้นตอนการทำงานพวกการเติมเงินลงจาก 45 วินาที เหลือแค่ 5 วินาทีเท่านั้น Chatbot สามารถตอบสนองได้มากถึง 30% ของความต้องการของลูกค้าทั้งหมด จากช่องทาง SMS และจะมีการขยายช่องทางไปยัง Facebook ฟีเจอร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมอะไจล์ ซึ่งทำงานแบบ Project-driven โดยที่บุคลากรต่างสายงานมาทำงานร่วมกัน และสามารถทำงานได้สำเร็จอย่างรวดเร็วในระยะเวลาแค่สองสัปดาห์

“ปี 2561 จะเป็นปีที่สำคัญสำหรับดีแทค เราได้รุกนำไปแล้วในอุตสาหกรรมด้วยทีมอะไจล์ที่มีมากกว่า 10 ทีมทั่วทั้งองค์กร แต่มันยังเป็นปีที่เราต้องนำดิจิทัลไปสู่ทุกคนอีกด้วย การฝึกอบรมจะช่วยให้ผู้ที่เต็มใจที่จะรับโอกาสเพื่อที่จะอยู่แถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงนี้”
 
นี่คือการลุกขึ้นมาสร้างคุณค่าให้กับคนในองค์กรอย่างจริงจัง ผ่านโปรแกรมการเรียนรู้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งจากการบริหารทรัพยากรเดิมให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น นั่นก็คือ ทรัพยากรบุคคล และนอกเหนือจากนั้นดีแทคยังได้ภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นองค์กรยุคดิจิทัล และจะสามารถดึงดูดคนคุณภาพให้เข้ามาทำงานกับดีแทคได้ ก็ถือว่าการลงทุนภายในองค์กรอาจใช้งบประมาณที่ไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่า ผลลัพธ์และสิ่งที่จะเทิร์นกลับมาเป็นผลกำไรและความสุขของคนในองค์กร จะทำให้ดีแทคเป็นองค์กรที่ยั่งยืนได้ในระยะยาวอย่างแน่นอน 
 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.