3,687
VIEWS

เมียนมาร์ เมืองที่เต็มไปด้วยโอกาส

Mar 23, 2017 S.Worapol

“โอกาสมีเต็มไปหมดอยู่ที่เราจะมองเห็นและนำมันมาใช้ให้เหมาะกับเราขนาดไหน หลายคนคงเคยได้ยินว่า รอโอกาส รอเวลาส้มหล่นนั่นแหละคือเวลาที่จะลุกขึ้นมาทำอย่างจริงจังแต่ผมถามกลับว่า ถ้าท่านไม่มาอยู่ใต้ต้นส้มแล้วท่านจะเก็บส้มที่หล่นได้หรือไม่?

การทำธุรกิจก็เช่นกัน หากติดภาพที่เคยคิดในอดีตและนั่งรอการเปลี่ยนแปลงอยู่ห่างๆ ในวันที่ทุกอย่างพร้อมก็อาจจะหมดพื้นที่ในการทำมาหากินของเราก็เป็นได้

ทรรศนะเชิงข้อแนะนำข้างต้นจาก พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง พยายามชี้ช่องทางให้นักธุรกิจไทยเปลี่ยนภาพความคิดที่เคยมองเมียนมาร์ในอดีตกับสถานการณ์ ณ วันนี้ของเมียนมาร์ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร มีโอกาสและความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน และควรที่จะเริ่มปรับตัวอย่างไร

Q: ทำไมนักธุรกิจไทยจึงมองว่าเมียนมาร์เป็นประทศที่ทำธุรกิจยาก?

A: การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องในประเทศเมียนมาร์คือตัวตัดสินใจที่ดีที่สุดว่าท่านจะทำหรือไม่ทำธุรกิจในประเทศเมียนมาร์ เพราะหากท่านรับรู้ข้อมูลที่ผิดการตัดสินใจก็จะไม่เกิด ธุรกิจก็จะไม่เดินหน้า การเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันในเมียนมาร์แทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

หากยังจมอยู่กับภาพความคิดเดิมๆ ที่เมียนมาร์น่ากลัว เข้าถึงยาก หรืออะไรต่างๆ ก็อาจะทำให้นักธุรกิจไทยไม่มาสารถแข่งขันในเมียนมาร์ได้

ถ้าท่านมาเยือนเมียนมาร์แลงสิ่งที่ท่านเห็นมันต่างกับสิ่งที่ท่านคิด ไม่ว่าจะในมิติไหนก็ตาม ท่านต้องรีบไปปรับวิธีคิดใหม่อย่างเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเป็นท่านเองที่เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องมุมมอง การรับรู้ ไม่ว่าจะรายเล็กรายใหญ่ บางทีมันอาจจะใช่ในสิ่งที่ท่านรู้แต่นั่นมันคือข้อมูลในอดีต วันนี้ท่านต้องรับข้อมูลใหม่ๆ ตามสถานการณ์ รู้สถานภาพในเมียนมาร์ให้มากๆ แล้วท่านจึงค่อยๆ ใช้โอกาสเหล่านั้นให้เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน

Q: อะไรคือการเปลี่ยนแปลงในเมียนมาร์ที่ทำให้นักธุรกิจไทยต้องเริ่มขยับตัว

A: มีหลากหลายเรื่องราวที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในเมียนมาร์ทั้งสังคม เศรษฐกิจ และที่สำคัญคือเรื่องของการเมือง ถ้าจะมาดูการเปลี่ยนแปลงคงจะไล่กันไม่หมดแต่อยากให้ดูการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคตจะดีกว่าเพราะนั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกอะไรหลายๆ อย่าง

หลักๆ คือการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิยายน 2558 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราต้องจับตาดูเพราะน่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ Free&Fair มากที่สุดครั้งหนึ่งของเมี่ยนมาร์ เนื่องจากประชาชนทั้งประเทศต่างรอคอยวันนี้ ไม่มีใครที่อยากเห็นประเทศถูกแช่แข็งเป็นเวลา หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นความชัดเจนทิศทางนโยบายและการบริหารประเทศก็จะมีความเป็นรูปธรรม นั่นคือสิ่งที่ประชาชนชาวเมียนมาร์รอคอย

อีกหนึ่งเหตุผลคือ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่จับตามองของนานาประเทศทั่วโลก ทำให้ทุกก้าวต้องระมัดระวัง อย่างที่ผมบอกคือจะเป็นการเลือกตั้งที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งของเมียนมาร์

สิ่งที่เราต้องทำคือทำความเข้าใจในธรรมชาติทางการเมืองของเมียนมาร์ให้ได้ รวมถึงมองความเคลื่อนไหวของคนอื่น ชาติอื่นด้วย ว่าพวกเขาขยับตัวมากน้อยแค่ไหน เมื่อเมียนมาร์เดินทางเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ การยอมรับจากนานาประเทศก็จะเกิดขึ้น เมียนมาร์ที่เคยถูกแช่แข็งก็จะค่อยๆละลายทีละน้อย ผมจึงบอกว่าถ้าเราไม่เข้ามาศึกษาทำความเข้าใจตั้งแต่วันนี้ในวันที่เมียนมาร์พร้อมหมดทุกสรรพกำลัง เราก็อาจจะตามประเทศคู่แข่งไม่ทัน

Q: อะไรคือสิ่งที่ต้องเริ่มเป็นอันดับแรก?

A: อย่างที่ผมบอกว่านักธุรกิจไทยต้องปรับทัศนคติ ปรับมุมมองและลบภาพเก่าๆ ภาพความน่ากลัวของเมียนมาร์เมื่อครั้งอดีตออกไปให้หมด วันนี้เมียนมาร์เป็นตลาดที่เนื้อหอมมากดึงดูดการลงทุนจากนานาประเทศให้เข้ามาทำธุรกิจและค่อยๆเติบโตไปพร้อมๆ กับการพัฒนาประเทศ

ในขณะที่เรามีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในเรื่องของความสัมพันธ์ ในเรื่องของเส้นทางคมนาคมแต่กลับไม่สนใจใช้ข้อได้เปรียบเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ กลับนั่งรอดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ซึ่งนั่นอาจจะไม่ทันถ้วงที

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือเมียนมาร์มีสถานภาพของประเทศเป็นระบบสาธารณรัฐ แบ่งการปกครองรวมออกเป็น 14 เขตการปกครอง แบ่งเป็น 7 รัฐ และ 7 เขต ที่ผมกำลังจะบอกคือการเข้าไปทำธุรกิจใช่ว่าเราจะมองทุกคนเป็นชาวเมียนมาร์ แต่ต้องมองเป็นคนพื้นที่นั้นๆ แต่ละรัฐ แต่ละเขต ยังคงมีความแตกต่างในการใช้ชีวิตรวมไปถึงอำนาจ นโยบายการปกครอง

เช่น ถ้ามองว่ายะไข่เป็นตลาดที่เติบโต น่าสนใจไปลงทุนทำธุรกิจ ก็ต้องหาช่องทางเข้าไปพูดคุยกับคนในยะไข่ ซึ่งสถานทูตก็จะช่วยท่านได้ว่าไปรัฐนี้ เขตนี้ จะต้องไปพูดคุยกับใครถึงจะง่ายที่สุด ทั้งหมดคือสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ

Q: แล้วอุตสาหกรรมอะไรที่น่าสนใจในเมียนมาร์?

A: ถ้าจะให้บอกถึงความน่าสนใจในอุตสาหกรรมต่างๆ ในเมียนมาร์ ผมคงจะระบุไม่ได้ชัดเจน แต่ผมสามารถบอกได้ว่า อุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาประเทศ เป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ

ทั้งเรื่องของการคมนาคม อสังหา ต่างๆ โทรคมนาคมและการสื่อสาร สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์ โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเหล่านี้จะเป็นด่านแรกของประเทศที่กำลังพัฒนาจะต้องให้ความสำคัญ หากจะเข้ามาก็ต้องย้อนกลับไปที่ผมบอกว่า คุณต้องมีความเข้าใจในเมียนมาร์ให้มากๆ

และต้องอย่าลืมว่าเมียนมาร์ไม่ใช่ประเทศไทย การทำสิ่งต่างๆ เช่นเอกสาร การพูดคุยกับผู้มีอำนาจ การทำธุรกรรม อาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเคยทำ ถ้ามีความเข้าใจในจุดนี้และสามารถยอมรับได้ ก็เตรียมเติบโตในเมียนมาร์ได้เลย

Q: ท่านทูตอยากฝากอะไรถึงนักธุรกิจไทยที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในประเทศเมียนมาร์?

A: ถ้าอยากได้ผลส้มก็ต้องมาอยู่ใต้ต้นส้ม ไม่งั้นเวลาส้มหล่นเราก็จะเก็บไม่ทัน วันนี้ไทยเราอยู่ในบริบทที่ต้องแข่งขันกับต่างชาติในการลงทุนในเมียนมาร์แล้ว จากตัวเลขการลงทุนหลายๆ ตัว เราหลุดโผลจาก TOP3 ลงไปเป็นอันดับห้า อันดับหก และมีแนวโน้มว่าจะลงไปเรื่อยๆ

ก็คงต้องย้ำกันอีกรอบว่า ถ้าสนใจอย่ามัวแต่นั่งอยู่ในไทย ให้มาคลุกคลีกับสถานที่บ้างมาดูความเป็นไปของตลาด มาหาช่องทางและไม่ใช่มาแค่วัน สองวัน แต่อยากให้มาเรื่อยๆ จนเข้าใจพื้นที่อย่างถ่องแท้ แล้วท่านก็จะประสบความสำเร็จ และเริ่มให้เร็ว เริ่มในวันที่เรายังได้เปรียบอยู่ และอย่าลืมว่าท่านไม่มาอยู่เมียนมาร์อย่างโดดเดี่ยว ท่านยังมีผม มีหลายธุรกิจที่พร้อมจะเดินไปกับท่าน “หากคิดอะไรไม่ออกให้บอกสถานทูต

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.