3,968
VIEWS

Skootar ปฎิวัติ วงการ เมสเซ็นเจอร์ออนไลน์

Mar 20, 2017 P.Narata

สกู๊ตตาร์ (Skootar) เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาของธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ที่มองเห็นโอกาสในอากาศ จนสามารถสร้างรายได้ และผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุน หรือต้องมี Asset เป็นของตนเอง

สกู๊ตตาร์ คือ บริการเมสเซ็นเจอร์ออนไลน์ ที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นปัญหาของ 3 Co-Founder “สุวัฒน์ ปฐมภครันต์” “ธีภพ กิจจะวัฒนะ” และ “กมลพฤทธิ์ ชุมพล” ที่เคยมีประสบการณ์จากทำธุรกิจขนาดเล็ก และเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมักพบเจอกับปัญหาความไม่สะดวกสบายจากการเก็บเช็ค วางบิล หรือการเรียกใช้บริการของเมสเซ็นเจอร์ทั่วไปที่หาได้ค่อนข้างยากหากไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง หรือตึกใหญ่ รวมถึงเรื่องของความไว้วางใจ และราคาที่เหมาะสม จึงเกิดการคิดค้นเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยเพื่อทำให้การเรียกเมสเซ็นเจอร์ทำได้ง่าย และมีมาตรฐานมากขึ้น

ด้วยรูปแบบของ Collaborative Economy ในลักษณะของการเป็นฟรีแลนซ์ของเมสเซ็นเจอร์ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถใช้ได้ผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นทั้งระบบแอนดรอยด์ และ iOS 

กมลพฤกธิ์ ชุมพล หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Skootar กล่าวถึง จุดขายสำคัญของสกู๊ตตาร์ ประกอบด้วย องค์ประกอบ 3 เรื่องหลัก ได้แก่

หนึ่ง สะดวก รวดเร็ว สั่งงานจากที่ไหนก็ได้ รู้ได้ทันทีว่าใครเป็นผู้รับงาน สามารถเข้าไปรับงานได้รวดเร็ว เนื่องจากมีเมสเซ็นเจอร์กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้บริการได้หลากหลายช่องทางทั้งเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ สามารถสั่งงานให้มารับงานได้ทันที หรือสั่งงานล่วงหน้าไว้หลายๆ ชั่วโมงก็ได้

สอง ปลอดภัย ไว้ใจได้ มีการตรวจสอบประวัติ และเอกสารของผู้ที่จะเข้ามาเป็นแมสเซ็นเจอร์กับสกู๊ตตาร์ สามารถติดตามสถานะงานได้ตามจริง มีระบบเรตติ้งเพื่อประเมินประสิทธิภาพของเมสเซ็นเจอร์โดยผู้ใช้เพื่อสร้างให้เกิดเมสเซ็นเจอร์ที่ดีมีคุณภาพในเรื่องการบริการ มีประกันภัยอุบัติเหตุ และประกันของสูญหาย หรือเสียหาย

สาม ชำระเงินมั่นใจ มีใบเสร็จ ราคามาตรฐาน ไม่ต้องต่อรองราคา ชำระเงินง่ายๆ หลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต ออนไลน์แบงกิ้ง เคาน์เตอร์เซอร์วิส และสามารถชำระแบบวางบิลรายเดือนเพื่อออกใบเสร็จหักภาษีสำหรับลูกค้าบริษัท 

 

“เรามองว่า สกู๊ตตาร์จะเป็นโมเดลที่สามารถเติบโตได้รวดเร็ว เพราะการเป็น Asset Light Model ที่มี Tech เข้ามาช่วย และเชื่อมระหว่างผู้ใช้บริการกับเจ้าของ Asset เข้าด้วยกัน โดยที่เราเป็นแพลตฟอร์มตัวเชื่อมแต่ไม่ได้ถือ Asset ไว้ ดังนั้นการขยายไปเรื่อยๆ ก็จะเร็วกว่าการหาเงินมาลงทุนซื้อ Asset เพียงแค่เราหาคนที่เป็นเจ้าของ Asset มา Register เพิ่มกับเราที่เป็นตัวกลาง ขณะเดียวกันเราก็หาลูกค้าเพิ่มมาให้กับเจ้าของ Asset ก็จะสามารถขยายเพิ่มขึ้นไปได้พร้อมๆ กัน และเร็วกว่า ซึ่งหากเราทำให้ดีได้ก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว”

กมลพฤกธิ์ กล่าวเสริมว่า ในช่วงแรกของการทำตลาด ได้มีการศึกษาดีมานด์ของตลาด และพบว่ากลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอีในกรุงเทพฯ มีจำนวนถึงกว่า 6 แสนราย หากแต่ละรายมีการเรียกเมสเซ็นเจอร์สัก 5 – 10 ครั้งต่อเดือน ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย ซึ่งก่อนที่จะมีการพัฒนาเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นขึ้นมาก็ได้มีการเก็บข้อมูลจากเจ้าของธุรกิจ และเมสเซ็นเจอร์ว่าเคยมีรูปแบบการใช้งานอย่างไรจึงทำให้เข้าใจตลาดมากขึ้น

“ธุรกิจที่มีขนาดเล็กมากๆ หากจ้างเมสเซ็นเจอร์ประจำเป็นรายเดือน คงไม่คุ้มถ้ามีการส่งของเพียง 10 ครั้งต่อเดือน เปรียบเทียบกับการเรียกใช้บริการเมสเซ็นเจอร์ออนไลน์จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียง 3,000 บาทเท่านั้น เราจึงมองในมุมของธุรกิจขนาดเล็กในแง่ของการแชร์ Asset ร่วมกับคนอื่น โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว เมสเซ็นเจอร์ทุกคน คือ Asset ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีเมสเซ็นเจอร์เป็นของตนเอง เพราะบางวันก็มีงานส่งน้อย หรือบางวันส่งเยอะถ้ามีเมสเซ็นเจอร์คนเดียวก็คงไม่พอ เราจึงคิดว่า สกู๊ตตาร์จะสามารถเข้าไปตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ให้กับธุรกิจขนาดเล็กได้ทั้งในเรื่องของการเก็บเช็ค วางบิล ส่งเอกสาร รวมถึงการส่งสิ่งของขนาดเล็ก ยกเว้นเรื่องของการรับ-ส่งคนที่เราจะไม่ทำ”  

โมเดลรายได้จะเป็นในลักษณะของการแบ่งส่วนค่าเช่าใช้ซอฟต์แวร์ จะตัดเปอร์เซ็นต์ส่วนไว้มาเป็นค่าเช่าใช้ซอฟต์แวร์ ส่วนที่เหลือก็จะตรงให้กับแมสเซนเจอร์เป็นค่าบริการ ซึ่งหากลูกค้ามีการเรียกใช้บริการหลายๆ ครั้งในรอบหนึ่งเดือน ก็จะมีโปรโมชั่นออนท็อปให้กับลูกค้า 

“สำหรับเมสเซ็นเจอร์ที่เข้ามาลงทะเบียนรับงานกับสกู๊ตตาร์บางคนมีรายได้มากขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า และบางรายสามารถทำรายได้สูงสุดถึง 30,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้เสริมในระดับหมื่นบาทอีกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีเมสเซ็นเจอร์ให้บริการในพื้นที่การเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจุดที่มีการเรียกใช้บริการมากที่สุด คือ พื้นที่ในเขต CBD จะหนาแน่นทั้งคนใช้บริการ และเมสเซ็นเจอร์ และแผนการในอนาคตอาจมีการขยายออกไปสู่หัวเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองธุรกิจอย่างพัทยา ชลบุรีอีกด้วย”

อย่างไรก็ตาม สภาพการแข่งขันในตลาดเมสเซ็นเจอร์ออนไลน์ แม้ว่าจะเริ่มมีคู่แข่งขันจากต่างชาติเข้ามามากขึ้น แต่ กมลพฤกธิ์ ก็มองว่า แต่ละเจ้ามีการเจาะกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ไม่เหมือนกันทั้งหมด มองโดยภาพรวมก็เป็นรูปแบบเดียวกัน คือ เรียกมอเตอร์ไซค์ผ่านแอพ แต่มองในเชิงกลยุทธ์แต่ละเจ้าจะจับกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ไม่ได้ซ้อนทับกันมาก แต่อนาคตหากมีการซ้อนทับกันมากขึ้นก็จะยังโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายเดิม แต่จะพัฒนารูปแบบการให้บริการให้ดีที่สุดเพื่อสร้างความพึงพอใจให้มากที่สุด

“อนาคตเราอยากเป็นเบอร์ต้นๆ ของการเรียกเมสเซ็นเจอร์ออนไลน์ เพราะเราอยากเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้กับการทำงานของธุรกิจเอสเอ็มอี และหากเป็นไปได้ก็อยากไปเปิดตลาดในต่างประเทศหลังจากประสบความสำเร็จในตลาดเมืองไทยแล้วเช่นกัน” กมลพฤกธิ์ กล่าว 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

saf bor bulaşık deterjanı kekreyemiş tozu prox hap eco slim micro touch solo mavi serum mumiyo macunu şahmerdan gold keto tabs esila fantastik dörtlü yaz çayı orviax kaçkar ayısı balı macunu Watch HD Free Porn Watch Free HD XNXX Porn