9,770
VIEWS

เจียไต๋ – พริกไทยตรามือ 2 แบรนด์ 2 ตำนานจากเยาวราช

Nov 22, 2017 R.Somboon

หากมองย้อนเข้ามาที่ประวัติธุรกิจ แรกกำเนิดในสยามประเทศ เกิดจากการเข้ามาทำการค้าของคนจีน ที่เข้ามาค้าขายกับคนชั้นสูงในประเทศ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3

เมื่อมีการตัดถนนเยาวราชขึ้นมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ย่านนี้ กลายมาเป็นย่านการค้าที่สำคัญของกรุงเทพฯ เพราะเป็นศูนย์รวมของคนจีนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงของการปฏิวัติประเทศจีนในยุค 1930 ที่มีคนจีนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในบ้านเราเป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่า เยาวราช ที่กลายเป็นศูนย์รวมของคนจีน จึงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่คนจีน ซึ่งอพยพหนีความแห้งแล้งและฝืดเคืองในประเทศออกมาตายดาบหน้า เลือกที่จะมุ่งมา

ด้วยจุดเด่นของการเป็นย่านธุรกิจและการค้าในอดีต ที่มีทั้งถนนซึ่งถูกตัดคู่ขนานไปกับแม้น้ำเจ้าพระยา ทำให้เยาวราช ทวีบทบาทสำคัญต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเวียดนาม ที่เยาวราชได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของการค้าส่งที่สำคัญ จนทำให้เกิดบริษัทเทรดดิ้งสำคัญๆ มากมาย ในกาลครั้งนั้น

เช่นเดียวกัน เยาวราช เป็นจุดกำเนิดของกลุ่มทุนสำคัญๆ ของบ้านเรา ถนนเยาวราชเป็นถนนสายมังกรที่เหมาะสมกับฮวงจุ้ย มีธุรกิจเล็กๆ ที่มากับเรือสำเภา เพราะติดแม่น้ำทรงวาดเจ้าพระยา  โดยที่ทรงวาดมีท่าเรือสำหรับขึ้นถ่ายสินค้า พืชผลเกษตรจากต่างจังหวัดก็จะมาลงที่นี่ทำให้เกิดเป็นธุรกิจ  และที่เซ็นทรัลอยู่วังบูรพา เพราะบริเวณนั้นในสมัยก่อนจะเหมือนสีลม เป็นพื้นที่ที่เจริญต่อเนื่องจากพื้นที่เยาวราช เหมือนกับวอลล์สตรีท  ธุรกิจการค้าของเมืองไทยในยุค 50 ปีที่แล้ว คือสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาขึ้นที่นี่ทั้งหมด กลายเป็นแหล่งใหญ่ของธุรกิจของประเทศ

ทำให้กลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ ของประเทศส่วนหนึ่งมีการพัฒนามาจากเทรดเดอร์ มาเป็นหยงหรือพ่อค้าคนกลางที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจึงเกิดการพัฒนาตัวเอง ซึ่งในยุคนั้นจะมีกลุ่มคนลักษณะแบบนี้จำนวนมากช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกได้ว่า ศาสตร์แห่งการค้าขายจะเริ่มก่อกำเนิดในเขตนี้บริเวณย่านนี้

หลายระบบทั้งค้าส่ง ค้าปลีก ยี่ปั๊วก็เริ่มมาจากจุดนี้  และเติบโตออกไปตามต่างจังหวัดไปเป็นเถ้าแก่ใหญ่ กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโล้เรือสำเภามาที่ประเทศไทย และมีการส่งเรือเล็กออกไปรับสินค้าก่อนจะพายเรือเข้ามาขาย และเมื่อรับมาจำนวนมากขึ้นก็ค่อยๆ พัฒนามาจนเป็นยี่ปั๊ว ถือเป็นมหาวิทยาลัยทางด้านค้าขายในชีวิตจริง

2 กรณีศึกษาต่อจากนี้ไป คือแบรนด์ที่มีจุดกำเนิดจากเยาวราช จนก้าวผ่านขึ้นมาเป็นแบรนด์ไทยที่เป็นที่รู้จักทั้งในบ้านเรา และหลายประเทศทั่วโลก

ง่วนสูน....

พริกไทยมีตำนาน

ง่วนสูน ตรามือที่ 1 แบรนด์พริกไทยชื่อดังของบ้านเรา ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดกำเนิดมาจากย่านเยาวราช ก่อนที่จะก้าวข้ามออกมาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีขอบข่ายการทำธุรกิจก้าวออกไปในหลายประเทศ

ง่วนสูน วันนี้ อยู่ในวัยเลยแซยิด หรือกว่า 60 ปี  ซึ่งหากมองย้อนไปในจุดตั้งต้นนั้น ง่วนสูนก็คล้ายๆ กับบริษัทที่มีแหล่งกำเนิดมาจากย่านเยาวราชหลายๆ ราย ที่เริ่มจากรุ่นปู่หรือรุ่นพ่อ อพยพมาจากเมืองจีนเข้ามาเริ่มต้นทำการค้าเล็กๆ ก่อนที่จะพัฒนาตัวเองก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ 

ธุรกิจง่วนสูน ตรามือ มาถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ธุรกิจเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่นปู่ ในยุคเสื่อผืนหมอนใบที่มาจากซัวเถา เมืองจีน ธุรกิจไม่ได้ทำพริกไทยมาตั้งแต่เริ่มแรก แต่เดิมทำธุรกิจยาเส้นอยู่ในตรอกโรงฉุน คลองโอ่งอ่าง สะพานหัน ทั้งตรอกนั้นในสมัยก่อนขายแต่ยาเส้น ในยุคสงครามทุกคนจะซื้อยาเส้นแบบกระป๋องและนำมามวนกระดาษเอง พอมาช่วงหลังจึงหันมาทำยาเส้นเอง เนื่องจากร้านคุณปู่อยู่แถวสะพานหัน  คลองโอ่งอ่าง โดยวัตถุดิบจะรับมาจากทางภาคเหนือ

วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานบริหาร กลุ่มบริษัทง่วนสูน เคยให้สัมภาษณ์ถึงจุดกำเนิดของง่วนสูนให้ฟังว่า คุณพ่อก็ช่วยคุณปู่ขายยาเส้นมาตลอดจนกระทั่งคุณพ่ออายุได้ 18- 19 ปี ก็เริ่มมีความคิดที่อยากจะทำธุรกิจของตัวเอง เพราะธุรกิจยาเส้นเริ่มวาย หลังมีการตั้งโรงงานยาสูบ เริ่มมีผลิตแบบเป็นมวนออกมาจำหน่าย คนจึงนิยมมากกว่า โดยที่คุณพ่อก็เดินไปหาซื้อของมาแบบซื้อมาขายไปแถวถนนทรงวาด ซึ่งสมัยก่อนย่านถนนทรงวาดจะเป็นหยง คือคนกลางที่ช่วยประสานการขายสินค้า เป็นแหล่งสินค้าส่งด้านการเกษตร  ใครจะซื้ออะไร เช่น กระเทียม พริก ก็ต้องไปหาซื้อย่านถนนทรงวาด  เนื่องจากเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรที่ทุกคนจะไปหาซื้อ เมื่อไปเดินดูก็พบร้านหนึ่งที่ขายสินค้าด้านการเกษตร มีถั่ว พริก  พริกไทย ซึ่งในสมัยก่อนจะขายกันแบบล็อตใหญ่ๆ จึงคิดจะทำขายแบบขายปลีกสำหรับคนที่ซื้อครั้งละไม่มาก จึงเป็นที่มาให้เราซื้อแบบถุงแล้วมาทำเป็นถุงเล็กๆ มาแบ่งขาย ถุงละ 50 กรัม 100 กรัม

ธุรกิจของง่วนสูน จึงเริ่มจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังไม่มีใครทำตลาดพริกไทยแบบขายปลีกเพื่อเจาะรายย่อยที่พร้อมๆ กับการสร้างตรายี่ห้อ ง่วนสูน “ตรามือ” ที่ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปมือที่กล่อง แสดงถึงคุณภาพ แทนคำว่า Good จึงเอาสัญลักษณ์นี้มาใช้เป็นตราพริกไทยที่ขายอยู่หน้าร้าน เป็นที่มาของคำว่า พริกไทยตรามือที่ 1 ก่อนที่จะมีการพัฒนาธุรกิจจนเติบโตขึ้นมาเป็นบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายพริกไทย และเครื่องเทศทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อรูปแบบการบริโภคของผู้คนในสังคมเปลี่ยนไป พริกไทยและเครื่องเทศถูกมองว่าเป็นสินค้าของคนรุ่นปู่ ร้านค้าเครื่องเทศส่วนมากก็มักจะดูทึมๆ เก่าๆ โบราณ พลิกไทยตรามือ จึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาด โดยนำหัวใจหลักของ “เครื่องเทศ” มาพลิกรูปแบบการนำเสนอ เพื่อให้สามารถมัดใจคนรุ่นใหม่ และสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปได้ โดยเฉพาะกับการทำตลาดเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการสื่อสารแบบใหม่ๆ รวมถึงการทำหน้าร้านที่มีการดิสเพลย์ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้แบรนด์พริกไทยที่มีจุดกำเนิดจากเยาวราชแบรนด์นี้ ยังคงอยู่ในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง

แม้ปัจจุบันธุรกิจหลัก รวมถึงการผลิตของง่วนสูนจะมีการย้ายออกมาจากเยาวราช แต่ก็ยังมีการเปิดร้านที่อยู่ในเยาวราช เพื่อเป็นแหล่งสำหรับการขายส่ง เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าแบบขายส่ง ขณะเดียวกัน ก็ใช้เป็นจุดในการบอกเล่าเรื่องราวของพริกไทย ตรามือ ที่มีจุดกำเนิดและความผูกพันกับเยาวราชมาอย่างยาวนาน.... 

เจียไต๋...

เมล็ดพันธุ์เยาวราช

บรรษัทระดับโลกอย่างกลุ่มซีพี หรือเจริญโภคภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มทุนที่มีแหล่งกำเนิดมาจากย่านเยาวราช โดยย้อนหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2464(1921) 2 พี่น้องจากแผ่นดินใหญ่ คือ เจี่ย เอ็กซอ และ เจี่ย เซี่ยวฮุย ข้ามน้ำข้ามทะเลจากแผ่นดินใหญ่ เข้ามาเปิดร้านขายเม็ดพันธุ์ ชื่อ “เจียไต้จึง” บริเวณถนนทรงสวัสดิ์ ซึ่งต่อมาคนไทยจะเรียกกันติดปากว่า “ เจียไต๋”  

ทำไมจึงต้องเป็นการเริ่มต้นที่ “เยาวราช” เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่า เยาวราชเองเป็นแหล่งรวมของกรุงเทพฯ ในยุคสมัยก่อน ซึ่งในขณะนั้นสุขุมวิทเรียกได้ว่าบ้านนอก ตั้งแต่ย่านนานาไล่ไปทั้งเส้นสุขุมวิท ถึงพระโขนงเป็นย่านนอกเมือง สาทร สีลม ก็ไม่ได้เป็นเหมือนปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าพื้นที่ตรงเยาวราชนี้เป็นศูนย์กลาง และคนจีนจากโพ้นทะเลก็จะมารวมกันอยู่บริเวณนี้

จุดเปลี่ยนของเจียไต๋ที่ทำให้เติบโตขยายมาสู่ธุรกิจขนาดใหญ่มาจากความสามารถในการรับช่วงธุรกิจต่อของรุ่นลูก จากที่ 2 ผู้ก่อตั้งเดินทางเข้ามาตั้งแต่ยังไม่ได้ร่ำรวย และเดินทางมาที่ประเทศไทยเพราะในจีนมีความอดอยาก จากภัยธรรมชาติแห้งแล้ง จึงกระจายกันไปตามที่ต่างๆ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อเมริกา ทำให้คนจีนกระจายไปทั่วโลก แต่ตระกูลแต่เจี่ยไต๋ เลือกที่จะมาที่ประเทศไทย มาบุกเบิกในเรื่องของเมล็ดพันธุ์

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกของเจียไต๋ เกิดขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ การพัฒนาสายพันธุ์พืช โดยมีสถานีวิจัยในจีน แปะซัวหลงเตี๊ยว และเป็นคนแรกในประเทศจีนที่มีการพัฒนาแตงโมลูกผสม ซึ่งเมื่อมาอยู่ที่ไทยก็มีการส่งของเข้ามาขายในไทย มีการขายเมล็ดพันธุ์  เริ่มด้วยความไม่ใหญ่โตมาก แต่ทำธุรกิจอย่างจริงใจ ขยันหมั่นเพียร ก็เลยทำให้ธุรกิจที่ทำเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าเมล็ดพันธุ์จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่รุ่นลูกก็มีการขยายธุรกิจไปทำการค้าขาย ไปขายวัตถุดิบ ไปขายอาหารสัตว์ โดยรุ่นที่ทำให้ธุรกิจเติบโตขยายตัวได้มากคือรุ่นที่ 2 คือรุ่นของคุณจรัญ คุณมนตรี คุณสุเมธ และคุณธนินท์ ที่ทำให้กลุ่มเจียรวนนท์ มีชื่อเสียงขึ้นมา จนกลายเป็นกลุ่มทุนอันดับต้นๆ ของบ้านเรา

 ธุรกิจของตระกูลเจียรวนนท์ ก็คล้ายๆ กับตระกูลอื่นๆ ในพื้นที่ คือมีจุดเริ่มต้นหรือมีจุดกำเนิดที่เยาวราช ก่อนจะขยายและออกไปเติบโตที่อื่น โดยกลุ่มซีพี มีการตั้งโรงงานอาหารสัตว์แห่งแรกที่ตรอกจันทร์ จากตรอกจันทร์ก็ขยายโรงงานเพิ่มเติมที่ กม .21 ที่บางนา ก่อนจะขยายมาเรื่อยๆ จนสามารถฉลองครบ 60 ปีของธุรกิจอาหารสัตว์ของกลุ่มซีพี หลังการก่อตั้งเจียไต๋ในไทยได้กว่า 32 ปี    

สิ่งที่ทำให้เยาวราช เป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ใหญ่ๆ  คือลักษณะของคนจีน ไม่ว่าจะอยู่ในเยาวราชหรือที่ไหน แต่ความเป็นคนจีนที่มีลักษณะชอบทำมาค้าขาย ขยันสู้งาน จึงประสบความสำเร็จ ซึ่งเยาวราชเป็นเพียงสถานที่ที่คนจีนมาอยู่รวมกันเยอะๆ และเกิดเป็นไชน่าทาวน์ ซึ่งเป็นแหล่งที่คนจีนมาอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้หลายธุรกิจเกิดและเติบโตจากที่นี่

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.