7,141
VIEWS

New China Town ถึงเวลาเยาวราชพัฒนาแนวตั้ง

Nov 22, 2017 S.Vutikorn

China Town ของไทยนั้นตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราชและบริเวณใกล้เคียงซึ่งถือเป็นแหล่งค้าขายสินค้าจากเมืองจีนที่สำคัญมานับ 100 ปี จนเป็นที่รู้จักมักคุ้นของคนไทยเป็นอย่างดี

ถ้าเปรียบเยาวราชเป็นมังกรก็พอจะแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลักตามความยาวของท้องถนน คือ หัวมังกร, ท้องมังกร และหางมังกร

“หัวมังกร” คือเริ่มตั้งแต่บริเวณวงเวียนโอเดี้ยนที่ใช้จัดงานเทศการตรุษจีนเยาวราชทุกปีเป็นต้นมา ซึ่งในย่านนี้ คือ วงเวียนโอเดี้ยน, วงเวียน22, วัดไตรมิตรถือเป็นแหล่งขายสินค้าประเภทเหล็ก, เครื่องจักรกล, ยางรถยนต์, และร้านทำป้ายโฆษณาเก่าแก่ของไทย บริษัทขนาดใหญ่ก็ล้วนแต่มีจุดเริ่มต้นจากย่านการค้านี้ทั้งนั้น

ถัดมาในส่วนที่ 2 ก็คือ ท้องมังกร คือบริเวณถนนมังกร, ถนนแปลงนาม, ทรงวาด, สำเพ็ง, วัดมังกรมลาวาส ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายทองรูปพรรณ, ของกินของใช้คุณภาพจากเมืองจีนรวมไปถึงเป็นแหล่งอาหารสตรีทฟู๊ดชื่อดังที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเดินเลือกรัปประทานอาหารในยามค่ำคืน

บริเวณที่เรียกว่า “ท้องมังกร” นี้ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

สุดท้ายก็คือหางมังกร คือ นั้นจะอยู่บริเวณย่านสัมพันธวงศ์, ถนนจักรวรรดิ, ถนนมหาจักร, คลองถมไปจนถึงคลองหลอด ซึ่งจะเป็นย่านค้าส่งผ้า วัสดุตัดเย็บ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

New China Town

เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา

แรกเริ่มเดิมที่เยาวราชเป็นเพียงย่านการค้าเล็กๆ แต่พอนานวันเข้า บ้านเมืองก็เจริญขึ้นย่านเยาวราชก็มีการขยับขยายพื้นที่ออกไปยังบริเวณใกล้เคียงตามการขยายตัวของประชากรและขนาดของธุรกิจ ทำเลค้าขายในย่านนี้จึงติดอันดับที่ดินซึ่งมีมูลค่าสูงสุดทุกปี โดยเฉพาะในย่านสำเพ็ง

ทุกวันนี้ความต้องการที่จะครอบครองพื้นที่ในแถบเยาวราชนั้น ทั้งเพื่อการค้าขายและอยู่อาศัยนั้นมีสูงมาก ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ที่เป็นห้องแถวมีการปรับตัวเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการย้ายที่อยู่อาศัยออกไปยังเขตรอบนอก อาทิ ย่านฝั่งธน เพื่อนำเอาที่พักอาศัยมาดัดแปลงเป็นร้านค้าแทน

แม้จะมีการปรับตัวอย่างไรแต่ความต้องการที่อยู๋อาศัยร้านค้าในระแวกนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่ดี เพราะมี Demand ที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา

สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด กล่าวว่า ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในย่านเยาวราชใช่ว่ามีเงินแล้วจะสามารถหาซื้อได้ เหตุผลมาจากพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกจับจองมานานเป็นชั่วอายุคนแล้ว ส่วนที่ปล่อยขายหรือเช่าใหม่ก็มีราคาที่สูงมาก

“เยาวราชถือเป็นทำเลทองคำของกรุงเทพฯ มีดีมานด์ในด้านที่อยู่อาศัยและแหล่งค้าขาย ทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจในปริมาณที่สูงมากและเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งยังมีประชากรและร้านค้าหนาแน่น ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่นี้มาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน แต่ธุรกิจอสังหาฯ ของย่านนี้กลับไม่มีพื้นที่ว่างเพื่อการพัฒนามานานกว่า 30 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ เก่าที่มีค่าเซ้งเปลี่ยนมือในอัตราที่สูงถึงห้องละ 40 ล้านบาท และในบางพื้นที่ยังเป็นเขตอนุรักษ์เมืองเก่าทำให้การ พัฒนาต้องใช้ความระมัดระวังสูง การพัฒนาโครงการ I’m China Town จึงถือเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ที่ดึงดูดความสนใจของกำลังซื้อย่านเยาวราชอย่างชัดเจนหลังจากที่ขาดซัพพลายมานาน”

รถไฟฟ้าใต้ดินจุดเปลี่ยนสำคัญ

ตามแผนงานของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นั้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ช่วงที่ 2 หัวลำโพง-หลักสอง ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกันยายน 2562

และเพื่อรองรับกับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตทางบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มีการสั่งซื้อรถไฟฟ้าใหม่จำนวน 35 ขบวนด้วยงบการลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาให้บริการภาย

โดยการสั่งซื้อครั้งนี้ทาง BEM ได้มีการเร่งรัดแผนการผลิตและทดสอบรถไฟฟ้าจำนวน 3 ขบวนแรกให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อเริ่มนำมาให้บริการในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 ก่อนที่ส่วนต่อขยายจะพร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายน

และตามแผนงานที่วางไว้ BEM ยังเตรียมที่จะเปิดให้บริการส่วนต่อขยายเตาปูน - ท่าพระในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งจะทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสามารถให้บริการเป็นวงกลม 100% ซึ่งถึงเวลานั้นคาดว่าจะมีผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 เที่ยวต่อวัน

แน่นอนว่าการเปิดให้บริการส่วนต่อขยายนี้จะส่งผลโดยตรงกับ China Town อย่างเยาวราช เพราะส่วนต่อขยายนี้มีวิ่งผ่านถนนเยาวราชโดยมีสถานีวัดมังกรกมลาวาสตั้งอยู่ใจกลาง “ท้อมังกร” อย่างเยาวราช

การเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นนี้จะทำให้ย่านเยาวราชมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสบรรยากาศค้าขายแบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 จากที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพฯ แบบ 24 ชั่วโมง ทั้ง Day Life แบบย่านการค้า และ Night Life แบบสตรีทฟู๊ดอยู่แล้ว เยาวราชจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล

ถึงเวลาพัฒนาอสังหาแนวตั้ง

ด้วยความที่พื้นที่มีจำกัดแต่ความต้องการมีสูง เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกในที่เราจะเริ่มเห็นอาคารสูงสร้างใหม่ขึ้นมาในย่านนี้

ล่าสุด บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด ปลุกกระแสการพัฒนาพื้นที่ทำเลทองย่านเยาวราชระลอกใหม่ หลังทุ่มกว่า 3 พันล้าน ปั้นโครงการมิกซ์ยูส I’m China Town ขนาด 30,000 ตารางเมตร บนถนนเจริญกรุงในส่วนที่เรียกว่าท้องมังกร

สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด เปิดเผยว่า “I’m China Town โครงการมิกซ์ยูส สไตล์ Modern Chinese ขนาด 3 หมื่นตารางเมตร บนถนนเจริญกรุง บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินวัดมังกรกมลาวาส ประกอบด้วยธุรกิจอสังหาฯ 3 ส่วน ได้แก่ ศูนย์การค้า โรงแรม และคอนโดมิเนียม ซึ่งคาดว่ามูลค่าขายโครงการจะอยู่ที่ 4 พันล้านบาท”

ทั้งนี้ ศูนย์การค้า I’m China Town จัดเป็นศูนย์การค้าเต็มรูปแบบเพียงแห่งเดียวในย่านเยาวราช แบ่งออกเป็น 4 ชั้น โดยชั้น B จะเป็นศูนย์รวมของฝากชื่อดังในย่านเยาวราชภายใต้แนวคิด Little China Town อาทิ กระเพาะปลา ใบชา หมูแผ่น สมุนไพรจีน สุราจีน เป็นต้น ส่วนชั้น 1 เป็นแหล่งรวมร้านรีเทลทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เสื้อผ้า แฟชั่น ร้านมือถือ ร้านอาหารและเครื่องดื่มยอดฮิตสตาร์บัคส์ และเคเอฟซี ต่อมาคือชั้น 2 จะเป็นแหล่งรวมความ มั่งคั่ง เพราะมีทั้งศูนย์อัญมณี ร้านทองชื่อดังของเยาวราช และธนาคารชั้นนำ สำหรับชั้น 3 จะเป็นศูนย์รวมร้าน อาหาร อาทิ เอ็มเค บาร์บีคิวพลาซ่า ยาโยอิ และร้านท้องถิ่นสตรีทฟู้ดระดับตำนานของเยาวราช ย่านวรจักร แยกเฉลิมบุรี และเวิ้งนาครเขษม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ของศูนย์การค้าสามารถปล่อยเช่าพื้นที่ได้แล้วกว่า 70% และ คาดว่าจะสามารถปล่อยเช่าได้เต็มพื้นที่ในวันเปิดศูนย์ฯ โดยคาดว่ารายได้จากการปล่อยเช่าเต็มพื้นที่จะอยู่ที่ 30-40 ล้านบาทต่อปี

ในส่วนของโรงแรม บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับกลุ่มธุรกิจโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเทลส์ กรุ๊ป หรือ IHG หนึ่งในเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อเปิดให้บริการโรงแรมระดับ 4 ดาว ในชื่อ Holiday Inn Express China Town จำนวน 224 ห้อง ตั้งอยู่ชั้น 4-9 ของส่วนศูนย์การค้า โดยจะเน้นจับกลุ่มลูกค้า นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจชาวต่างชาติที่ต้องการพักในย่านใจกลางเมือง สะดวกในการเดินทาง เน้นความสะอาด และทันสมัย เหมาะกับทริปธุรกิจและพักผ่อนได้ในตัว สำหรับอัตราค่าห้องพักต่อคืนจะเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ซึ่ง บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งและแบรนด์ Holiday Inn Express จะทำให้โรงแรมของโครงการฯ    มีอัตราในการเข้าพัก หรือ Occupancy Rate ไม่ต่ำกว่า 80% ตลอดทั้งปี 

ส่วนของคอนโดมิเนียมมีชื่อว่า I’m China Town Residence เป็นโครงการเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเยาวราชเป็น อาคารโลวไรส์สูง 8 ชั้น พื้นที่รวมประมาณ 2,000 ตารางเมตร จำนวน 46 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 21-25 ตารางเมตร เป็นคอนโดมิเนียมแบบตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ในราคาเริ่มต้นที่ 2.9 ล้านบาท เปิดจองใน วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้โครงการ I’m China Town ยังมีที่จอดรถชั้นใต้ดิน 6 ชั้น รองรับรถยนต์ได้มากถึง 300 คัน ซึ่งเป็นที่  จอดรถที่ใหญ่ที่สุดในย่านเยาวราชอีกด้วย

“ปัจจุบัน การก่อสร้างโครงการทั้งหมดเดินหน้าไปแล้วกว่า 30% ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะแล้วเสร็จในสิ้นปี 2561 และพร้อมเปิดเต็มรูปแบบทุกส่วนในเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสาย สีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง - ท่าพระเปิดให้บริการ” 

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle