Madre Y Hija Calientes Viendo Peliculas gratis porno alte schwarze straps fotzen pakistani indain porn videos porn videos film porno swinger Xvideos Boa Foda Porno Doido Sexlog Xnxx Voglioporno
16,644
VIEWS

MI ชี้ หมดยุค mass media แล้ว!! ปี 2017 เข้าสู่ยุค segmented audience อย่างเต็มตัว

Mar 15, 2017 -None-

คุณภวัต เรืองเดชวรชัย  ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณาบริษัทมีเดียอินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI หนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการซื้อ – ขาย สื่อโฆษณา และวางกลยุทธ์สื่อสารทางการตลาดในประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีต เราคงทราบถึงอิทธิพลของ Mass Media เป็นอย่างดี ว่าทำหน้าที่เป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างมาก ทั่วประเทศ และเกือบทุกเพศทุกวัยในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งในปัจจุบัน Mass Media กำลังจะหมดไป และถูกเปลี่ยนหน้าที่เป็น segmented media ทำหน้าที่เข้าถึงaudience ในแต่ละกลุ่มย่อยหรือเรียกอีกอย่างว่า fragmented audiences  ทั้งกลุ่มที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ (Sizable segment) และกลุ่มขนาดย่อม  (Niche segment)  จึงเป็นโจทย์ที่ยาก  และท้าทายมากขึ้นสำหรับ   Media Agency ในปัจจุบัน และอนาคตที่จะวางแผนสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของ  Marketer  ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ  พูดง่ายๆคือถ้าต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม จำเป็นต้องวางกลยุทธ์การสื่อสารให้ดี โดยเลือกใช้  Media Mix ที่เหมาะสมและต้องคำนึงถึงการใช้ Multiple Platforms (cross-platform) ทั้งนี้พฤติกรรมและความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารในยุคนี้

นอกจากเรื่องสื่อแล้ว อีกปัจจัยหลักที่ทาง MI ให้ความสำคัญมาโดยตลอดและมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นๆในการเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารก็คือเนื้อหาของแบรนด์ที่จะสื่อสาร (Brand Content) ซึ่งจำเป็นจะต้องสอดคล้องกับเนื้อหาของสื่อที่เราเลือกและต้องน่าสนใจ ดึงดูดต่อกลุ่มเป้าหมาย  

ในทุกๆแคมเปญโฆษณา ทาง MI จะเข้าไปทำงานร่วมกับ Creative Agency ในการพัฒนา Customized Contents/ Preferred Contents ของAudience ในแต่ละกลุ่ม พูดง่ายๆก็คือ Big Idea ของแคมเปญโฆษณาที่ถูกคิดโดย Marketing และ Creative Agency  ทาง MI จะร่วมทำงานต่อโดยการนำ Big Idea นั้นๆมาปรับเปลี่ยนให้เป็นเนื้อหาที่เข้ากับภาษาของกลุ่มเป้าหมาย ให้เข้ากับสื่อหรือเนื้อหาของรายการที่กลุ่มเป้าหมายชอบเสพ (Customized Contents/ Preferred Contents) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสาร การรับรู้ การจดจำ นำไปสู่ความชื่นชอบในแบรนด์และเกิดการซื้อ (Brand Aware /  Brand Recall / Brand Engagement / Brand Use / Brand Love /Brand Cult)

จากแนวคิดและกลยุทธ์การสื่อสารในยุคใหม่นี้ จึงทำให้ MI ได้รับรางวัล จากสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ซึ่งจะมอบให้กับผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นผลงานที่ได้มีการเผยแพร่จริง  โดยได้รับใน 2 สาขา คือ Silver - IMC/ Multiple Platform Award และ Silver - Best Communication Strategy จากผลงานแคมเปญโฆษณา "รักคำโตโต" ของ เบทาโกร 

จากที่ได้รับมอบหมายจากเบทาโกร ทาง MI ได้ทำงานร่วมกับ Creative Agency คือ Spa-Hakuhodo โดย Big Idea คือ "ความรักที่ถ่ายทอดผ่านมื้ออาหาร" จึงออกมาเป็น Campaign Slogan "รักคำโตโต" ซึ่งจากศึกษาข้อมูลพฤติกรรมและความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายเบทาโกร ได้สรุปว่าการใช้เพลงรักโรแมนติคเป็น hero content หลักในการสื่อสารการตลาดของแคมเปญนี้ (Music + Love) โดยเริ่มพัฒนา content โดยได้พันธมิตรอย่าง GMM Grammy และศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบด้านผลงานเพลงรักคือ ลุลา และเบน ชลาทิศ มาเป็นคู่ดูโอ้มาขับร้องเพลง "รักคำโตโต

การวางกลยุทธ์การสื่อสารของแคมเปญ "รักคำโตโต" นี้ค่อนข้างแตกต่างและนอกกรอบ โดยทาง MI ไม่ได้ใช้ท่ามาตรฐานของ Media Planในการlaunch แคมเปญโฆษณาทั่วไป เนื่องจาก Hero content ของแคมเปญนี้คือ เพลง

การวางกลยุทธ์การสื่อสารแคมเปญนี้จึงเป็นในรูปแบบคล้ายๆการโปรโมทเพลง ๆ นึงให้ดังโดยไม่ยัดเยียด หรือใส่แบรนด์เข้าไปแต่อย่างใด (unbranded song/ MV) เพราะถ้าเพลงไม่ดัง..ก็พังทั้งหมดไม่ว่าจะแบรนด์หรือเพลงก็ตาม

ขอสรุปกลยุทธ์การสื่อสารดังต่อไปนี้

สัปดาห์ที่ 1-2: ปล่อยเพลงและ MV "รักคำโตโต" ไปยังเครือข่ายของ GMM Grammy (เหมือนการปล่อย New Release ทั่วไป)

สัปดาห์ที่ 3-4: ปั่นกระแสเพลงและ key word "รักคำโตโต" ไปนอกเครือข่าย GMM Grammy อาทิ นำท่อน  ฮุกของเพลงไปใช้ในรายการVariety, Game Show, Reality Game เสริมด้วยการใช้ Celebrity และ Online Influencers สร้างกระแส  key word "รักคำโตโต" โดยการติดHashtag #รักคำโตโต และโพสรูปที่เริ่มเกี่ยวข้องกับอาหาร (การป้อน, การกิน, มื้ออาหาร) โดยยังไม่มีแบรนด์ "Betagro" เข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

สัปดาห์ที่ 5-6: ปั่นกระแสต่อเนื่องของศิลปินดูโอ้ทั้ง 2 ที่ขับร้องเพลง "รักคำโตโต" การมาร่วมงานกัน และการถ่าย MV ซึ่งทั้ง 2 ได้ร่วมแสดงในบทบาทที่แตกต่างแปลกตา พร้อมโปรโมทและปั่นกระแสนักแสดงนำชายหญิงใน MV คือทอมมี่และเล็ก

สัปดาห์ที่ 7 เป็นต้นไป: เริ่มปล่อยแคมเปญโฆษณา "Betagro-รักคำโตโต" ยังกลุ่มเป้าหมายไปผ่านสื่อต่างๆทั้ง Online และ Offline โดยมีจุดเชื่อมโยงกับกระแสของเพลงและ MV "รักคำโตโต" คือใช้เพลงประกอบในหนังโฆษณา (TVC) และสปอตวิทยุ รวมถึงใช้สโลแกนของแคมเปญโฆษณา "รักคำโตโต" ไปกับทุกสื่อ และใช้ presenter คนเดียวกับพระเอก/นางเอก MV คือ ทอมมี่และเล็ก

ต่อยอดคอนเซ็ปต์ "Betagro-รักคำโตโต" อาหารสื่อสารความรู้สึกเนียนเข้าไปกับสื่อต่างๆเช่น การทำ tie-in ในราการโทรทัศน์ ให้ดารานักแสดงพูดถึงเมนูอาหารที่ตนคิดว่าสื่อสารความรู้สึกของตนได้ดี, การใช้ Online Influencers ช่วยต่อยอดคอนเซ็ปต์ ผ่านภาษาและสไตล์ของinfluencer นั้นๆ

Achievement ของแคมเปญนี้คือ การทำให้แบรนด์ Betagro ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารและวัตถุดิบอาหาร สามารถถ่ายทอด Brand Message/ Promiseและ Benefit ไปยังกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบ Emotional Approach ได้อย่างดี (เพราะเราตระหนักดีว่าการโฆษณาตรงๆว่าแบรนด์และสินค้าเราดีอย่างไร น่าเชื่อถืออย่างไร อาจจะไม่ดึงดูดและได้ใจกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย Functional AD)

จากนี้ไปเราคงจะได้เห็นการแข่งขันทางการตลาดโดยใช้การสื่อสารที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยวัฒนธรรม พฤติกรรม ภาษา ที่เป็นแบบเดียวกันกับกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น  และมีแนวโน้มว่าจะแข่งขันกันรุนแรงขึ้นหลายเท่า

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort