7,309
VIEWS

ไทยเบฟ เติมเต็มทุกพอร์ตสินค้า เดินหน้าเป้าหมาย Reginal Brand

Oct 06, 2017 S.Worapol

ไทยเบฟ ได้ประกาศวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจแผนระยะยาว 6 ปี เป็นการสร้างความชัดเจนของกลุ่มธุรกิจในเครือทั้ง ธุรกิจสุรา, ธุรกิจเบียร์ และธุรกิจที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม) และวางเป้าหมายในการเติบโต สร้างความแข็งแกร่งในอนาคต

และวันนี้ Vision 2020 หรือแผนดำเนินการระยะ 6 ปี เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 ได้เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว แต่ทั้ง 5 กลยุทธ์หลัก ที่กำหนดไว้ก็ยังคงมีความชัดเจนและถูกอัพเดทตามการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  อธิบายว่า “การกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องของการสร้างสรรค์การเติบโตทางธุรกิจที่มาพร้อมกับการแบ่งปันคุณค่าร่วมกัน โดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายมาสอดประสานกันจะนำไปสู่ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่มีความมั่นคงและยั่งยืนในภูมิภาค”

สร้างการเติบโตในทุกมิติ

หนึ่งในหลักใหญ่ใจความสำคัญของ Vision 2020 คือการสร้างการเติบโตและก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ระดับ Reginal ให้ได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า ไทยเบฟต้องทำการบ้านอย่างหนักที่จะต้องเข้าใจตลาด เข้าใจการแข่งขัน และเข้าใจบริบทของตัวเองในการรุกตลาดแต่ละพื้นที่ 

ซึ่งที่ผ่านมาไทยเบฟใช้บทบาทของการเป็น Market Leader สร้างการเติบโตด้วยยุทธศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก การออกสินค้าใหม่อยู่เสมอ หรือแม้แต่การเข้าควบรวมกิจการผนวกความแข็งแกร่งของสององค์กรเพื่อการเติบโตที่เร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของยอดขายไทยเบฟ มียอดขายรวมกว่า 1.42 ล้านบาท เติบโตลงลง 6% แต่ในฝั่งของกำไรมีอัตราการเติบโตกว่า 3.1% หรือคิดเป็น 2.11 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญคือการเตรียมงบลงทุนในปีงบประมาณนี้ไว้กว่า 7,400 ล้านบาท 

เติมเต็มทุกพอร์ทสินค้า รุกตลาดด้วยความหลากหลาย

สังเกตให้ดีเราจะเห็นว่าสินค้าทั้ง ธุรกิจสุรา, ธุรกิจเบียร์ และธุรกิจที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม) ถูกสร้างความหลากหลายทั้งในแนวกว้างและแนวลึก ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าไทยเบฟพยายามที่จะเจาะตลาดแต่ละ Segment ด้วยสินค้าในมุมของ รสชาติ ขนาด รูปแบบการนำเสนอ

อย่างธุรกิจสุรา ไทยเบฟได้มีการอัพเกรดผลิตภัณฑ์สุราขาวแบรนด์ รวงข้าว ให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ปรับแบรนด์ให้เป็น “รวงข้าวซิลเวอร์” (Ruang Khao silver) เพื่อเป็นการเจาะตลาดระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น รวมถึงยังใช้เป็นสินค้าที่บุกตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ประภากร ทองเทพไพโรจน์  กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจสุรา กล่าวว่า  “เรามีการพัฒนาสินค้าและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ตลาดเครื่องดื่มสุรา ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศอยู่เสมอ สำหรับ รวงข้าวซิลเวอร์ ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ ถือเป็นการยกระดับสินค้าตรารวงข้าวซึ่งเป็นสุรายี่ห้อแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ เบลนด์ 285 ซึ่งเป็นผู้นำสุราสีที่มีภาพลักษณ์สากลมานานกว่า 10 ปี ได้ออกแคมเปญใหม่พร้อมขวดใหม่ ดูทันสมัยและดึงดูดใจผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้า และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่เทียบเท่ากับสุราต่างประเทศระดับพรีเมี่ยม”

อีกหนึ่งธุรกิจที่มีการเติมเต็มพอร์ทสินค้าให้มีความหลากหลายมากกว่าเดิมคือ กลุ่มธุรกิจอาหาร ที่มีตั้งแต่แบรนด์ระดับ Street food และ QSR, Casual dining ไปจนถึง Fine dining ครอบคลุม Segment ตลาดอาหารใหญ่ๆ ทั้ง ญี่ปุ่น ไทย จีน ตะวันตก นอกเหนือจากการใช้กลยุทธ์ในการขยายสาขาแล้ว ไทยเบฟก็ยังใช้แนวทางการเข้าซื้อ ควบรวมกิจการในเชนธุรกิจอาหารที่ได้รับความนิยมเพื่อเข้ามาเติมเต็มในพอร์ทสินค้าที่ขาดอยู่นั่นเอง

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล  กรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจอาหาร ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า “ด้วยนโยบายการขยายและพัฒนาธุรกิจร้านอาหารที่ครอบคลุมในหลากหลายโมเดล ทั้งการสร้างแบรนด์ใหม่ การร่วมทุน และการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ร้านอาหารชั้นนำทั้งจากในและต่างประเทศ ทั้งหมดเป็นการซัพพอร์ทกลุ่มไทยเบฟให้มีความชัดเจนในเรื่องของ Food & Beverage และ ก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารอย่างครบวงจรในอาเซียน”

ในส่วนของธุรกิจเบียร์ ก็มีความเคลื่อนไหวมิใช่น้อย  เอ็ดมอนด์ นีโอ คิม ซูน กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจเบียร์ย้ำว่าเป้าหมายของธุรกิจเบียร์คือการก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ทั้ง ช้าง, เฟดเดอบรอย และ อาชา ที่ทำหน้าที่ตอบโจทย์ตลาดในแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน 

ย้ำบทผู้นำตลาดเครื่องดื่ม

กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ยังคงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีขนาดใหญ่เห็นได้จากการเข้าไปปักหมุด อยู่ใน 3 ประเทศ คือ ไทย, มาเลเซียและสิงคโปร์ ผ่านการทำตลาดของทั้งไทยเบฟ และ F&N รวมถึงสนามที่ลงแข่งขันก็ถือว่าเป็นตลาดใหญ่มีผู้เล่นหลักๆ ที่เชือดเฉือนกันเพียงไม่กี่รายเท่านั้น อย่าง ตลาดน้ำดื่ม ชาพร้อมดื่ม และน้ำอัดลม

ลี เม็ง ตัท กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อธิบายต่อไปอีกว่า ทั้งแบรนด์โออิชที่มี Market Share อันดับ 1 ของตลาดชาพร้อมดื่ม รวมถึงคริสตันมีมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างรวมเร็ว ทำให้การวางเป้าหมายในทุกแบรนด์ของไทยเบฟคือการเป็นที่ 1 หรือที่ 2  ของตลาด รวมถึงการบุกตลาดในระดับ ASEAN ต่อไป

เลสเตอร์ เต็ก ชวน ตัน กรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อธิบายต่อไปอีกว่า ไทยเบฟกำลังมองตลาดใหม่อย่าง คือ เมียนมา, อินโดนีเซีย และเวียดนามซึ่งมีศักยภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศที่เหลือคือ ลาว, กัมพูชา, บรูไน และฟิลิปปินส์ ก็เป็นโอกาสที่จะเข้าไปอีกด้วยเช่นกัน

ฐาปน อธิบายต่อไปอีกว่า "ช่วง 3 ปีแรกของ Vision 2020 คือการวางรากฐาน สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน สร้างความเข้าใจของแต่ละกลุ่มธุรกิจในเป้าหมายเดียวกัน เวลาที่เหลือหลังจากนี้คือความชัดเจนที่จะทำให้ทุกกลุ่มธุรกิจสามารถเติบโตด้วยความสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ก้าวขึ้นเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ครบวงจรใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ในที่สุด"

เหลืออีก 3 ปี ก็จะถึงปี 2020 จะว่าเร็วก็เร็ว จะว่าช้าก็ช้า แต่ BrandAge Online เชื่อเหลือเกินว่าสำหรับไทยเบฟคงจะเป็นเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะต้องทำงานหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในทุกๆ วัน

การขยับจาก Local Brand สู่ Reginal Brand คงจะไม่ใช่เป้าที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว เรามารอวันที่ ไทยเบฟขยับสู่การเป็น Global Brand ในฐานะแบรนด์ของคนไทยกันนะครับ 

ไทยเบฟเวอเรจ

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

buy spotify followers mumiyo macunu eşkina balığı taşı proment damla kekreyemiş tozu Yalancı Portakal Merhemi arı zehiri kremi bee cure krem titan gel gold wixy beauty kekreyemiş tozu borev tablet bulaşık makinesi deterjanı stag 9000 sprey mavi su
izmit escort ankara escort