Facebook เผย 3 เทรนด์มาแรงช่วงวิกฤต COVID-19

May 21, 2020 S.Vutikorn

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงที่คนทั่วโลกต้องต่อสู้กับวิกฤตไวรัส COVID-19 ซึ่งหนึ่งในมาตรการการสกัดการระบาดที่ได้ผลก็คือ การกักตัวอยู่บ้าน ลดการเดินทาง ซึ่งทำให้ 3 เดือนที่ผ่านมาเกิดเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Work From Home ขึ้นทั่วโลก

การเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลกระทบในทางบวกอย่างมากกับธุรกิจโซเชียลมีเดีย เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่มากขึ้น รวมถึงมีระยะเวลาการใช้งานต่อวันที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยเฉลี่ยแล้ว มีผู้ใช้งานแอพในเครือของ Facebook หนึ่งแอพเป็นอย่างน้อยมากกว่า 3 พันล้านคนต่อเดือน โดยมีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 2.6 พันล้านคนต่อเดือน และมีผู้ใช้งานมากกว่า 1.73 พันล้านคนต่อวันบนแพลตฟอร์ม โดยเฉลี่ยแล้ว มีผู้ใช้งาน Facebook, WhatsApp, Instagram หรือ Messenger อย่างน้อย 1แอพ มากกว่า 2.3 พันล้านคนในแต่ละวัน และมีผู้ใช้งาน Instagram มากกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน

สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 58 ล้านคนต่อเดือน มีผู้ใช้งานที่เข้า Facebook ผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่า 58 ล้านคนต่อเดือน มีผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 43 ล้านคนต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก

ล่าสุด Facebook ประเทศไทยได้มีการสรุปเทรนด์ของผู้ใช้งานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สำคัญไว้ 3 เรื่อง คือ

 

1. Facebook Group

Facebook Group ต่างจาก Facebook Page อย่างไร

Facebook Page ถูกออกแบบมาเพื่อให้บุคคล ธุรกิจ องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ ได้แสดงคอนเทนต์ ของตนเองที่ต้องการสื่อสารไปสู่สาธารณะ คนโพสต์คือ เจ้าของเพจ หรือแอดมิน

ขณะที่ Facebook Group ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพื้นที่เล็กๆ ของผู้คนที่มีความชอบ สนใจในสิ่งเดียวกันเข้ามาร่วมกลุ่ม เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่สนใจร่วมกัน และมีการเปิดให้สมาชิกโพสต์เนื้อหา หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับแนวทางของกลุ่มนั้นๆ ได้ โดยมีแอดมิน หรือผู้ตั้งกลุ่มเป็นคนบริหารจัดการความเรียบร้อยของ Community

การเกิดขึ้นของ Facebook Group หรือกลุ่มเฉพาะกิจที่มีมากขึ้น โดยปัจจุบันนี้มากกว่า 45 ล้านคนในประเทศไทยเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ บน Facebook และมีจำนวนกว่า 6 ล้านกลุ่มที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างต่อ เนื่องในเดือนที่ผ่านมา

ตัวอย่างกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาก็คือ กลุ่มฝากร้านของสถาบันการศึกษาต่างๆ อาทิ จุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน, KU ฝากร้าน ฯลฯ

ปาณพล จันทรสุกรี ผู้ก่อตั้งและแอดมินกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส กล่าวว่า “ในมาร์เก็ตเพลสแห่งนี้ ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ในช่วงเวลาที่เราต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การมีพื้นที่เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้นจึงมีความสำคัญ จากการสร้างธีมหรือหัวข้อให้กับแต่ละหมวดหมู่สินค้า ทำให้เราพบเห็นการมีส่วนร่วมกับผู้ขายมากขึ้น และช่องทางออนไลน์อย่าง Facebook เปิดโอกาสให้เราได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันผ่านโลกออนไลน์ และยังช่วยให้เราสามารถอยู่รอดและฟื้นฟูธุรกิจของเราในช่วงเวลานี้ได้อีกด้วย”

2. Live Shopping

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจมากก็คือ การไลฟ์สดขายของบน Facebook และ Instagram ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เทรนด์การไลฟ์สดนี้ส่วนใหญ่เริ่มต้นมาจากร้านค้าเล็กๆ ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของใช้ ไปจนถึงขนมหวาน อาหารแห้ง ฯลฯ ที่เป็นคนกระโดดลงมาเล่นเป็นกลุ่มแรกๆ จากผลตอบรับที่ดี และจากผลกระทบจากการสั่งปิดห้างสรรพสินค้าของทางภาครัฐ จึงกลายเป็นตัวเร่งให้แบรนด์ขนาดใหญ่ ต้องปรับตัวมาทำการตลาดรูปแบบใหม่ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้

ปัจจุบันแนวร่วมในสมรภูมิไลฟ์สดเริ่มมีสินค้าแบรนด์ใหญ่ๆ เข้ามาแชร์พื้นที่กันมากขึ้น จัดเต็มกันทั้งฟากของค้าปลีกอย่างซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส อีฟแอนด์บอย ไปจนถึงบิ๊กซี ในสายอาหารที่เห็นชัดๆ ก็มี “บาร์บีคิวพลาซ่า” ที่นำร่องเปิดตลาดไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊คกับรายการ “อร่อยชัวร์ครัวพี่ก้อน” เพื่อจำหน่ายวัตถุดิบสดในราคาพิเศษ เพื่อให้คนที่อยู่บ้านได้มีวัตถุดิบสดไว้ทำกินเองที่บ้าน และทำให้การอยู่บ้าน “หยุดเชื้อเพื่อชาติ” ของคนไทยไม่น่าเบื่อจนเกินไป นอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องการขายแบบดิลิเวอรี่ และช่วยสร้าง Impulse Buying ให้กับสินค้าที่เป็นอาหาร การไลฟ์สดของบาร์บีคิวพลาซ่ายังช่วย Inspire ให้ธุรกิจอื่นๆ ได้ไอเดียออกมาไลฟ์สดขายของกันมากขึ้นอีกด้วย

ข้อดีของการไลฟ์สด หรือ Face Live คือ สามารถนำเสนอสินค้าให้เห็นได้ทุกตัว เป็นการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์อยากซื้อได้ดี ขณะเดียวกัน ลูกค้าและผู้ไลฟ์ยังพูดคุยตอบโต้กันได้แบบเรียลไทม์ด้วยการคอมเม้นต์ผ่านหน้า Face Live และปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น ในระหว่างการไลฟ์สามารถสร้างกิจกรรมร่วมสนุกให้เกิดขึ้นในแต่ละช่วง เพื่อดึงผู้เข้าชมให้อยู่กับการไลฟ์สดไปตลอดรายการ ที่สำคัญ คือ การไลฟ์สามารถสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การไลฟ์สดจึงกลายเป็นวิธีคิดแบบใหม่ในการทำตลาดที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในตำราเล่มใดก็ก่อน แต่กลับเป็นวิธีการที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างน่าทึ่ง ส่งผลให้แบรนด์ใหญ่ๆ ที่กำลังหาทางออกให้กับการทำตลาดในช่วงวิกฤตเริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น และหากแบรนด์นั้นๆ สามารถก้าวผ่านเรื่องระบบจัดการหลังบ้านในเรื่องของการจัดส่งที่ทันกับจำนวนการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก็ย่อมจะเจอกับทางออกในช่วงเวลาวิกฤตที่สวยงามจนใครๆ อยากทำตาม

 

3. Messenger

เทรนด์การทักแชต เพื่อปิดการขายและจ่ายเงินผ่านทาง Messenger กลายมาเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนจากการ Chat เป็น Social Commerce

Facebook ได้มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาของธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทย ได้แก่ เพนกวินกินชาบู (Penguin Eat Shabu) เชนร้านอาหารชื่อดัง Organicwa Thailand ร้านค้าออนไลน์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและผลผลิตท้องถิ่น และแอดมินกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วและมีบทบาทที่สำคัญในการเชื่อมต่อธุรกิจร้านค้าออนไลน์มากมายในช่วงวิกฤตโควิด-19

ทั้ง 3 เคสได้เน้นถึงความสำคัญของการซื้อขายสินค้าผ่านการแชตและการสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์บนโซเชียลมีเดียที่สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจท้องถิ่นได้

 

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

bodrum escort
antalya escort