เรียนรู้ผ่านวิกฤต การปรับตัวของ KTC เมื่อรูปแบบพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินเปลี่ยนไป

Apr 30, 2020 S.Worapol

สำหรับภาคอุตสาหกรรมการเงินที่ถูกมองว่าต้องออกมาช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤตด้วยการชะลอการชำระหนี้ หรือมาตรการ ใดๆ ก็ตามที่ช่วยเหลือลูกค้า แต่ในอีกมุมนึง ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ก็ยังคงต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ เช่นกัน วันนี้เราจะมาเรียนรู้ผ่านวิกฤตกับ KTC ผู้เล่นในธุรกิจบัตรเครดิต ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อบุคคล (Personal Loan) ธุรกิจบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค

เพราะผลกระทบจากการปิดสถานบริการ ร้านอาหารต่างๆ ก็ส่งผลโดยตรงกับการใช้จ่ายเงินของผู้บริโภค ทั้งรูปแบบ และวิธีการ ทุกธุรกรรมทางการเงินถูกเคลื่อนมาอยู่บนหน้าจอมือถือ ทำให้การตอบโจทย์เรื่องอื่นๆ เช่นโปรโมชั่น การใช้แต้ม หรือสิทธิประ โยชน์ต่างๆ ก็ต้องถูกเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหาร ที่นับว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีธุรกรรมการใช้จ่ายเงินบัตรเครดิตค่อนข้างสูง ประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงกันแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบหนักมาก ช่วงปลาย เดือนมีนาคมมาถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้มาตรการปิดร้านอาหารเปลี่ยนมาให้บริการแบบกลับบ้านก็ทำให้เห็นยอด การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในกลุ่มร้านอาหารที่ตกไปกว่า 70-80% เลยทีเดียว”

มีหลายคนบอกว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยให้คุ้นชินกับ Cashless Society หรือสังคม ไร้เงินสดกันมากขึ้น เพราะความกังวลในเรื่องของความสะอาดของการใช้เงินสด หรือแม้แต่การใช้บัตรเคดิตที่จะต้องเกิดการ สัมผัสระหว่างกัน

เพราะฉะนั้นผู้เล่นในอุตสาหกรรมบัตรเครดิตมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเรียนรู้และปรับตัวในเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้เร็วที่สุด สำหรับ KTC ประณยา บอกกับเราว่า มีความโชคดีอย่างหนึ่งที่เราพัฒนา เรื่องนี้มาสักพักจึงทำให้มีการใช้งานเต็มรูปแบบจากวิกฤตในครั้งนี้ ทั้ง QR Code Payment ซัมซุงเปย์ หรือบางร้านที่มีการ ขายดิลิเวอรี่ก็สามารถชำระผ่านลิงค์เปย์ได้

ภาพต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ KTC แพลนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ภาพนี้ถูกเร่งโดย Covid-19 ทำให้เกิด เร็วขึ้น ยอดการใช้จ่ายผ่านช่องทางเหล่านี้โตขึ้นกว่า 300% แม้ว่าจะมียอดไม่เท่ากับช่องทางปกติ แต่นี่อาจจะเป็นสัญญาณของ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคตก็เป็นได้

ประณยา เล่าถึงการทำงานร่วมกับร้านอาหารที่เป็นพาร์ทเนอร์ว่า ธุรกิจร้านอาหารเกือบ 100% ปรับตัวเข้าสู่ช่องทางการขายแบบ ดิลิเวอรี่ เรามองเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มร้านอาหารที่ขายผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Grab LINE MAN Foodpanda ต่างๆ กลุ่ม 2 คือ กลุ่มร้านอาหารที่มีช่องทางดิลิเวอรี่ของตัวเอง เช่น เครือไมเนอร์ KFC MK กลุ่มสุดท้าย กลุ่มร้านอาหารขนาดกลางถึงขนาดเล็ก ที่สู้ตายไม่ปลดพนักงาน ปรับเมนู เอาแรงงานมาเป็นพนักงานส่งอาหารเอง ทำให้ KTC ต้องเข้าไปตอบโจทย์การใช้จ่ายเงินใน แต่ละช่องทางให้ได้ และไม่ใช่แค่นั้นยังมีเรื่องของโปรโมชั่น คะแนนสะสม ที่ต้องทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนร้านอาหาร และทำ ให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์แบบไม่แตกต่างจากการใช้จ่ายแบบเดิม

“การวางแผนกลยุทธ์และการตลาดเรามองแบบวันต่อวัน นโยบายของภาครัฐต่อมาตรการป้องกันโรคระบาดมีความจำเป็นที่เรา ต้องปฎิบัติตาม การเว้นระยะห่างก็น่าจะเป็นโจทย์ใหญ่ของร้านอาหารที่จะต้องมาจัดสรรพื้นที่ รูปแบบการขายต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน วันนี้การทำงานต้องตอบโจทย์พันธมิตรว่าร้านค้าต้องการอะไร ดิลิเวอรี่ที่จะกลาย เป็น New Normal ในการซื้อการอาหารในอีกไม่ช้า เราก็ต้องเข้าใจและศึกษาพฤติกรรมลูกค้าให้มากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว เราเชื่อว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตน่าจะเพิ่มมากขึ้น วิกฤตนี้เป็นตัวเร่งทำให้รูปแบบการใช้จ่ายเงินเปลี่ยนไป เมื่อไหร่ก็ตามที่ ลูกค้าเปลี่ยนเราก็ต้องเปลี่ยน”

สุดท้ายแล้ว การมองไปข้างหน้า คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องคิด รวมถึงใช้บทเรียนครั้งนี้มาสอนและเตือนใจให้เตรียมพร้อม รับมือยู่เสมอ

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.