รถปิกอัพอีซูซุ โดดเด่นที่ภาพลักษณ์ ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี

Mar 03, 2020 -None-

ความเคลื่อนไหวด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ถูกนำเสนอออกมาอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้แบรนด์ “อีซูซุ” ยังคงรักษาภาพความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาด “รถกระบะ” ในประเทศไทยได้อย่างเหนียวแน่น การันตีด้วยผลวิจัย Thailand’s Most Admired Brand 2020 ที่ปีนี้อีซูซุ สามารถรักษาความเป็นเบอร์ 1 ได้อย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันเป็นปีที่ 11

​ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สมรภูมิการแข่งขันของตลาดรถกระบะไม่เคยจางหายไปจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยเพราะปริมาณการขยายของรถกระบะ(รวมกระบะดัดแปลง) ที่สูงเกือบๆ 50% ของตลาดรวมรถยนต์ในประเทศ และอีซูซุก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญของตลาดที่ผลักดันให้ตลาดเกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะ

​โดยในปีที่ผ่านมา สถิติการจำหน่ายรถยนต์โดยรวมของประเทศไทยอยู่ที่ 1,007,552 คัน ลดลงจากปี 2561 3.3% แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกสถานการณ์ตลาดจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ก็ชะลอตัวอย่างรวดเร็วจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เกิดข้อพิพาททางการค้าของสหรัฐอเมริกาและจีน และการแข็งค่าของเงินบาท

​ถึงกระนั้น อีซูซุ ก็สามารถทำยอดขายได้ถึง 168,215 คัน ลดลงในระดับใกล้เคียงกับตลาด เนื่องจากมีกำหนดเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมด “All-New
Isuzu D-Max พลานุภาพ...พลิกโลก” ในกลางเดือนตุลาคม 2562 ทำให้ต้องมีการปรับสายการผลิตใหม่ และมีจำนวนรถไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดในระยะแรกของการเปิดตัวรถใหม่เพราะได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ใช้รถชาวไทย

ที่สุดเรื่อง Brand Equity

คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึง ปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์ “อีซูซุ” ได้รับความสนใจ และถูกกล่าวถึงจากกลุ่มเป้าหมายในการทำวิจัยทั่วประเทศมากเป็นอันดับ 1 นั่นเป็นเพราะการมี Brand Image ที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ​

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด คือบริษัทผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุทุกประเภทแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) รวมทั้งการให้บริการหลังการขายและอะไหล่ ผ่านเครือข่ายการจำหน่ายและบริการของผู้จำหน่ายอีซูซุ (Isuzu Dealers) ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

“ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่งในการจัดจำหน่ายรถอีซูซุตลอดระยะเวลา 63 ปีที่ผ่านมา ด้วยนโยบายการสร้างคุณค่าของแบรนด์ (Brand Equity) ให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในทุกด้านโดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้จำหน่ายอีซูซุ (Isuzu Dealers) ในการนำนโยบายต่างๆ ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ลูกค้าผู้ใช้รถชาวไทยเกิดความเชื่อมั่น และไว้วางใจในแบรนด์อีซูซุ

อีซูซุยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจ และอ้างถึงมากที่สุดในด้านรถเพื่อการพาณิชย์ ทั้งรถปิกอัพ รถบรรทุกขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นอีซูซุยังคงรักษานโยบาย “ไม่ร่วมสงครามราคา” ในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภท ซึ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงอย่างยิ่ง นโยบายดังกล่าวทำให้ราคาขายต่อของรถอีซูซุในตลาดรถมือสองดีที่สุด ลูกค้าอีซูซุใช้รถทำธุรกิจหารายได้และใช้ส่วนตัวในกรณีของรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ จึงให้ความสำคัญต่อ “ความคุ้มค่าเงินสูงสุด” ในการตัดสินใจเลือกซื้อรถ”

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ คือ อีซูซุ สร้างคุณค่าของแบรนด์ผ่านการทำกิจกรรมการตลาดหลากหลายรูปแบบ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ในยุคแห่งความไม่แน่นอนและผันผวนนี้ เพื่อให้ลูกค้าเกิดการ “ซื้อซ้ำ” (Repeat Purchase) และ “บอกต่อ” (Referral Purchase) ให้คนใกล้ชิดมาซื้อรถอีซูซุที่ตนเองมั่นใจจากประสบการณ์ตรงทั้งในเรื่องคุณค่าในการใช้งาน (Functional Value)และคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึก (Emotional Value) ไปจนถึงการรักษา “ความเชื่อมั่นและไว้วางใจของลูกค้า” ว่า อีซูซุ คือ แบรนด์พรีเมียมที่มีคุณค่าสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อีซูซุยืนหยัดได้อย่างมั่นคงตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ ในตลาดรถยนต์เมืองไทย

ตอกย้ำเรื่อง Innovation

ในปีที่ผ่านมา อีซูซุ ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำกิจกรรมที่ถือว่าเป็นต้นแบบในวงการรถยนต์เมืองไทย คือ “การขับรถแบบประหยัดน้ำมัน” (Isuzu Fuel Economy Run) ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2541 และจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี จากปกติที่มีลูกค้าผู้ใช้รถอีซูซุตัวจริงเป็นผู้ขับรถปิกอัพอีซูซุบนเส้นทางต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่ปีที่ผ่านมา รูปแบบกิจกรรมได้เปลี่ยนมาเป็นการใช้ซูเปอร์สตาร์จากวงการบันเทิง คือ “คุณบอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” พร้อมด้วยน้องชาย “คุณภัทร ฉัตรบริรักษ์” เป็นผู้นำทาง

ด้วยกิจกรรม “Isuzu Max Challenge with Boy Pakorn” เพื่อทดสอบความสามารถในการขับขี่ของตนเอง และสมรรถนะของ Isuzu D-Max 1.9 Ddi Blue Power บนเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ฉางซา รวมระยะทาง 1,212 กม. ในระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน  โดย “คุณบอย-ปกรณ์” สามารถสร้างสถิติการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่น่าทึ่งได้คือ 24.99 กม./ลิตร

เพื่อโปรโมทกิจกรรมดังกล่าว บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้จัดให้มีแคมเปญพิเศษทายผลออนไลน์ (Online Quiz) ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 30 พฤษภาคม 2562 โดยผู้ที่ทายอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่คุณบอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ สามารถทำได้ถูกต้องเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับรางวัลทองคำแท้มูลค่า 1 ล้านบาท

“แคมเปญดังกล่าว ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป และลูกค้าอีซูซุจำนวนมาก โดยในระยะเวลาดังกล่าวที่ผู้เข้าไปคลิกใน Microsite ของ Isuzu Max Challenge with Boy Pakorn สูงกว่า 500,000 คน และมีผู้ที่สามารถทำการลงทะเบียนร่วมทายผลอย่างครบถ้วนจำนวน 110,670 คน

ในจำนวนนั้นมีผู้ทายอัตราประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 24.99 กม./ลิตร ถูกต้องถึง 18 คน บริษัทได้เชิญสื่อมวลชนมาร่วมจับสลากได้ผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียว จากจังหวัดมหาสารคามเป็นผู้รับรางวัลทองคำแท้มูลค่า 1 ล้านบาท นับเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก”

​ก่อนหน้านี้ อีซูซุ ได้รับการยอมรับว่าเป็น “ผู้บุกเบิก” ในการนำนวัตกรรมที่หลากหลายรูปแบบมาสู่วงการรถยนต์เมืองไทย เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญในเรื่องการวิจัยตลาด และวิจัยผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดด้านการกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของทำธุรกิจของอีซูซุ คือ “การสร้างความแตกต่าง”(Differentiation) ที่กลายเป็นจุดแข็งให้กับแบรนด์อีซูซุในเวลาต่อมา

อีซูซุได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับหน้าประวัติศาสตร์วงการรถยนต์เมืองไทย ด้วยการเปิดตัว “อีซูซุ สเปซแค็บ” ปิกอัพขนาด 1 ตัน เป็นครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อปี 2528 ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานด้วยห้องโดยสารที่กว้าง ต่อมามีการนำเครื่องยนต์ดีเซลระบบไดเร็กอินเจ็กชั่นสมรรถนะยอดเยี่ยม และประหยัดน้ำมันมาใช้กับรถปิกอัพเป็นรายแรก และอีซูซุยังเป็นผู้นำในการสร้างตลาดใหม่ด้วยรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นรายแรกของประเทศไทยด้วยรุ่น “อีซูซุโรดีโอโฟร์วีลไดรฟ์” ที่ประกอบในเมืองไทยออกสู่ตลาด รวมถึงการนำเกียร์ออโตเมติกมาใช้กับรถปิกอัพเป็นรายแรกอีกด้วย

ในเดือนพฤศจิกายน 2558 อีซูซุได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญให้กับอุตสาหกรรมกระบะเมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการแนะนำเครื่องยนต์รุ่นใหม่ “Isuzu 1.9 Ddi Blue Power” เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมรถกระบะระดับโลก ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาดต่ำกว่า 2,000 ซีซี. ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ของอีซูซุรุ่นเดิม 2,500 ซีซี. ที่มีขนาดใหญ่กว่า

สิ่งสำคัญ คือ Isuzu 1.9 Ddi Blue Power ได้สร้าง “พลังงานสะอาด” ที่ให้ค่ามลพิษต่ำสุด รองรับมาตรฐานสูงสุด Euro6 อันเข้มงวดในอนาคต และยังประหยัดน้ำมันสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทันทีที่ออกสู่ตลาด นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่อุตสาหกรรมรถปิกอัพอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ​

​กระทั่งเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อีซูซุ ได้เปิดตัวรถปิกอัพรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมด “All-New Isuzu D-Max พลานุภาพ…พลิกโลก!” ออกสู่ตลาด และมีกำหนดจะจำหน่ายครบทุกรุ่นในช่วงต้นปี 2563 นี้

สื่อสารแม่นยำด้วย Big Data

ท่ามกลางการสื่อสารที่ถูกเทคโนโลยี Disrupt ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของอีซูซุ เนื่องจากกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยมีข้อมูลที่ถือเป็น Big Data จำนวนมหาศาล จากการดำเนินธุรกิจการจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์อย่างครบวงจรมาเป็นเวลานานถึง 63 ปี ทั้งด้านการผลิต การจัดจำหน่าย การจำหน่ายปลีก การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ การจัดไฟแนนซ์รถยนต์ การให้บริการด้าน IT ไปจนถึงธุรกิจรถเช่า เป็นต้น จึงใช้ประโยชน์จากระบบ IT ในการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการสร้างความพอใจให้กับลูกค้า และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

“เราสร้าง Web Application สำหรับลูกค้าอีซูซุที่เรียกว่า my-Isuzuโดยเริ่มใช้งานทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว มีลูกค้าให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นสมาชิกมากกว่า 350,000 ราย ทั้งลูกค้าผู้ซื้อรถใหม่ และลูกค้าอีซูซุเดิม โดยลูกค้าสามารถใช้งานฟังก์ชั่น e-coupon, การแชทและการแจ้งเตือนในไลน์โดยผ่าน my-Isuzu ได้”

ยิ่งไปกว่านั้น อีซูซุ ยกระดับโครงการเสริมสร้างความภักดีของลูกค้าต่อแบรนด์อีซูซุคือ “Isuzu Excellency Club” โดยได้มอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นพิเศษ สำหรับสมาชิกในระดับต่างๆ ได้แก่ Bronze, Silver, Gold และ Platinum ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 300,000 ราย ที่กลับมาใช้บริการที่ศูนย์บริการอีซูซุอย่างต่อเนื่องพร้อมส่วนลดในการเปลี่ยนยางและแบตเตอรี่ และสิทธิพิเศษในการซื้อโปรแกรมขยายการรับประกัน หรือ Isuzu Smart Protection

โครงการนี้ ทำให้ยอดจำหน่ายยาง และแบตเตอรี่ในกลุ่มสมาชิกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า หลังจากเริ่มต้นโครงการได้เพียง 3 เดือนตรีเพชรอีซูซุเซลส์ให้ความสำคัญกับการหาลูกค้าที่มีความสนใจซื้อจากช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางสื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพแล้วขยายผลต่อ เพื่อให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น และมีความแม่นยำมากขึ้น โดยกำหนดระดับสัญญาณการซื้อรถของลูกค้าที่ลงทะเบียนออนไลน์ในกิจกรรมต่างๆ ด้วย Machine Learning เพื่อส่งข้อมูลลูกค้าที่จัดลำดับตามระดับสัญญาณการซื้อรถสูง กลาง หรือต่ำให้แก่ผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศเพื่อใช้ในการวางแผนลำดับความสำคัญในการติดตามลูกค้าด้วย

แข็งแกร่งด้วย Omotenashi

คุณปนัดดา กล่าวเสริมว่า ในปี 2563 นี้ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จะผนึกกำลังร่วมกับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ ใช้กลยุทธ์การตลาดทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งใช้ประโยชน์จาก Big Data อย่างมีประสิทธิภาพในด้านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเน้นความสำคัญของการบริการตามแนวคิด “Omotenashi” ซึ่งหมายถึง “จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น”โดยเราได้เริ่มนำแนวคิดนี้มาเริ่มปฏิบัติจริงตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อสร้างความแตกต่างจากบริษัทคู่แข่ง และขยายขอบข่ายประชาคมอีซูซุให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เราได้จัดให้ผู้จำหน่ายอีซูซุเดินทางไปทัศนศึกษาเรื่อง “Omotenashi”ที่ประเทศญี่ปุ่นและได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้งเพื่อให้ผู้จำหน่ายอีซูซุสามารถนำไปปฏิบัติจริงในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้

นอกจากเรื่องรถใหม่แล้ว เรายังเริ่มธุรกิจใหม่เกี่ยวกับรถมือสองภายใต้ชื่อ บริษัท “โอมาคาเสะ คาร์” จำกัด (Omakase Car Co., Ltd.) มุ่งยกระดับมาตรฐานการซื้อ-ขายรถมือสองในเมืองไทย ด้วยการจำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูง ประวัติชัดเจน เชื่อถือได้ พร้อมการันตีการซ่อมบำรุงจากช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำเพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการซื้อขายรถยนต์มือสอง

คำว่า “โอมาคาเสะ” (Omakase) ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “วางใจให้เราดูแล” ดังนั้นนิยามของการดำเนินธุรกิจ “โอมาคาเสะ คาร์” จึงหมายถึงการไว้ใจให้เราคัดสรรรถยนต์มือสองคุณภาพสูงทุกประเภทโดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์ www.omakasecar.com ที่สามารถใช้งานง่ายและสะดวกรวดเร็ว เพื่อให้ลูกค้าได้รถที่ตรงใจและตรงสเปกกับการใช้งานที่ลูกค้าต้องการ

 ​อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดว่าจะอยู่ในระดับ 930,000 – 950,000 คัน และยังต้องมีการประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปัจจัยที่น่ากังวลหลายประการซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของไทย แม้ว่าจะมีการลงนามข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนไปแล้วก็ตาม แต่ปัญหาเรื่องอัตราภาษีสินค้าต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ความไม่แน่นอนจึงยังคงอยู่

ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนการแข็งค่าของเงินบาทที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมการส่งออก และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่อีซูซุ ยังคงต้องเดินหน้าตามแผนการเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมด “All-New Isuzu D-Max พลานุภาพ… พลิกโลก!” ที่มีกำหนดจะออกจำหน่ายครบทุกรุ่นในช่วงต้นปี 2563 นี้

“ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยนี้ จึงนับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของอีซูซุ กับการสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้แก่รถรุ่นใหม่นี้ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นเดียวกับรถธงในรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมา” คุณปนัดดา กล่าว

Automotive

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

XXX Sex Videos ivudo.com Free Porn Free Sex böcek ilaçlama erkek kol saati
antalya escort
bodrum escort smart iptv
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
porno hd porno Ümraniye Evden Eve Nakliyat
diyarbakır escort izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle