เจาะกลยุทธ์ “เซ็นทรัลพัฒนา” เปิดคอร์ส CPNlead รุ่น 4 สร้าง SMEs รุ่นใหม่

Feb 24, 2020 -None-

สนับสนุน SMEs ปั้นแบรนด์และเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยทฤษฎีเข้มข้นและเวิร์คช้อปพิเศษ เปิดโอกาสให้เปิด Pop-Up Store เพื่อ Test ตลาดจริง บน Market Place ที่ดีที่สุดอย่าง centralwOrld และ Central Festival Eastville

โอกาสเข้าสู่ Retail Eco-System ในเครือเซ็นทรัล พร้อมเปิด Operation หลังบ้านและกิจกรรม Exclusive Outing ร่วมแชร์ประสบการณ์จริงกับกูรูชั้นนำจาก ม.ธรรมศาสตร์ Central Group, JD Central, บัตร The 1 และผู้มีประสบการณ์ด้านรีเทลอีกหลากหลายท่าน

CPNlead คอร์สที่ Young SMEs รุ่นพี่แนะนำต่อ 100% เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึง 28 ก.พ. 63 ที่ www.CPN.co.th/cpnlead

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าชั้นนำของไทย ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัลวิลเลจ จับมือกับ ม.ธรรมศาสตร์ สานต่อหลักสูตร “CPNlead รุ่น 4” รีเทลคอร์สที่ดีที่สุดของประเทศ ชูความโดดเด่นและแตกต่างด้วยการ “เรียนจริง ทำจริง โตจริง” เข้มข้นด้วย Knowledge & Know-How กับกูรูตัวจริงผู้มากประสบการณ์ในวงการรีเทลที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงหลังบ้าน พร้อมโอกาสในการลงมือปั้นแบรนด์และพัฒนาสินค้าจริงใน Pop-Up Store Workshop ซึ่งนับเป็น Signature Model ที่หาไม่ได้จากคอร์สไหน ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำ Brand Co-Creation พร้อมทดลองไอเดียเปิดร้านจริงบนพื้นที่ Retail Prime Location ของเซ็นทรัลพัฒนา คอร์ส CPNlead ได้เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2017 มีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 120 แบรนด์ ซึ่งกว่า 50% สามารถต่อยอดธุรกิจและขยายสาขากับเซ็นทรัลพัฒนาได้จริงทันที เปิดรับสมัครรุ่น 4 แล้ววันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2563 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.CPN.co.th/cpnlead

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดของ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “คู่แข่งสำคัญของ SMEs ยุคนี้ไม่ใช่ร้านค้า Brick-and-Mortar อีกต่อไป แต่เป็น Time & Choice ของ Consumer ที่ใช้เวลาไปกับ Multi-screen ต่างๆ ดังนั้น โจทย์ของผู้ประกอบการคือทำอย่างไรจึงจะดึงเวลาตรงนั้นมาและทำให้ลูกค้าอยู่กับเราให้นานที่สุด หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการสร้าง Signature ให้กับแบรนด์ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ ซึ่งการทำ Segmentation อาจจะไม่เพียงพอแล้วแต่ต้องลงลึกถึงการสร้าง ‘สาวกของแบรนด์’ หรือ Tribe ขึ้นมา นั่นคือการสร้างฐานกลุ่มคนที่มีแพชชั่นหรือความหลงใหลในความมีเอกลักษณ์ในตัวแบรนด์ และยังบอกต่อหรือเป็น Advocator ให้กับแบรนด์ด้วย ซึ่งการจะหา Tribe ของแบรนด์ได้นั้น เราต้องรู้จริงในธุรกิจของตัวเอง มี Character และมี Option ที่

หลากหลายให้ลูกค้า Personalize ได้ ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่า Product Life Cycle จะสั้นลง ลูกค้าต้องการสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจคิดโปรดักท์ใหม่ๆ ได้ก็คือการทำ Brand Co-Creation ซึ่งตรงนี้เราเห็นได้จากเทรนด์ Global Brand ที่มา Co-creation สิ่งใหม่ร่วมกันแล้วเกิดเป็นกระแสและสร้าง Impact มหาศาล”

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “การทำ Co-creation ช่วย Transform SMEs สร้าง Dynamism ให้เกิด Innovation ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างไม่หยุดนิ่ง ดังนั้น ในคอร์ส CPNlead ที่เราตั้งใจช่วยพัฒนา Young SMEs เราจึงจัดให้มีเวิร์คช้อปเปิดร้าน Pop-Up Store ที่เราตั้งโจทย์อย่างจริงจังให้ SMEs ที่มาเรียนได้ทดลองทำ Brand Co-Creation กันจริงๆ และทำในแบบข้าม Category ระหว่าง Food, Fashion และ Specialty ซึ่งจากการพัฒนาคอร์สที่ผ่านมา โมเดลนี้ช่วยให้ SMEs แตกไลน์โปรดักท์และต่อยอดธุรกิจได้จริง เพราะเราก็ให้โอกาสได้มาทดลองไอเดีย และ Test ตลาดที่ศูนย์การค้าโลเคชั่นที่ดีที่สุดของเรา ทำให้ผู้ประกอบการได้มาเจอผู้บริโภคจริงๆ ได้ฟัง Feedback ที่หลายเคสแบรนด์ที่เคยทำแต่บนออนไลน์อาจจะไม่เคยรู้ Consumer Insight ตรงนี้มาก่อนเลย ซึ่งหลังจากจบคอร์สก็สามารถเอาประสบการณ์ตรงนี้ไปช่วย Scale Up ให้ธุรกิจตัวเองได้เลย”

พร้อมกันนี้เซ็นทรัลพัฒนา พี่ใหญ่วงการรีเทล ยังได้เผยเคล็ดลับในการช่วย SMEs ไทยเริ่มต้นทำ Brand Co-Creation ดังนี้

1) Know Your Strength: เริ่มต้นจากรู้จักจุดแข็งของตัวเองก่อน อะไรคือ Unique Selling Point ที่ครองใจลูกค้าเรา และเราจะต่อยอดจุดนี้กับการทำ Co-Creation อย่างไร

2) Know Your Partner: ไม่ว่าจะเลือก Collab กับแบรนด์เล็กเหมือนกัน หรือแบรนด์ที่ใหญ่กว่า จะต้องดูว่าเรามี Core Value ตรงกันไหม มีการ Sharing Expertise กันจริงๆ ที่จะช่วย Lift Up ทั้งสองแบรนด์ให้โตไปด้วยกัน

3) Know Your Customer: สุดท้ายสิ่งที่ได้จากการ Collab จะต้องเกิดประโยชน์กับลูกค้า เกิด New Experience หรือ New Product ที่เข้าไป Solve ปัญหาหรือตอบโจทย์ลูกค้าได้

ผศ. ปิติพีร์ รวมเมฆ อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม. ธรรมศาสตร์ ผู้อำนวยการหลักสูตร CPNlead กล่าวว่า “การทำธุรกิจในวันนี้ผู้ประกอบการจะมีแค่ Passion นั้นไม่เพียงพอ แต่จะต้องรู้จริงในทุกเรื่องและพร้อมที่จะปรับตัว เพราะปัจจุบันหลายธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายของเทคโนโลยีที่เข้ามา Disrupt อย่างเช่น Food ก็ต้องแข่งกับการ Delivery ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่ของกินถูกใจแต่ต้องการความเร็วด้วย หรือ Fashion ที่แบรนด์ที่เก่งเรื่อง Omnichannel เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ทุกช่องทางก็จะได้เปรียบแบรนด์ที่มีบนแพลตฟอร์มเดียว คอร์ส CPNlead นี้จะสอนให้คุณเข้าใจใน Core Competency เคล็ดลับอะไรที่จะเปลี่ยน Passion ให้เป็น Action ได้ความสำเร็จ และแตกต่างจากคอร์สทั่วไปด้วยการทำเวิร์คช้อปในรูปแบบ Pop-Up Store ซึ่งผู้เรียนจะต้องลงมือทำจริง เพื่อทดลองตลาดจริงๆ เลย ว่าสิ่งที่คิดและความรู้จากห้องเรียนจะนำไปปรับใช้ยังไง ถ้าเจอปัญหาแบบนี้เราจะแก้ไขตรงไหน ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่าหลังจากจบคอร์สที่ผ่านมา นักเรียนสามารถนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้ทันที ทั้งแตกไลน์โปรดักท์ใหม่หรือเปิดแบรนด์ใหม่ก่อนจบคอร์สด้วยซ้ำ”

คุณสิษฐ์ - พสิษฐ์ รัตน์จารุพงศ์ จากแบรนด์ Kiss me doll แบรนด์ผ้าพันคอสไตล์น่ารักฝีมือคนไทยที่มีเอกลักษณ์จากลายผ้าปริ้นท์สีหวาน และเป็นผู้ชนะเลิศจาก CPNlead รุ่น 3 กล่าวว่า “สำหรับผู้ประกอบการมีโอกาสไม่มากนักที่เราจะเข้าถึงประสบกาณ์รีเทลจริงๆ แบบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าการที่แบรนด์ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนที่จริงจังกับการทำธุรกิจ ได้มาร่วมทำ Brand Collab ด้วยกัน ทำให้เราพัฒนาตัวเองกันไปมาก รวมถึงได้เรียนรู้จากมุมมองของคนอื่นๆ ที่เป็นตัวจริงด้านรีเทลด้วย และเพื่อนๆ ในคลาสทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวที่คอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษากัน การได้กลับไปเรียนรู้ในสิ่งที่เราเคยมองข้ามไป ช่วยให้เราได้ไอเดียต่อยอดในการทำธุรกิจ ซึ่งคอร์สนี้นี้การเรียนรู้และลงมือทำ จนตอนนี้เราก็ได้แตกแบรนด์ใหม่ในชื่อ Kiss me pls. และได้รับกระแสตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่”

คุณฮง - ทวีสิทธิ์ กาญจนวงศ์ไพศาล จากแบรนด์ KLANDTH ร้านเสื้อผ้ามัลติแบรนด์แนวสตรีทแฟชั่นที่ส่งตรงจากประเทศเกาหลี กล่าวว่า “คอร์สนี้เรียนจริง ลงมือทำจริง เราได้เรียนรู้การทำรีเทลมากกว่าแค่ คอนเน็คชั่น จากตอนแรกที่ไม่เคยคิดว่าเราจะต้องลงมาดูหน้าร้านเอง เพราะหลักๆ เราก็นำเข้าแบรนด์มาจากเกาหลี แต่พอได้มาลุยทำ ทดลองไอเดีย รวมถึงทำ Collab กับเพื่อน ก็ทำให้เราได้แตกไลน์โปรดักท์ของตัวเองเป็นครั้งแรก ทำให้ได้เรียนรู้และเห็นข้อผิดพลาดที่เราจะต้องกลับมาพัฒนาธุรกิจของเราให้ดีขึ้น พอจบคอร์สนี้ก็มีไอเดียใหม่ในการทำธุรกิจคือ K St [ ] ry ที่มีโปรดักท์ใหม่ที่เป็นของตัวเองจริงๆ อีกเรื่องที่ประทับใจคือเพื่อนๆ ในคลาสที่ทุกคนมีประสบการณ์รีเทลมานาน มีความเป็น Entrepreneur ตัวจริง และทุกคนก็ให้คำปรึกษากัน แชร์ปัญหากัน จนหลังจบคอร์สก็ยังคุยกันอยู่”

คุณผึ้ง - จารุวรรณ เลิศสินธุ์ภักดี จากแบรนด์ “ZleepSleep” ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนที่มีความชำนาญในการสรรหาเนื้อผ้าคุณภาพพรีเมี่ยมมาตัดเย็บด้วยความพิถีพิถัน กล่าวว่า “ด้วยความที่เราทำธุรกิจมานาน 6-7 ปี จนบางทีก็จะติดอยู่กับมุมมองเดิมๆ แต่ในคอร์สนี้เราได้มาปลดล็อคมุมมอง และหาทางแก้ Pain Point ที่เราเจอมานาน อย่างเรื่อง Image ของแบรนด์ที่เรายังไม่สามารถสื่อสารถึงความมี Quality ที่แท้จริงของเนื้อผ้าของแบรนด์เราได้ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เราได้ลองทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเลยชื่อ Fabric Tales และทดลองตลาดได้เลยที่ Pop-Up Store คอร์ส CPNlead เรียกได้ว่าช่วยให้เราค้นพบจุดแข็งที่เรามี มองเห็นช่องว่างของตลาด และสนับสนุนให้เรากล้าออกจากความคุ้นเคยเดิมๆ เป็นไอเดียใหม่และโปรดักท์ที่ขายได้จริง เราสามารถ Test ตลาดได้เลยว่ารอดหรือไม่รอด”

 

Retail

Copyright © 2015-2016 บริษัท ไทยคูน-แบรนด์เอจ จำกัด.
All rights reserved.

sportsfl
antalya escort
bodrum escort
beylikduzu escort sirinevler escort beylikduzu escort German Free XXX Video Watch Latina Lesbian Sluts XXX Clips
awek tudung seksi tumblr tamil sexy hd video fun ponos from kenya
magnet
mobil odeme bahis
izmit escort
sanny levon xnxx son fuck mom dogstyle