8,984
VIEWS

100 ปี เอี๊ยะแซ ร่วมสมัยได้ด้วยดีไซน์

Feb 18, 2020 S.Vutikorn

เอี๊ยะแซ เป็นร้านขายยาจีนสมุนไพรเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมากว่า 100 ปี โดยผู้ก่อตั้งร้านก็เป็นคนจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในเมืองไทย และเข้ามาอาศัยอยู่ในย่านคนจีน คือ เยาวราช-สัมพันธวงศ์-เจริญกรุง เมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ค้าขายในประเทศไทย เอี๊ยะแซได้นำความรู้เกี่ยวกับการแพทย์แผนโบราณและยาจีนสมุนไพรจากประเทศจีนเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

เอี๊ยะแซ จึงเป็นร้านขายยาที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนไทยมาตลอด

จุดแข็งของเอี๊ยะแซที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นจนได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ามา ก็คือ การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงมาปรุงเป็นยาจำหน่าย

จนถึงปัจจุบัน คนที่เข้ามารับช่วงต่อกิจการของเอี๊ยะแซก็ย่างเข้าสู่เจนเนอเรชั่นที่ 4-5 แล้ว ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ที่ผ่านมา เอี๊ยะแซก็มีการปรับตัวด้วยการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับการบริโภคยาจีนโบราณ โดยเฉพาะเรื่องรสชาติด้วยการพัฒนายาเป็นแบบแคปซูลออกมาวางจำหน่าย เพื่อเสริมธุรกิจกับยาต้มแผนโบราณ หรือจะเป็นยาดมสมุนไพรที่พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยขึ้น

ล่าสุด เอี๊ยะแซได้มีการเข้าร่วมกับกิจกรรม “Made In Charoenkrung” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Design Week 2020 ที่จัดโดย TCDC

วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้ จัดขึ้นมาเพื่อเป็นการ Collaboration ระหว่างเจ้าของกิจการดั้งเดิมในย่านเจริญกรุงกับนักออกแบบรุ่นใหม่ โดยคัดเลือก 11 ร้านค้าชื่อดังของย่านมาทำงานร่วมกับนักออกแบบ เพื่อหวังจะเพิ่มคุณค่าและเอกลักษณ์ในย่านจริญ​กรุง​ให้มีความร่วมสมัยเพิ่มขึ้นในบางแง่บางมุม

ส่วนรายละเอียดของความร่วมมือครั้งนี้ก็คือ การพัฒนาสินค้าที่ต่อยอดจากน้ำสมุนไพรที่มีจำหน่ายในร้านมาหลายสิบปีเป็นลูกอมสมุนไพรที่สะดวกกับการพกพา โดยได้ทีมงานออกแบบจาก Zlapdash Design เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์

นพรัตน์ เฉลิมชัยกิจ ทายาทรุ่นที่ 4 ของร้านเอี๊ยะแซ เล่าให้ฟังว่าที่ร้านมีน้ำสมุนไพรจีนแช่ตู้เย็นขายมานานแล้ว คือ น้ำจับเลี้ยง, น้ำเก๊กฮวย, น้ำหล่อฮังก๊วย จึงเกิดแนวคิดที่จะนำเอาเครื่องดื่มยอดนิยมมาแปรรูปเป็นลูกอมสมุนไพร และได้เริ่มพัฒนามากว่า 1 ปีแล้ว

“หลักๆ แล้ว เราเอาตัวที่ขายในตู้แช่ขายอยู่แล้ว คือ น้ำจับเลี้ยง, น้ำเก๊กฮวย, น้ำหล่อฮังก๊วย มาพัฒนา โดยมีขิงเป็นตัวแถม เราอยากทำลูกอมสมุนไพรดั้งเดิม ที่มีสรรพคุณมากมายอย่างหล่อฮังก๊วยนี่ก็ช่วยละลายเสมหะ เก๊กฮวยแก้ร้อนใน ดับพิษร้อน

เราตั้งใจขายคนรุ่นใหม่อายุ 30 ปีขึ้นไป เราเน้นขายที่สรรพคุณของสมุนไพรจริงๆ เพราะสินค้าเราเน้นส่วนผสมที่มากกว่า ลูกอมของเราใช้ส่วนผสมสมุนไพรกว่า 10% ที่ลูกอมสมุนไพรทั่วไปที่วางจำหน่ายจะมีส่วนผสมของสมุนไพรเพียง 2% เท่านั้นที่เหลือคือน้ำตาล บางคนบอกว่าผสมแค่นี้ ก็เรียกลูกอมสมุนไพรแล้ว แต่สำหรับเราที่ทำธุรกิจนี้มานาน เรามองว่าไม่ใช่”

นพรัตน์ ย้ำว่าธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว คือร้านขายยา เพราะฉะนั้นลูกอมสมุนไพรของร้านจึงตั้งใจให้มีรสชาติเข้มข้นเหมือนกินน้ำสมุนไพรที่ร้านขายยาจริงๆ เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานของร้าน

 

“เรามองว่าส่วนผสมหลักน้อยกว่านี้ก็ไม่อร่อย เราถึงต้องขายถุงละ 60 บาท แถมกำไรก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่”

ในส่วนของกระบวนการผลิต นพรัตน์ เล่าขั้นตอนการทำงานให้ฟังว่า เริ่มต้นจากการต้มยาปกติ เคี่ยวจนได้ที่แล้วจึงนำน้ำสมุนไพรไปผ่านความร้อนแบบ Spray Dry ให้กลายเป็นผงก่อนจะนำมาอัดเม็ดบรรจุขาย

ในส่วนของงานบรรจุภัณฑ์ ทางร้านก็มีการลองผิดลองถูกมาหลายแบบ ตั้งแต่การซื้อซองเปล่ามาปั๊มตรายาง แต่ก็ต้องประสบปัญหาหมึกเลอะ และจางง่าย

เอี๊ยะแซมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม Made in Charoenkrung และได้รับคำแนะนำจากนักออกแบบจนเป็นที่มาของบรรจุภัณฑ์ล่าสุดที่ยังคงมีความ “ดั้งเดิม” แต่เพิ่มเติม คือ “โมเดิร์น”

Copyright © 2015-2016 บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

bodrum escort
antalya escort